Connect with us

What The Fact

9 ศาสตรา ภาคก่อกำเนิด: เกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนเหตุการณ์ในหนัง (โคตรดราม่า)

Published

on

9 ศาสตรา กลายเป็นแอนิเมชั่นที่ถูกใจและเป็นกระแสมากเรื่องหนึ่งไปแล้ว นับเป็นปรากฏการ์ในฝั่งแอนิเมชั่นไทยที่ซบเซามานานเลยทีเดียว หลายคนอาจได้ชมแล้วและอาจยังสงสัยในหลาย ๆ ประเด็นที่หนังได้พูดเพียงคร่าว ๆ วันนี้เราจึงขอสรุปเรื่องราวจากฉบับการ์ตูนคอมมิกทั้ง 8 ตอน ที่ลงในเพจทางการของหนังมาสรุปให้ฟังครับ และหลาย ๆ ตัวละครที่ปรากฏในหนังก็มีชะตาชีวิตที่ดราม่ามากกว่าที่คิดทีเดียว

เท้าความกลับไป โลกใน 9 ศาสตรา นั้นมีมนุษย์อยู่ร่วมกับเผ่ายักษ์ เผ่าวานร และเผ่าพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย ต่างอยู่กันคนละดินแดน เผ่ายักษ์ อยู่เมืองทางตอนเหนือที่ราบภูเขาไฟนามว่า คิริกัณฑ์ มีวัฒนธรรมแบบผู้แข็งแกร่งคือผู้นำ ราชาที่แข็งแกร่งที่สุดจะได้ปกครองเมืองยักษ์ทั้ง 12 เมืองซึ่งรวมเป็นอาณาจักรยักษ์ โดยรอบเมืองเหล่านั้นจะมีนิคมเชลยมนุษย์เป็นโล่กันด้านนอก

ล่างลงมาจากอาณาจักรยักษ์คือเมือง มะนีโคด ของ เผ่าวานร ซึ่งปกครองในระบบสายเลือด ราชาจะต้องสืบสายแห่งพระพายจึงจะสามารถดึงพลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนาม เกราะแขนกลเทวะ ในการปกปักรักษาประชาวานรทั้งหลายออกมาได้สูงสุด

และล่างลงมาสุดคือ เผ่ามนุษย์ มีเมืองหลวงนามว่า รามเทพนคร ซึ่งทิศใต้สุดของนครคือดินแดนทะเลใต้อันห่างไกล รามเทพนครใช้ระบบสืบสันติวงศ์ทางสายเลือดเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างยันอำนาจไม่ข้องเกี่ยวรุกรานกันมายาวนาน จนเกิดความเปลี่ยนแปลงหนึ่งขึ้นในเมืองยักษ์

เผ่ายักษ์

ก่อนเรื่องราวในหนังนั้น เจ้าครองนครยักษ์มีนามว่า อนันตยักษา มีนิสัยโหดร้ายมาก ทั้งยังมีโอรสสองพระองค์คือองค์รัชทายาทนาม ทารคา ผู้เก่งฉกาจดั่งเทพสงครามจนได้รับฉายา เทหะยักษา กับอีกหนึ่งคือพระราชโอรสองค์รองที่ยังทรงพระเยาว์

คืนหนึ่งได้เกิดกบฏขึ้นโดยอุปราชยักษ์นาม กาฬสูร เจ้าเมืองนรกัณฑ์ มันครอบครองอาวุธเพลิงชื่อ กระบองบรรลัยจักร อันทรงพลานุภาพ และได้ใช้ทาสมนุษย์เป็นสายลับพาลอบเร้นสู่ห้องของอนันตยักษาแล้วสังหารราชายักษ์อย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าของทารคา เจ้าชายยักษ์หลังปะมือแล้วพ่ายกำลังกาฬสูรจึงทำได้เพียงหนีโดยอุ้มพาน้องชายออกจากเมืองมาด้วย และใช้เวลาหลายต่อหลายปีเอาตัวรอดท่ามกลางภยันตราย ทั้งจากเหล่าสมุนของกาฬสูร และสัตว์ร้ายในพงไพร ตลอดจนเชลยมนุษย์ที่ผูกใจแค้นพวกยักษ์ ซึ่งทารคาก็มักสังหารศัตรูอย่างโหดเหี้ยมทุกครั้ง โดยเฉพาะพวกมนุษย์ที่เป็นเศษชีวิตในสายตา ทั้งยังเป็นเผ่าที่ทรยศพากบฏมาฆ่าบิดาของตนด้วย

เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มทารคาได้เข้าไปท้าหัวหน้ากองโจรยักษ์ ที่มีรังอยู่บนหุบเขาสูงและสามารถเอาชนะยึดตำแหน่งมาได้อย่างไม่ยากเย็น แม้จะมีชีวิตที่ไม่ลำบากแล้วแต่ในใจทารคาก็ยังไม่อาจสงบ แล้ววันหนึ่งโอกาสล้างแค้นของเขาก็มาถึง เมื่อแม่มดยักษานาม การ์ณีชา ได้หลบหนีจากเมืองนรกัณฑ์เพื่อมาสวามิภักดิ์ต่อทารคา

ด้วยมนตร์ของนางจึงพรางกายของทารคาให้เป็นทหารยักษ์และเข้าสู่วังของกาฬสูรได้โดยทัพยักษ์ไม่อาจล่วงรู้ ทารคาในครานี้มีฝีมือเหนือกว่ากาฬสูรแล้ว กาฬสูรเสียทีจึงนำกระบองบรรลัยจักรออกมาหมายพิฆาตทารคา แต่กลับผิดคาดบัดนี้กระบองได้เลือกนายใหม่ผู้แข็งแกร่งกว่าอย่างทารคาเสียแล้ว ทารคาจึงใช้กระบองฟาดใส่กาฬสูรจนถึงแก่ความตาย และขึ้นปกครองเผ่ายักษ์ในนาม เทหะยักษา และเมื่อเติบใหญ่ขึ้นก็หมายมั่นจะครอบครองแผ่นดินอื่น ๆ ให้หมดสิ้นด้วย

เผ่าวานร

เมื่อยักษ์มีราชาใหม่อันแกร่งกล้าและส่งท่าทีจะแผ่ขยายอำนาจลงมาด้านล่าง เมืองมะนีโคดของเผ่าวานรจึงเป็นเป้าหมายแรกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยยักษ์และวานรเปรียบเหมือนน้ำกับไฟที่ไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร ตอนนั้นรามเทพนครได้ส่งตัวแทนมนุษย์คือ จมื่นพันธ์วรเดช ขึ้นมาเพื่อขอยื่นข้อตกลงผูกมิตรร่วมต่อต้านเผ่ายักษ์ แต่ด้วยความลำพองใจในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ราชาวานร ท้าววานรา วาโย แห่งราชวงศ์พายะจึงได้ปฏิเสธกลับไป

แต่จริงแล้วถึงแม้จะเชื่อในพลังของอาวุธ ท้าววาโยก็มีความกังวลใจหนึ่ง คือตนเองแก่เกินจะปกป้องเมืองเสียแล้ว ถึงเวลาต้องส่งต่ออาวุธแก่รัชทายาทนาม เจ้าชายวานรา วาตะ เสียที แต่วาตะนั้นหลงใหลในการเที่ยวเล่นขาดบารมีและความสามารถ ท้าววาโยจึงจำใจส่งมอบอาวุธให้คนนอกสายเลือดพระพายที่มีความสามารถสูงอย่าง วิชชุ บุตรแห่งบ้านสลาตันแทน

วาตะนั้นแม้จะเสียใจอย่างมากแต่ก็กลบเกลื่อนทำเป็นเหมือนไม่รู้สึกอะไรเพราะก็ยอมรับในความไม่เอาไหนของตน ส่วนวิชชุนั้นก็จำใจต้องยอมรับอาวุธเพราะภัยยักษ์กำลังคืบคลานมา ทั้งที่เขาเองไม่ได้อยากขึ้นเป็นราชาแต่อย่างใด

ในวันทำพิธีส่งต่ออาวุธศักดิ์สิทธิ์ วาตะไม่อาจทำใจได้จึงออกไปนอกเมืองเที่ยวเล่นอย่างเคย ในเวลานั้นเองที่เทหะยักษายกกำลังมาบุกเมืองมะนีโคด วิชชุจึงใช้พลังของเกราะแขนกลเทวะด้วยทักษะที่ช่ำชองเข้าสังหารเทหะยักษา แต่ก็ทำได้เพียงสร้างบาดแผลขึ้นที่แขนของราชายักษ์เท่านั้นเพราะวิชชุไม่ใช่ผู้สืบสายเลือดพระพายที่แท้จริง วาตะที่เห็นเมืองของตนย่อยยับ ทั้งบิดาและเพื่อนพ้องทั้งหลายก็ตายสิ้นลงต่อหน้าก็เจ็บแค้นแสนสาหัส และได้บังเอิญพบกองทัพยักษ์จึงหมายเข้าไปล้างแค้น โชคดีที่พวกมันไม่รู้ว่านี่คือเจ้าชายวานรจึงเพียงรุมซ้อมจนวาตะปางตายเท่านั้น

วาตะพาร่างอันบอบช้ำมาถึงเมือง นาคาวรรณ อันเป็นเมืองท่าสำคัญของรามเทพนคร ด้วยความมุ่งมั่นล้างแค้นวาตะจึงยอมลดศักดิ์ศรีเจ้าชายขโมยของกินเพื่อมีชีวิตต่อไป

ในวันหนึ่งพ่อค้ายักษ์ได้นำเกราะแขนกลเทวะที่ยึดมาได้จากมะนีโคดมาวางขายกลางเมือง วาตะจึงพุ่งเข้าไปเพื่อหวังช่วงชิงกลับคืน แต่ก่อนจะปะทะกับทหารยักษ์ที่รายรอบก็มียักษ์สีแดงตนหนึ่งกระชากวาตะออกมาเตือนสติไม่ให้ทำการเหมือนฆ่าตัวตายเสียก่อน วาตะคับแค้นใจยักษ์เป็นทุนเดิมจึงจะทำร้ายยักษ์แดง เมื่อยักษ์แดงรู้ถึงชะตากรรมของวาตะก็เพียงนั่งลงนิ่ง ๆ ให้วาตะซ้อมให้สบายใจ แต่วาตะก็ยั้งมือเพราะรู้ว่าไม่อาจทำให้สิ่งที่สูญเสียไปกลับมาได้อยู่ดี ยักษ์แดงจึงเสนอตัวเป็นคนช่วยล่อยักษ์อื่น เพื่อให้วาตะลอบเข้าไปขโมยเพราะแขนเทวะคืนมาแทน

แต่แผนการครั้งนี้ก็ล้มไม่เป็นท่า เพราะพ่อค้ายักษ์เกิดจำได้ว่ายักษ์แดงคือยักษ์ทรยศที่มีประกาศจับ ด้านวาตะก็โดนจับได้อย่างรวดเร็ว ยักษ์แดงจึงรีบวิ่งมาช่วยแต่ก็โดนกลุ่มยักษ์เข้ารุมสะกัด ตอนนั้นวาตะโกรธแค้นที่สหายต่างเผ่าพันธุ์ถูกทำร้ายแทนตนจึงกระโจนเข้าช่วยยักษ์แดง แต่ก็ถูกซัดจนกระเด็นออกมา

ระหว่างที่วาตะแค้นในความไร้พลังของตนเองนั้น เกราะแขนเทวะก็มีปฏิกิริยาเรืองแสงพร้อมพายุพัดรุนแรงขึ้น วาตะที่ได้รับพลังจากอาวุธวิเศษก็เข้าปราบเหล่ายักษ์จนพินาศ แล้วสองสหายใหม่ก็ร่วมกันเดินทางสู่ภารกิจกู้เมืองมะนีโคดต่อไป

เผ่าทมิฬ

ทมิฬเป็นเผ่าป่าเถื่อนไร้อารยธรรมที่มีร่างกายดุจอสูรกายอาศัยอยู่ในป่าลึก แต่ด้วยความสามารถในการล่าที่หาเผ่าอื่นเทียบเทียมยาก จึงเป็นเป้าหมายของมนุษย์ในการล่าทั้งเพื่อนำศีรษะมาสะสม และนำพวกเด็กทมิฬมาฝึกเลี้ยงเป็นทาสช่วยล่าสัตว์ร้าย ไอ้บาก คือเด็กชาวทมิฬที่ถูกมนุษย์มาจับขังไว้ใช้งาน มันจำแม่ของมันไม่ได้แล้ว มีเพียงความทรงจำในฝันถึงอ้อมกอดแม่และเสียงกระดิ่งสร้อยคอของแม่เท่านั้น ไอ้บากถูกโจรนาม เสือทิว เจอสลบในป่าจึงนำมาเลี้ยงใช้ล่าสัตว์เยี่ยงสุนัขล่าเนื้อ โดยเนื้อสด ๆ ของสัตว์นั้นจะเป็นรางวัลให้แก่ไอ้บาก ในขณะที่เสือทิวจะตัดเฉพาะอวัยวะส่วนที่มีราคาไปขายต่อให้โจรสลัดจีนชื่อ อู่เผิง

ในครั้งหนึ่งอู่เผิงเกิดอยากได้ตัวไอ้บากไปใช้งาน จึงแสร้งหาเรื่องเสือทิวและกดดันให้มอบไอ้บากเป็นค่าชดเชย เสือทิวจำใจต้องมอบไอ้บากให้เพราะไม่อาจต้านกำลังของกองทัพโจรสลัดอู่เผิง เมื่ออยู่กับอู่เผิง ไอ้บากก็ไม่ได้ล่าสัตว์อีกต่อไป แต่กลายเป็นอาวุธสังหารหมู่ตามคำสั่งของอู่เผิงเพื่อใช้ปล้นชิงสิ่งของมีค่าตามหมู่บ้านต่าง ๆ จนมันได้รับการยอมรับยำเกรงจากสมุนของอู่เผิง

แต่แล้วชะตาของไอ้บากก็พลิกผันไปอีก เมื่อกองทัพยักษ์จู่โจมปล้นฆ่าเรือบินของอู่เผิง ตัวอู่เผิงเห็นท่าไม่ดีจึงหนีเข้าห้องเก็บสมบัติส่วนตัว หมายขนของมีค่าสำคัญเอาตัวรอดลำพัง แต่ไอ้บากที่วิ่งตามมาหมายคุ้มครองก็ได้พบภาพที่สะเทือนจิตใจอย่างยิ่ง เพราะในห้องสมบัติที่มันไม่เคยรู้นั้นมีศีรษะของสตรีเผ่าทมิฬซึ่งสวมสร้อยกระดิ่งอยู่ด้วย

ตอนนั้นเองที่ไอ้บากจดจำอดีตในวันที่หมู่บ้านมันถูกโจรสลัดเข้าทำลาย แม่ของไอ้บากถูกเชือกรัดคอเพื่อจับจนตายต่อหน้ามันนั่นเอง กลับมาปัจจุบันไอ้บากโกรธแค้นจนเสียสติไร้ฆ่าโจรสลัดทุกคนบนเรือ และหมายจะล้างแค้นมนุษย์ทุกคนในฐานะศัตรูของเผ่าพันธุ์ กองทัพยักษ์เห็นเข้าก็นึกสนุกจึงได้เกลี้ยกล่อมให้มาเป็นพวก ซึ่งต่อมาได้รู้จักไอ้บากกันในฐานะทหารเอกของเทหะทักษานามว่า พรานทมิฬ

เผ่ามนุษย์

หลังจากการสร้างพันธมิตรกับเผ่าวานรล้มเหลว เหล่าขุนนางและทหารหาญของรามเทพนครก็ต้องตั้งรับรอการบุกของเหล่ายักษ์เพียงลำพัง แต่นอกจากทหารของราชาแล้ว ระหว่างทางสู่รามเทพนครนั้นยังมีหมู่บ้านสิงห์ดำ ซึ่งมีครูมวยไทยเฒ่าชื่อ นายขนมต้ม ได้รวบรวมเหล่าศิษย์เอกผู้ช่ำชองในวิชามวยแขนงต่าง ๆ ของตนเข้าเป็นหน่วยรบกองโจรคอยตัดทอนกำลังกองทัพยักษ์จนเป็นที่หวั่นเกรงของยักษาทั้งหลายด้วย

แต่แม้จะมีฝีมืออย่างไรกำลังคนเพียงหยิบมือก็อาจพลาดพลั้งบาดเจ็บล้มตายจากระลอกคลื่นทัพย่อยพวกยักษ์ที่เข้ามาไม่หยุดหย่อนจนได้ ครูเฒ่าผู้ร่าเริงก็เปลี่ยนเป็นเงียบขรึมเมื่อมองเห็นลูกศิษย์คนแล้วคนเล่าตายลง จนในที่สุดก็เหลือศิษย์ยอดฝีมือเพียง 5 คน คือ เดช ผู้แตกฉานแม่ไม้มวย แดง เอกอุเข่าแข้ง เที่ยง ครูท่าศอก จ่อย ยอดลูกล่อลูกไม้ และโชติ จอมหมัดทรงพลัง แม้ตอนนั้น ขุนศรีธรเทพ จากรามเทพนครจะมาชวนให้ครูเฒ่าหนีลงไปตั้งหลักยังแดนใต้ตามทัพทหารส่วนใหญ่ แต่ครูเฒ่าก็ยืนยันจะสู้จนตัวตายที่นี่ เหล่าลูกศิษย์ก็ทำได้แต่หวั่นใจในความหัวรั้นของครู

ครั้นเมื่อทัพใหญ่ของเทหะยักษามาถึง ด้วยกำลังที่ต่างจากทุกครั้งอย่างมากมายมหาศาล เหล่าศิษย์จึงนัดประชุมลับและตัดสินใจเข้าไปยกสุรากราบขอขมาครูเฒ่าเพื่อขออำลา ครูเฒ่ายกดื่มไหสุราจนหมดและฝากฝังวิชามวยไทยให้แก่ศิษย์แต่ละคนช่วยสืบทอดต่อไปไม่ให้สูญหายในวันที่ตนสละชีพ

แล้วตอนนั้นเองที่สติของครูเฒ่าก็เริ่มหลุดเลือนจากยาที่อยู่ในเหล้า เหล่าศิษย์ต่างเข้ารุมมัดจับครูเฒ่าไปล่ามโซ่ขังไว้ในบ่อน้ำ และออกไปต่อกรกับกองทัพยักษ์เพียงลำพังเพื่อรักษาชีวิตของครูผู้มีพระคุณไว้ ท่ามกลางเสียงรบสู้อย่างไม่กลัวตายของเหล่าศิษย์ที่ล้มหายไปทีละคน ครูเฒ่าที่เริ่มฟื้นสติทำได้เพียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งราวกับจะสิ้นใจ จนในที่สุดก็ไม่เหลือเสียงใดออกมาอีก

เวลาผ่านไปตั้งแต่นั้นครูเฒ่าก็ไม่เคยถอดห่วงโซ่ที่ขาของตนออกราวกับเป็นของดูต่างหน้าศิษย์ทั้ง 5 คนของตน แล้วเวลาก็ผ่านไปจนกระทั่ง หลวงพ่อ ที่กำลังนำชาวบ้านอพยพลงแดนใต้ผ่านมาพบเข้า จึงได้ชวนครูเฒ่าที่หมดอาลัยตายอยากเป็นไอ้บ้าใบ้ด้วยความรู้สึกผิดที่ลูกศิษย์ต่างมาตายเพราะความรั้นของตนคนเดียวลงสู่เกาะแดนใต้

เมื่อกองทัพยักษ์ได้ผ่านหมู่บ้านสิงห์ดำล่วงเข้าบุกยึดเมืองรามเทพนครสำเร็จ โหรหลวง แห่งรามเทพนครก็ได้ประกาศคำทำนายต่อหน้า เทหะยักษา ว่าเด็กชายที่เกิดในราชาฤกษ์ดาวสิงห์จะใช้วิชามวยไทยที่สาบสูญกับ 9 ศาสตรา อาวุธคู่เมืองกลับมาปราบเทหะยักษาลงได้

คืนนั้นเองหลังโหรหลวงได้ทำนายจนเป็นเสียงลือไปทั่วเหล่าเชลยมนุษย์ องค์รัชทายาทนามว่า ไชยราเมศ ผู้เกิดในฤกษ์ตามคำนายพร้อมพระราชมารดาก็ได้ถูกช่วยออกจากท้องพระโรงไปแฝงตัวอยู่กับเหล่าเชลยในวัง จนเมื่อพระโอรสเติบใหญ่ขึ้นก็ได้แอบฝึกวิชามวยในคุกนั้นเพื่อวันหนึ่งจะได้กลับไปกู้บ้านเมือง

อีกด้านเหล่าทหารแห่งเมืองมนุษย์ได้แตกออกเป็นหลายฝ่าย พวกหนึ่งคือ ขุนศรีธรเทพ รวมถึง จมื่นรงค์ และ หลวงเรือง คิดการทิ้งพระนครไปตั้งหลักทางแดนใต้ ส่วน จมื่นพันธ์วรเดช ที่ไปเจรจาเหล่าวานรไม่สำเร็จก็ขอสละชีพนำทหารคนสนิท 5 คนเข้าไปขโมย 9 ศาสตราอาวุธเหล็กไหลตามคำนายในท้องพระคลังผ่านทางอุโมงก์ลับที่เชื่อมกับบ้านฆ้องเหล็กที่ชานพระนคร ก่อนที่เทหะยักษาจะทำลายมันทิ้ง โดยยังได้ฝากฝัง แสง บุตรชายของตนให้หนีไปกับหลวงเรืองด้วย

แต่เมื่อมาถึงท้องพระคลัง ที่นั่นแม่มด การ์ณีชา กับ พรานทมิฬ ได้รออยู่ก่อนแล้ว เหล่าทหารคนสนิทต่างถูกพรานทมิฬฆ่าอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจมื่นพันธ์วรเดชจะเสียท่า แสงบุตรชายที่จมื่นพันธ์วรเดชมีคำสั่งให้เป็นไม้ตายลับลวงว่าหนีเผื่อมีไส้ศึกจะล่วงรู้แผนการก็เข้ามาช่วยได้ทัน

จังหวะนั้นจมื่นพันธ์วรเดชก็ได้รับพลังบางส่วนจาก 9 ศาสตราถือดาบสองมือแหวกวงล้อมจนถึงทางหนีอุโมงก์ลับได้ ทว่าแสงที่วิ่งตามมากลับถูกพรานทมิฬไล่ทันและฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ด้วยการถ่วงเวลาของแสงทำให้จมื่นพันธ์วรเดชหนีพ้นมาถึงบ้านฆ้องเหล็กได้สำเร็จ และที่นั่นเองที่เขาได้พบกับครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านฆ้องเหล็กที่ช่วยเขาหลบหนี

เวลานั้นอีกด้านหนึ่งห่างออกไปจากรามเทพนคร ก็เกิดการทรยศกันขึ้นในหมู่โจรสลัดจีน โดยสมุนโจรชั่วนาม อี้ถง ได้ร่วมมือกับพวกยักษ์ ทำลายกองโจรของหัวหน้าตนนาม หยางกุ้ย สำเร็จ แล้วตั้งตัวเป็นพ่อค้าของเถื่อนใต้การสนับสนุนของเผ่ายักษ์

ครอบครัวหยางกุ้ยตอนนั้นมีผู้รอดชีวิตเพียงสองคน หนึ่งคือลูกชายคนโตนามว่า ฟง ได้ถูกพวกยักษ์จับไปเป็นเชลยที่รามเทพนคร ส่วนลูกสาวคนเล็กนามว่า เสี่ยวหลาน ได้รับการช่วยเหลือจากลูกสมุนโจรสลัดคนอื่นพาหนีการโจมตีไปได้

