ปัจจุบันตลาดแรงงานสำหรับวัยรุ่น Gen Z ถือว่าท้าทายที่สุดเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้านับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ตามข้อมูลจาก LinkedIn การระบาดของโรคนี้ทำให้อัตราการจ้างงานทั่วโลก ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และมีจำนวนผู้สมัครต่อหนึ่งตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 30% นอกจากนี้ยังมีการเอา AI มาใช้งานแทนเด็กจบใหม่ ยิ่งการแข่งขันดุเดือดขึ้น ยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับสภาวะว่างงานที่พุ่งสูงขึ้น
ในประเทศมหาอำนาจก็โดนเช่นกัน โดยสหรัฐอเมริกามีอัตราการว่างงานของเด็กจบใหม่อยู่ที่เกือบ 6% ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของคนทำงานทุกช่วงวัยที่ 4.2% และถือว่าย่ำแย่กว่าช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ซะอีก
ความกดดันของการส่งใบสมัครในวัยรุ่น Gen Z คืออะไร ?
ในยุคที่หลายบริษัทพึ่งพาระบบ AI ในการคัดกรองเรซูเม่และสัมภาษณ์เบื้องต้น การส่งใบสมัครแบบเดิมมักทำให้ผู้สมัครรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตน ข้อมูลจาก The Interview Guys ระบุว่า ผู้สมัครกว่า 72% มองว่าการหางานส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต และอีก 2 ใน 3 รู้สึกหมดไฟตั้งแต่ยังไม่ได้งานด้วยซ้ำ
แดเนียล นิโคลสัน (Danielle Nicholson) โคชด้านอาชีพสำหรับคน Gen Z กล่าวว่า “มันมักจะรู้สึกเหมือน พวกเขาส่งใบสมัครลงไปในความว่างเปล่าและไม่ได้รับการตอบกลับใด ๆ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานที่สมัครไปนั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า มันเป็นตลาดแรงงานที่น่าหดหู่และชวนให้เสียสติมาก”
เมื่อวิธีการเดิมไม่ได้ผล ความสร้างสรรค์จึงเข้ามา !
เพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้ ทำให้เหล่า Gen Z จึงเริ่มหันมาใช้วิธีการนอกกรอบในการดึงดูดความสนใจจากผู้บริหารโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการทำคลิปวิดีโอสั้น นำเสนอเรซูเม่ผ่านสไลด์ที่มีสีสัน ไปจนถึงการใช้พื้นที่แปลก ๆ อย่างแอปพลิเคชันหาคู่ ในการหางาน
ซึ่งผลสำรวจจาก Resume Builder พบว่าผู้ใช้แอปฯ หาคู่ราว 1 ใน 3 ยอมรับว่าใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อสร้างคอนเนกชันเรื่องงาน
อันย่า รูดนิตสกี (Anya Roodnitsky) วัย 22 ปี บัณฑิตจากวิทยาลัยดาร์ตมัธ (Dartmouth College) เล่าว่าหลังจากทุ่มเทเวลาส่งใบสมัครไปกว่า 300 แห่งโดยไม่มีการตอบรับใด ๆ ทำให้เธอตัดสินใจทำคลิปวิดีโอพรีเซนต์ความยาว 94 วินาที ในคลิปนั้นโชว์ทักษะและอารมณ์ขันแบบข่มตัวเองนิด ๆ เธอเรียกตัวเองว่าเทียบเท่า ออปเพนไฮเมอร์ (Oppenheimer) จากผลงานโปรเจกต์ของมหาวิทยาลัย
และบอกว่าเธอชอบใส่ชุดทำงานกึ่งทางการแถมจะอบขนมมาฝากคนในออฟฟิศด้วย ซึ่งคลิปนี้ของเธอมียอดวิวกว่า 5 แสน นำไปสู่การได้พูดคุยจิบกาแฟกับผู้คนถึง 52 ครั้ง ได้รับการแนะนำงาน 20 ครั้ง สัมภาษณ์อีก 10 ครั้ง และจบลงด้วยการได้งานประจำในตำแหน่งนักวิเคราะห์พลังงานแสงอาทิตย์ เธอถึงกับพูดติดตลกว่า “Instagram คือ LinkedIn ยุคใหม่จริง ๆ”