ภายหลังผ่านไป 13 ปี เสี่ยวหลานได้กลับมาล้างแค้น และซ้อนแผนปลอมตัวเป็นสมุนของ สุไลมาน โจรตานีแดนใต้พันธมิตรการค้าของอี้ถง เพื่อฆ่าอี้ถงล้างแค้นให้พ่อกับแม่ และชิงเอาแผนที่ฐานเรือเหาะของพวกยักษ์มาสืบเส้นทางสาวไปถึงที่คุมขังพี่ชายของตน โดยจุดหมายที่เสี่ยวหลานจะสืบหาฐานลับเรือเหาะพวกยักษ์ต่อไปนั่นก็คือเมืองนาคาวรรณนั่นเอง

กลับมาที่องค์รัชทายาทไชยราเมศซึ่งบัดนี้เติบใหญ่เป็นหนุ่มแล้ว ก็ได้ถูกเกณฑ์ให้ต่อสู้กับฝูงยักษ์ในสนามประลองเพื่อความบันเทิง ขณะที่พลาดท่าจะถูกฆ่านั้นเององค์รัชทายาทก็พบความสามารถในการระเบิดจิตสะกดยักษ์ให้หยุดชะงักได้ด้วยบารมีกษัตริย์ เปิดช่องให้เชลยหนุ่มนามว่า ฟง เข้าแทงจนฆ่ายักษ์ได้สำเร็จ และนั่นก็คือการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ด้วย

สุดท้าย จมื่นพันธ์วรเดชที่หลบหนีมาถึงยังเกาะนกแอ่น ณ แดนใต้เพื่อซ่อน 9 ศาสตราจากฝูงยักษ์ ก็ได้ฝึกฝนเด็กน้อยที่ตนช่วยชีวิตไว้ระหว่างการหลบหนีมาได้ นามว่า อ๊อด โดยอาศัยความช่วยเหลือของครูมวยไทยเฒ่าใบ้ช่วยสอนวิชามวย และหลวงพ่อในการสอนฝึกจิต เพื่อหมายมั่นให้เป็นตัวตายตัวแทนของจมื่นพันธ์วรเดชทำภารกิจนำคืน 9 ศาสตราแก่องค์รัชทายาทต่อไปในภายหน้า

และเรื่องราวหลังจากนี้เราจะได้รับชมกันในโรงภาพยนตร์นั่นเองครับ กับ 9 ศาสตรา แอนิเมชั่นไทยที่มันที่สุดในยุคนี้ ห้ามพลาดทีเดียว

อ่านการ์ตูนฉบับเต็มได้ที่แฟนเพจของหนัง 9 ศาสตรา หรือกดจากลิงค์นี้ได้เลยครับ
1. ตอนเทหะยักษา 2. ตอนวาตะ 3. ตอนพรานทมิฬ 4. ตอนเฒ่าใบ้ 5. ตอนจมื่นพันธ์วรเดช 6. ตอนองค์ชายรัชทายาทแห่งรามเทพนคร 7. ตอนเสี่ยวหลาน 8. ตอนอ๊อด

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว]The First Purge : มาถึงภาค 4 ยังไม่หมดมุก

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

จบไตรภาคไปแล้ว กับหนังสยองขวัญที่ว่าด้วยเทศกาลคืนอำมหิตที่เกิดขึ้นทุกปีในโลกอนาคตอันใกล้ ให้ชาวอเมริกันออกมาปล้น ฆ่า ข่มขืน กันโดยถูกกฏหมายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง The Purge เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญน้อยเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงเพียงนี้ จากทุนสร้างเพียงน้อยนิด แล้วรายได้ทุกภาคกลับมากขึ้น มากขึ้น แม้กระทั่ง The First Purge ที่เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์นี้ ที่ออกฉายในอเมริกาไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว ก็ทำรายได้แซงหน้าทุกภาคไปแล้วถึง 127 ล้านเหรียญ และยังไม่ลาโรงด้วย รวม 4 ภาคหนังทำเงินไปถึง 447 ล้านเหรียญ เดือนหน้านี้หนังก็แตกแขนงไปเป็นทีวีซีรีส์อีกด้วย The First Purge ก็เปรียบได้กับภาคแยกเช่นกัน เพราะกลับมาเล่าเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีแรก กับตัวละครชุดใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับใหม่ แต่บทยังคงเป็นฝีมือของ เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนินแฟรนไชส์นี้เช่นเดิม

The First Purge ทำหน้าที่ในฐานะผู้เริ่มต้นซีรีส์ใหม่ในจักรวาล The Purge หนังย้อนกลับไปเล่าเหตุการณ์ในคืนล้างบาปปีแรก ที่จำกัดพื้นที่แค่บริเวณเกาะเสตทเท็น เพื่อเป็นโปรเจ็กต์นำร่อง ก่อนที่จะขยายครอบคลุมทั้งประเทศในปีถัดมา หนังเริ่มต้นเรื่องในช่วงใกล้ ๆ จะถึงคืนล้างบาป ลากยาวไปจนถึงนาทีสุดท้ายของคืนอำมหิตนี้ เมื่อเริ่มต้นใหม่ก็ต้องมีการแนะนำตัวละครชุดใหม่ทั้งหมดทั้งทางฝั่งประชาชนและทางฝั่งรัฐบาล

ตัวละครหลักของเรื่องคือ ดิมิทรี่ หัวหน้าแก๊งค้ายาที่มาในมาดสุดเท่ และนางเอกคือ ไนย่า อดีตแฟนของดิมิทรี่ ที่ยังคงมีเยื่อใยอันดีต่อกันแต่เธอบอกลาดิมิทรี่เพราะไม่พอใจกับโลกด้านมืดของเขา และอิไซย่าห์ น้องชายวัยรุ่นของไนย่า ที่อยู่ในวัยห้าวและกำลังเดินเข้าสู่วงการค้ายา ส่วนฝั่งของรัฐบาลที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวร้ายของเรื่อง จะมีหนึ่งเดียวคือ อาร์โล ซาเบียน หัวหน้าคณะผู้ควบคุมดูแลโปรเจ็กต์คืนล้างบาปครั้งแรกนี้ และเขาก็ทำงานประกบคู่กับ ดร.อัปเดล ผู้คิดค้นทฤษฏีคืนล้างบาปนี้ขึ้นมา บทนี้รับบทโดย มาริสา โทเม ที่มาในลุคที่แตกต่างจาก “ป้าเมย์” ที่หลาย ๆ คนหลงรักจาก Spiderman มาก และเป็นดารามีชื่อเสียงคนเดียวในเรื่องนี้ เพราะทีมงานมั่นใจว่าชื่อ The Purge สามารถเรียกคนดูได้โดยไม่ต้องจ้างดาราค่าตัวแพงมาดึงคนดู

เจมส์ เดอโมนาโค ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ The Purge และเป็นผู้กำกับไตรภาคแรก ลดหน้าที่ตัวเองเหลือแค่เขียนบทในภาคนี้แล้วส่งไม้ต่อให้กับ เจอราร์ด แม็คเมอร์เรย์ ผู้กำกับหน้าใหม่ บทของเจมส์ ถือว่าน่าชื่นชมครับที่เล่าเรื่องราวมาถึงภาคที่ 4 แต่ก็ยังไม่หมดมุก หากลเม็ดต่าง ๆ มาเสริมให้แต่ละภาคมีเรื่องราวที่น่าสนใจ อย่างภาคนี้ได้เปรียบตรงที่ว่า ไม่ต้องมีการปูความถึงความโหด โฉดของคืนอำมหิตนี้อีกแล้ว แต่ได้ความสนใจแฟนหนังที่เคยติดตามแฟรนไชส์นี้มาก่อน ให้มาลงลึกถึงเหตุการณ์ในคืนล้างบาปครั้งแรก ว่าเริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร และสามารถขยายกลุ่มคนดูให้กว้างขึ้นได้ เพราะใครที่ไม่เคยดู The Purge มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นกับภาคนี้ได้ง่าย เพราะเรื่องราวไม่มีการโยงใยกับไตรภาคก่อนหน้าแต่อย่างใด

ไอเดียใหม่ที่เติมเข้ามาในภาคนี้ได้อย่างน่าสนใจคือการเล่าเรื่องราวแบบหนังสยองขวัญ โดยมีแบคกราวด์ของเรื่องเป็นเกมการเมืองที่สกปรก เราได้เห็นความร้ายกาจของ New Founding Fathers of America ในหนังตั้งชื่อไทยให้ว่า พรรคพัฒนาชาติใหม่ ที่เจาะจงเลือกเกาะเสตทเท็นเป็นเป้าหมายแรก เพราะเป็นแหล่งรวมของคนผิวสีที่มีฐานะยากจน ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกของพรรคที่อยากกำจัดกลุ่มคนพวกนี้ออกจากสังคม ทางพรรคจึงใช้เงินในการดึงคนเหล่านี้ให้อยู่บนเกาะในคืนล้างบาป และถ้าออกไปร่วมกิจกรรมล้างบาปด้วยการอาละวาด เข่นฆ่าผู้คน ก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้น โดยทางพรรคมีมอนิเตอร์ผ่านคอนแทคเลนส์ของแต่ละคนเพื่อติดตามการเคลื่อนไหว และเจ้าคอนแทคเลนส์เรืองแสงนี่ล่ะ ที่เป็นตัวเสริมความสยองให้กับหนัง เพราะมันเรืองแสงในที่มืด ยิ่งทำให้เหล่าคนกระหายเลือดที่ออกมาเพ่นพ่านในคืนล้างบาปนั้นดูเหมือนอสุรกาย

ตัวที่เป็นสีสันให้กับหนังอย่างมากคือ สเกเลเทอร์ หนุ่มผิวสีโรคจิต ใบหน้ามีแต่รอยแผลเป็น เวลาพูดแสยะยิ้ม น้ำลายฟูฟ่อง ดูเต็มไปด้วยความโรคจิตและบ้าเลือดมาก เมื่อใส่คอนแทคเลนส์เรืองแสงเข้าไปยิ่งทำให้ดูน่ากลัวสุด ๆ พอเริ่มต้นคืนล้างบาปยิ่งทำให้สเกเลเทอร์ เหมือนเด็กที่ได้ลงสนามเด็กเล่น กลายเป็นอสุรกายบ้าเลือดที่น่ากลัวสุดสำหรับภาคนี้ และยิ่งหนังปูเรื่องไว้ว่าสเกเลเทอร์มีความบาดหมางกับอิไซยาห์มาก่อนหน้าแล้ว ก็ทำให้การไล่ล่าระหว่างสเกเลเทอร์ กับอิไซย่าห์ เป็นอีกประเด็นที่น่าติดตามในหนังภาคนี้ แต่ด้วยเหตุที่ว่าหนังมีตัวละครมากหน้า และประเด็นให้พูดถึงมาก ทำให้บทของสเกเลเทอร์ถูกลืมหายไปในช่วงท้ายของหนัง

ทุกสถานการณ์ที่เจมส์ได้วางไว้ ก็ถูกบิดเกลียวให้ตึงเครียดได้มากขึ้นในทุก ๆ นาทีที่หนังเดินหน้าไป ก็เป็นจุดที่น่าชื่นชมในฝีมือการเขียนของเจมส์ เมื่อตัวละครหลักทั้งดิมิทรี่ อิไซย่าห์ และ ไนยา จากที่ต่างก็ดำเนินวิถีทางของตนเองในคืนอำมหิตแล้วก็มารวมกลุ่มกันในตอนท้าย ความตึงเครียดของหนังก็มาถึงจุดสูงสุดในไคลแมกซ์พอดี ถือว่าเป็นไคลแมกซ์ของหนังที่ทั้งมันส์ ทั้งลุ้น ทำออกมาได้สนุกมากเรื่องหนึ่ง

หนังมีองค์ประกอบที่เอาใจคนดูครบ ทั้งในด้านหนังสยองขวัญที่ก็ตอบสนองด้วยฉากโหด แทง กระซวก ปาดคอ หักคอกัน จ่อกบาลยิงกันเลือดกระฉูด นับว่าภาพรุนแรงตามแบบฉบับหนังโหด มีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ท้ายเรื่องกับการเปิดเผยตัวตนของกลุ่มบุคคลลึกลับติดอาวุธหนักที่เข้ามาร่วมวงคืนล้างบาปนี้ด้วย แล้วกลุ่มนี้ก็ยกระดับเป็นตัวร้ายมากพิษสงของเรื่อง กลุ่มคนดูผู้ชายที่ชอบหนังแอ็คชั่นน่าจะมันส์สะใจกับฉากรบท้ายเรื่อง ที่จัดหนักทั้งปืนกลสาดกระสุนกันว่อน และระเบิดมือที่ประสิทธิภาพโคตรน่ากลัว ฉากที่ชอบมากคือฉากต่อสู้มือเปล่าของดิมิทรี่กับกลุ่มทหารลึกลับ 3 คน บนขั้นบันไดหนีไฟ ออกแบบท่าทางการต่อสู้ออกมาดูรุนแรงหนักหน่วงสมจริงมาก

หนังจบแบบค่อนไปทางแฮปปี้นะครับ สานต่อภาคต่อไปได้สบาย ๆ รายได้ 127 ล้าน จากทุนสร้างจุ๋มจิ๋มเพียง 13 ล้าน ก็เป็นหลักประกันแล้วว่าหนังประสบความสำเร็จเพียงใด มันคือหนังตลาดที่สร้างมาเอาใจตลาดนะครับแล้วก็ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้ครบถ้วน อยากเห็นฉากโหดได้เห็น อยากมันส์ก็ได้มันส์ ฉากลุ้น สะดุ้งตุ้งแช่มีครบ ในเวลาพอเหมาะพอเจาะ 98 นาทีครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

แฟน ๆ BNK48 บรรเลงเพลงฤดูใหม่ คลิปไหนโดนใจบ้างมาชมกัน!

Published

on

ยังคงไปได้สวยสำหรับ BNK48 รุ่นที่ 2 ที่ถึงแม้จะยังใหม่แต่ก็ยังคงรุกคืบเข้ากระชับพื้นที่หัวใจแฟน ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยการแสดงฝีมือทั้งในการแสดงในเธียเตอร์ ไลฟ์ตู้ปลา รายการโทรทัศน์ และที่สำคัญคือ MV เพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ ที่สาว ๆ ปล่อยพลังความน่ารักออกมาถึงขีดสุด (อ่านบทความเกี่ยวกับ MV เพลงนี้ได้ที่นี่ครับ)

สำหรับใครที่ตกหลุมรัก BNK48 รุ่นที่ 2 แล้วก็อย่าลืมแวะเวียนไปหาสาว ๆ ได้ที่งานจับมือวันเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ

และกิจกรรมที่แฟน ๆ ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือ ฤดูใหม่ BNK48 Fan Solo Campaign แคมเปญที่ประกาศในงาน BNK48 2nd Generation The Debut เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ให้แฟน ๆ ส่งคลิปบรรเลงเพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ เพื่อชิงปิ๊กกีตาร์พร้อมลายเซ็นของเม็มเบอร์ 16 คนในเพลงนี้ แต่ไม่ต้องกังวลไป ถึงจะไม่ได้ปิ๊กพร้อมลายเซ็น แต่ถ้าทำถูกต้องตามกติกาก็ได้ปิ๊กกีตาร์แน่ ๆ จ้า

จากบรรดาคลิปที่แฟน ๆ BNK48 ส่งเข้าร่วมสนุกมากมายนับไม่ถ้วน วันนี้แบไต๋ขอเลือกบางส่วนที่เราคิดว่าน่าสนใจมาให้ทุกท่านได้ชมกัน โดยเราพยายามนำเสนอเครื่องดนตรีให้ได้หลากหลายชนิดมากที่สุดครับ

เวอร์ชันกีตาร์อคูสติก

เวอร์ชันกีตาร์ไฟฟ้า

เวอร์ชันกีตาร์เบส

เวอร์ชันกลองชุด

เวอร์ชันวงสตริง

เวอร์ชันเปียโน

เวอร์ชันอูคูเลเล

เวอร์ชันแซ็กโซโฟน

เวอร์ชันแอคคอร์เดียน

เวอร์ชันขลุ่ย

เวอร์ชันขิม+จะเข้

เวอร์ชันซอด้วง+ซออู้

เวอร์ชันพิณอีสาน

เวอร์ชันไก่ยาง

เวอร์ชันขวดแก้ว

เวอร์ชันแมว

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีคลิปไหนถูกใจบ้าง ยังมีคลิปอีกมากมายที่เราไม่ได้เลือกมานำเสนอ ณ ที่นี้ ยังไงก็ตามเข้าไปชมกันได้ที่เพจเฟซบุ๊ก BNK48 หรือแฮชแท็ก #BNK48 #ฤดูใหม่ #fanSoloCampaign ได้เลย เยอะจนเชื่อว่าแฟน ๆ และทีมงาน BNK48 จะดูกันตาแฉะแน่นอน และสำหรับใครที่อยากจะร่วมสนุกแต่ยังไม่ได้ส่งคลิป ก็ขอให้เร่งมือเข้า มีเวลาถึงแค่วันที่ 31 สิงหาคมนี้เท่านั้นนะครับ

สุดท้ายขอเชิญชมคลิปจากครูเอ๊ะและครูแมน ไพเราะจับใจ แต่ผิดกติกาครับ 55+

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

Dragon Ball Super: Broly Movie ซูเปอร์ไซย่าในตำนาน ปี 2018 !!

Published

on

สวัสดีครับและวันนี้ก็กลับมาเจอกันอีกเช่นเคย กับการแนะนำ รีวิว การ์ตูนต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านได้เสพกัน ขอเกริ่นก่อนเลยว่าตัวผมนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบ ดราก้อนบอล เอามากๆ เรียกได้ว่าติดตามมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลยก็ว่าได้ วันนี้เรื่องที่ผมจะมาเขียนก็ตามหัวข้อเลย นั่นก็คือ ดราก้อนบอลเดอะมูฟวี่ ภาคล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้ อย่างภาค Dragon Ball Super: Broly Movie วันนี้ผมก็เลยไปรวบรวมข้อมูลต่างๆ คร่าวๆ มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน เอาละถ้าพร้อมแล้วก็เลื่อลงไปอ่านกันได้เลย

อ๊ะๆ แต่ก่อนอื่นเลย ขอเปิดด้วยทีเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของ The Movie ภาคนี้ก่อนละกัน ถ้าใครยังไม่ได้ดูก็ดูก่อนนะครับผม เพื่ออรรถรสมนการอ่าน อิอิ

 


เนื้อเรื่องย่อ

หลังจากจบศึกประชันพลังไปใน ดราก้อนบอลซูเปอร์ โลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง โกคู ได้รับรู้ว่าในจักรวาลแห่งนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเค้าอยู่อีกมาก แต่ทว่าวันนึงก็ได้มีชาวไซย่าที่ทุกคนคิดว่าตายหมดแล้วหลังจากถูก ฟรีเซอร์ ถล่มไปเมื่อหลายสิบปีก่อน จนเหลือแค่โกคูกับเบจิต้า ชายปริศนานามว่า โบลี่ ได้เดินทางมาโลกด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เกิดเหตุการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้นบนโลก ซึ่งแม้แต่ ฟรีเซอร์ ผู้ฟื้นคืนชีพมาจากนรกหลังศึกประชันพลังก็มาแจมด้วย !!


ตัวละครหลักในเรื่อง

 

โบลี่

เปิดมาด้วยตัวละครแรกกันเลย ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นภาค โบลี่ ฉะนั้นตัวร้ายหลักของภาคนี้ก็คงไม่พ้น โบลี่ แน่นอนอยู่แล้ว ตัวละครนี้จัดได้ว่าเป็นตัวละครที่ใครหลายๆ คนชอบมากแน่นอน เพราะว่าเค้าเคยมีบทบาทมาก่อนเมื่อหลายปีที่แล้ว และถูกนำกลับมาสร้างใหม่ในภาคที่กำลังจะมาในปี 2018 นี้ ก็ต้องมาดูกันว่าคาแร็คเตอร์ของเค้าจะถูกปรับเปลี่ยนไปมาน้อยแค่ไหน แต่มีอีกอย่างนึงที่การันตีได้แน่นอนนั้่นก็คือ โบลี่ คนนี้กับคนก่อนคือคนละกันแน่นอน เพราะของภาคเก่าๆ นั้น โบลี่ นั้นได้ตายไปแล้วในตอนที่สู้กับ โกฮัง นั่นเอง

โกคู

มีตัวร้ายก็ต้องมีพระเอก โกคู ของเรานั่นเอง โดยภาคนี้เนื้อเรื่องก็ต่อจากตอนจบของภาค ซูเปอร์ ซึ่งเป็นหลังจากตอนที่เค้าเอาชนะจิเร็นมาแล้ว แถมได้ร่างใหม่เป็นร่าง อัตตนิยม ซะด้วย !! แต่หลังจากจบภาคซูเปอร์ไป โกคู ได้บอกว่าเค้าไม่สามารถใช้ร่างนั้นได้อีก แต่ก็ไม่แน่นะในภาค โบลี่ นี้เราอาจจะได้เห็นเค้าแปรงร่างเป็น อัตตนิยม อีกก็เป็นได้

เบจิต้า

เบจิต้า อีก 1 กำลังรบสำคัญในศึกนี้ ในภาคเก่าเค้าเคยกลัวการที่จะปะทะกับโบลี่เป็นอย่างมาก ถึงขนาดเห็นโบลี่แปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าในตำนานทีเดียว เค้าถึงกับเข่าอ่อนลงไปทรุดกองอยู่กับพื้นเลย แต่ในตัวอย่างแรกที่เราเห็น เค้ายืนยิ้มประชันหน้ากับโบลี่ได้อย่างชิวๆ ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าคราวนี้เค้าจะกลายมาเป็นกระสอบทรายให้โบลี่กระทืบเล่นอีกรึเปล่า (ฮา)

พารากัส

มาถึงอีกตัวละครที่เป็นตัวดำเนินเรื่องของภาคนี้นั่นก็คือ พารากัส พ่อแท้ๆ ของโบลี่ นั่นเอง โดยภาคก่อนนั้นเค้ามาที่โลกเพื่อล้างแค้นเบจิต้า เพราะว่าพ่อของเค้าเคยพยายามที่จะฆ่าโบลี่กับตัวเองเมื่อก่อน แต่ก็รอดชีวิตออกมาได้หลังจากดาวระเบิด แต่ทว่าสุดท้ายเค้าก็โดนโบลี่ฆ่าตายอยู่ดี แต่ภาคนี้ก็ต้องมาดูกันว่า พารากัส จะมาด้วยเหตุผลเดิมและตายแบบเดิมอีกรึเปล่ากัน !!

ฟรีเซอร์

ฟรีเซอร์ เองก็เป็นอีก 1 ตัวละครที่จะมีบทบาทสำคัญในภาคนี้แน่นอน ซึ่งเค้าได้ถูกฟื้นคืนชีพแล้วตามคำสัญญาของโกคูที่ให้ไว้ในศึกประชันพลัง ก็ต้องมาดูกันว่าฟรีเซอร์จะกลายมาเป็นตัวพลิกเกมเหมือนในศึกประชันพลังรึเปล่า หรือจะมาให้โบลี่ต่อยเล่นกันแน่ (ฮา)


เอาล่ะก็จบไปแล้วกับบทความที่มีชื่อว่า Dragon Ball Super: Broly Movie ซูเปอร์ไซย่าในตำนาน ปี 2018 ก็ถ้ามีอะไรผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมาใน ณ ที่นี้ด้วย ส่วนถ้ามีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับตัวโบลี่ หรือเนื้อเรื่องต่างๆ ไว้จะมาเขียนให้อ่านกันสนุกๆ ใหม่นะครับผม ส่วนตอนนี้ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันในบทความต่อไปครับผม !!

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!