เช่นเดียวกับ ซิบูซิซีเว คูเป (Sibusisiwe Khupe) วัย 26 ปี ที่ถูกเลิกจ้างกะทันหัน เธอเลือกทำสไลด์บน LinkedIn โดยเรียกตัวเองว่า “คน Gen Z ที่ทั้งฮอต เก่ง และตลกมาก” ก่อนจะส่งตรงถึงผู้บริหารระดับสูงหลายคน สุดท้ายเธอได้งานตำแหน่งครีเอทีฟระดับซีเนียร์ในเวลา 4 เดือน ซึ่งเธอให้ความเห็นว่า “ในสถานการณ์แบบนี้ ความกล้าและความมั่นใจจะพาเราไปได้ไกล เพราะผู้คนจะจดจำคุณได้”
ลูน่า เอสโกบาร์ (Luna Escobar) วัย 20 ปี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ก็เป็นอีกคนที่ทำ ‘เรซูเม่วิดีโอ’ ลง Instagram หลังจากใช้เวลากว่า 10 วัน ในการสมัครงาน 30 แห่งแต่ไร้ผล เธอบอกว่า “หลังจากโพสต์วิดีโอ IG ในที่สุดฉันก็ได้รับการติดต่อกลับจากบริษัท ที่เงียบหายไปหลายเดือน เพื่อขอสัมภาษณ์รอบแรก”
วิดีโอคือ ‘เชอร์รีบนยอดไอศกรีม’ ไม่ใช่ตัวแทนของคุณสมบัติ
วิคกี้ ซาเลมี (Vicki Salemi) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพจากบริษัท Monster มองว่า แพลตฟอร์มอย่าง TikTok ก็กำลังกลายเป็นส่วนขยายเรซูเม่ของวัยรุ่น Gen Z เช่นกัน
“คนรุ่นนี้คุ้นเคยกับการสร้างคอนเทนต์ พวกเขาปฏิบัติกับการหางานเหมือนการทำคอนเทนต์ มากกว่าจะเป็นกระบวนการสมัครงานแบบเดิม ๆ”
เธอกล่าวเสริมว่าวิดีโอสามารถช่วยโชว์ทักษะด้านอารมณ์และ Soft Skills เช่น ความกระตือรือร้นและทักษะการเล่าเรื่องได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า กลยุทธ์การทำให้ตัวเองเป็นไวรัลก็มีความเสี่ยง เพราะถ้าหากวิดีโอที่ทำออกมาไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรหรือธรรมชาติของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ก็จะโดนปัดตกไปทันที นอกจากนี้วิดีโอไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่ระบบคัดกรองผู้สมัครแบบมาตรฐาน Applicant Tracking System หรือ ATS ได้
ปริยา ราโธด (Priya Rathod) บรรณาธิการจาก Indeed ได้เปรียบเปรยไว้อย่างน่าสนใจว่า “เรซูเม่วิดีโออาจเป็นเหมือนเชอร์รีบนยอดไอศกรีม หากไอศกรีมนั้นเป็นรสชาติที่ฉันต้องการพอดี มันจะช่วยสร้างความแตกต่างได้ก็ต่อเมื่อคุณมีคุณสมบัติหลักตรงตามที่พวกเขามองหาอยู่แล้วเท่านั้น”
แม้คนเราไม่ควรต้องทำตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์เพื่อแลกกับการได้งาน แต่ในยุคที่ผู้คนล้นตลาด การกล้าที่จะโดดเด่นและแสดงตัวตนออกมาก็อาจเป็นไพ่ตายสำคัญ ดังที่ เจด วอลเตอร์ส (Jade Walters) โคชด้านอาชีพทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้าคุณทุ่มเทเกินร้อยตั้งแต่ตอนนี้ คุณก็คงมีแนวโน้มที่จะทำแบบเดียวกัน เมื่อได้รับคัดเลือกเข้าทำงาน”
สุดท้ายในยุคที่ภาพรวมเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ว่าจะวัยไหน ๆ ก็หางานยาก ไม่ใช่แค่เพียงวัยรุ่น Gen Z เท่านั้น ยิ่งหลากหลายบริษัท ยกตัวอย่างเช่นบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ มากมาย ที่มีการเลิกจากคนทีละเป็นร้อยเป็นพันก็ยังมี สถานการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงเงาของอนาคต ที่จำนวนคนว่างงานในตลาดจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น และการคว้าตำแหน่งงานดี ๆ สักที่ ก็จะยิ่งกลายเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด และยากลำบากมากขึ้นไปอีกขั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ







