Connect with us

What The Fact

แด่การจากไปของท่วงทำนองแห่งความเศร้าอันงดงาม Jóhann Jóhannsson

โยฮัน โยฮันส์สัน นักดนตรีอิเล็คทรอนิคและผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชาวไอซ์แลนด์ที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์หลายครั้งจากภาพยนตร์เรื่อง The Theory of EverythingSicario และ Arrival ได้จากโลกนี้ไปแล้วด้วยวัยเพียง 48 ปี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทิ้งไว้เพียงผลงานชั้นเยี่ยมที่จะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลา

โยฮันส์สันเป็นหนึ่งในนักประพันธ์ดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เขาเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Score) ถึงสองครั้งติดกันจากภาพยนตร์เรื่อง

 The Theory of Everything ในปี 2014 และ  Sicario ในปี 2015  นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลลูกโลกทองคำในสาขาเดียวกันนี้จากภาพยนตร์เรื่อง The Theory of Everything  แค่นี้ยังไม่พอเขายังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยมสำหรับวิชวลมีเดียของแกรมมี่อวอร์ดอีกด้วย

ส่วนผู้กำกับคู่บุญที่โยฮันส์สันร่วมงานมาตลอด คือ เดนิส วิลเนิร์ฟ ( Denis Villeneuve) เริ่มจากภาพยนตร์เรื่อง Prisoners ในปี 2013 จากนั้นก็  Sicario ในปี 2015 และ Arrival ในปี 2016 นอกจากนี้ โยฮันส์สันยังได้ร่วมงานกับวิลเนิร์ฟในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา Blade Runner 2049 แต่น่าเสียดายที่ต่อมาฮานส์ ซิมเมอร์เข้ามาทำหน้าที่นี้แทน มิเช่นนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายอันเลอค่าที่โยฮันส์สันได้ฝากเอาไว้บนโลกใบนี้

เพื่อเป็นการรำลึกแด่โยฮันส์สัน และผลงานเพลงของเขา วันนี้เราจะมาดูเรื่องราวในชีวิตของเขาและผลงานเพลงเด่นๆที่เราไม่ควรพลาดกันครับ


Jóhann Jóhannsson


โยฮันส์สัน มีชื่อเต็มๆว่า โยฮัน กุนนาร์ โยฮันส์สัน (Jóhann Gunnar Jóhannsson) เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 1969 เป็นนักประพันธ์เพลงชาวไอซ์แลนด์ โดยผลงานของเขาครอบคลุมในสื่อหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นละครเวที การเต้น โทรทัศน์ และภาพยนตร์ เอกลักษณ์ในงานของโยฮันส์สันอยู่ที่การผสานรวมรูปแบบของดนตรีออเครสตร้าให้เข้ากับดนตรีอิเล็คทรอนิคร่วมสมัย โดยนำเสนอออกมาในแนวทางของศิลปะแบบมินิมอล

โยฮันส์สันเริ่มเรียนเปียโนและทรอมโบนเมื่ออายุได้ 11 ปี แต่ก็เลิกเล่นไปในตอนที่เข้าเรียนด้านภาษาและวรรณกรรม ณ มหาวิทยาลัยเรยาวิค เขาเริ่มเข้าสู่วงการดนตรีในช่วงทศวรรษที่ 1980 กับวงดนตรีแนวโปรโต-ชูเกสซ์ที่มีชื่อว่า Daisy Hill Puppy Farm จากนั้นเขาก็เล่นกีตาร์และโปรดิวซ์ให้กับวงอินดี้ร็อคในไอซ์แลนด์อาทิเช่น  Olympia, Unun และ Ham

ต่อมาในปี 1999 โยฮันส์สันได้ร่วมก่อตั้ง Kitchen Motors แหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นทั้งองค์กรทางศิลปะและค่ายเพลงที่หลอมรวมเอาศิลปินหลากหลายแนวเข้าไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นพังก์ แจ๊ซ คลาสสิค และ อิเล็คทรอนิค และจากจุดนี้จึงทำให้งานดนตรีของโยฮันส์สันได้หลอมรวมเอาเอกลักษณ์ของดนตรีหลากหลายแนวเข้าไว้ด้วยกันเป็นการทดลองทางดนตรีที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

โยฮันส์สันออกผลงานเดี่ยวครั้งแรกในปี 2002 โดยในปี 2016 ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงรุ่นใหญ่ด้านดนตรีคลาสสิคอย่าง Deutsche Grammophon ซึ่งโยฮันส์สันได้ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดสุดท้าย Orphée กับทางค่าย

ปกอัลบั้ม Orphee

ส่วนงานเพลงประกอบภาพยนตร์นั้น ผู้กำกับที่โยฮันส์สันร่วมงานบ่อยที่สุดก็คือ เดนิส วิลเนิร์ฟ ซึ่งภาพยนตร์ที่เขาทำเพลงให้ประกอบไปด้วย Prisoners, Sicario, และ Arrival นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์เรื่อง The Theory of Everything ของ James Marsh ที่ทำให้เขาได้รับรางวัลชนะเลิศจากลูกโลกทองคำในสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นอกจากนี้โยฮันส์สันถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2014 และจากภาพยนตร์เรื่อง Sicario ในปี 2015 และในปี 2017 โยฮันส์สันได้เป็นที่ปรึกษาด้านดนตรีให้กับภาพยนตร์สุดเหวอของผู้กำกับดาเรน อาโรนอฟสกี เรื่อง Mother!


แนวคิดในการทำเพลงของโยฮันส์สัน


งานเพลงของโยฮันส์สันนั้นส่วนใหญ่แล้วจะแฝงไว้ด้วยอารมณ์ที่เศร้า มีการเรียบเรียงที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนแต่ท่วมท้นไปด้วยอารมณ์ ความเศร้าในงานเพลงของโยฮันส์สันที่มิติที่ลุ่มลึกและเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์กับทาง The Talks เกี่ยวกับความเศร้าในงานเพลงของเขา ซึ่งโยฮันส์สันได้ให้คำตอบว่า

“ผมคิดว่าความเศร้าโศกนั้นเป็นอารมณ์ที่ถูกเข้าใจผิดมาตลอด ผมคิดว่ามันไม่ใช่อารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรืออารมณ์ที่ไม่ดี ยิ่งทุกๆ วันนี้ที่มีโซเชียลมีเดียเราก็ต่างอยากจะนำเสนอว่าเรามีชีวิตที่มีความสุขและมหัศจรรย์มากมายขนาดไหน ที่จริงแล้วความเศร้าโศกเป็นห้วงอารมณ์ที่ผมมีความยินดีที่ได้ประสบ มันไม่เหมือนกับความเศร้าหมองเฉยๆ มันเป็นอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้น ซึ่งมันมาจากการมองเห็นด้านเศร้าหมองของโลกใบนี้ เป็นความเศร้าในมุมมองของศิลปะ”

นอกจากนี้งานเพลงของโยฮันส์สันยังถูกถ่ายทอดผ่านการเรียบเรียงที่เรียบง่าย ซึ่งเขามีแนวคิดในการสร้างสรรค์บทเพลงออกมาในรูปแบบมินิมอลว่า

“ผมคิดว่าดนตรีของผมเป็นช่องทางการสื่อสารไปถึงอารมณ์ของคนได้โดยตรง ผมจึงไม่อยากจะทำเพลงให้มีความซับซ้อน ดนตรีควรจะทำงานกับอารมณ์ของคน”

โยฮันส์สันเป็นผู้ประพันธ์เพลงที่ทำเพลงให้กับสื่อหลากหลายซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีโจทย์หรือกรอบในการสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน ซึ่งสำหรับงานเพลงส่วนตัวกับงานเพลงประกอบภาพยนตร์นั้นโยฮันส์สันมองว่า

“เมื่อคุณคำเพลงประกอบภาพยนตร์ คุณจะถูกล็อคเอาไว้ในกรอบที่ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว แต่สำหรับงานเพลงของผม ผมเป็นคนกำหนดกรอบขึ้นมาเอง มันจึงมีพื้นที่ที่มากกว่า มีเวลามากกว่าในการไหลล่องไปกับมัน สำหรับงานเพลงประกอบภาพยนตร์ มันเหมือนกับการทำของย่อส่วน เราต้องแต่งเพลงในเวลา 2-3 นาทีลงไปในซีนนั้นๆ สำหรับเพลงประกอบภาพยนตร์มันเหมือนกับของย่อส่วน แต่งานเพลงส่วนตัวนั้นเหมือนกับผืนบ้าใบใหญ่ๆ นั่นเอง”

ส่วนในมุมมองของการฟังเพลงนั้น โยฮันส์สันมีความคิดว่าเราควรฟังเพลงอย่างตั้งใจมากกว่าที่จะเปิดเพลงได้เฉยๆและไปทำอย่างอื่นโดยปล่อยให้ดนตรีเป็นเพียงเสียงประกอบชีวิตของเรา

“ผมคิดว่าเราควรฟังดนตรีด้วยความตั้งใจ ผมไม่ชอบที่จะเปิดเพลงให้เป็นแบคกราวด์ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณฟังเพลง The Second Dream of The High-Tension Line Stepdown Transformer ของ La Monte Young ซึ่งทั้งเพลงจะเป็นเสียงทรัมเป็ตเล่นโน๊ต C ยาวๆกว่าชั่วโมง คุณต้องตั้งใจฟังมัน มิเช่นนั้นมันจะเป็นเพียงแค่เสียงหึ่งอันน่ารำคาญ สำหรับผมงานเพลงชิ้นนี้มันทำงานกับภายในร่างกายของเรา มันพูดกับคลื่นความถี่ที่สั่นสะเทือนภายในเรา และเมื่อใดที่คุณเริ่มฟังเพลงด้วยความตั้งใจ เมื่อนั้นคุณจะได้ยินสรรพเสียงที่อยู่รอบตัวคุณ และได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ที่มันมีต่อกัน”


งานเพลงของโยฮันส์สัน


ต่อไปนี้คืองานเพลงส่วนหนึ่งของโยฮันส์สันที่เราไม่ควรพลาดครับ

Trough Falling Snow

งานเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง Prisoners ผลงานภาพยนตร์ที่ทำให้เราได้รู้จักกับเดนิส วิลเนิร์ฟ และ โยฮันส์สัน ถ่ายทอดเรื่องราวของพ่อผู้ตามหาลูกสาววัย 6 ขวบที่หายตัวไปอย่างลึกลับ

งานดนตรีมีพื้นมาจากอารมณ์เศร้าที่ลอยล่องอยู่ในบรรยากาศปกคลุมตลอดการดำเนินเรื่อง เสียงดนตรีขับเน้นอารมณ์หม่นเศร้าของตัวละครออกมาได้เป็นอย่างดี และมีการเพิ่มความเข้มข้นทางอารมณ์ให้มากขึ้นเมื่อเสียงเพลงได้เดินทางไปตามท่วงทำนองของมัน

เบื้องหลังการทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Prisoners

 The Beast

บทเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง Sicario อันถ่ายทอดเรื่องราวของของเจ้าหน้าที่ FBI ที่ปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความรุนแรงของโลกแห่งอาชญากรรมและยาเสพย์ติด

งานดนตรีช่วยขับเน้นบรรยากาศของความน่าสะพรึงได้เป็นอย่างดี ทำให้เราได้รับรู้ถึงความน่ากลัว และไม่เป็นมิตรของดินแดนที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม เป็นอีกหนึ่งงานดนตรีอิเล็คทรอนิคที่น่าฟังของโยฮันส์สันครับ

Sicario เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่โยฮันส์สันทำโดยไม่มี temp track จากผู้กำกับ โดยปกติแล้วผู้กำกับมักจะใส่เพลง reference ซึ่งเราเรียกว่า temp track มาในร่างตัดต่อเพื่อให้นักแต่งเพลงดูเป็นตัวอย่าง แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ เดนิส วิลเนิร์ฟให้อิสระแก่โยฮันส์สันอย่างเต็มที่ให้การตีความเรื่องราวและถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงซึ่ง โยฮันส์สันก็มีความสุขกับการสร้างสรรค์งานด้วยวิธีนี้และเขาก็ทำมันออกมาได้อย่างดียิ่ง

Arrival

จากภาพยนตร์เรื่อง “Arrival” ภาพยนตร์ไซไฟเชิงปรัชญาว่าด้วยการมาเยือนของสิ่งลึกลับจากนอกโลก ที่ทำให้เราได้ค้นพบความลี้ลับของชีวิตผ่านระบบการสื่อสารอันน่าค้นหา

งานเพลงชิ้นนี้ให้ความรู้สึกลี้ลับ หวีดหวิว ชวนเสียวไส้ และประหวั่นพรั่นพรึง ชวนสร้างบรรยากาศของความยิ่งใหญ่ที่ไม่ชอบมาพากล ของการเผชิญหน้ากับผู้ลี้ลับต่างดาวได้เป็นอย่างดี

The Theory of Everything

Forces of Attraction

สองเพลงนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง The Theory of Everything  อันเป็นเรื่องราวชีวิตและความรักของนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ สตีเฟ่น ฮอว์คิง ผู้ที่โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่รุมเร้าไม่สามารถทำลายความมุ่งมั่นและอัจฉริยะภาพของเขาได้

งานดนตรีเป็นแนวสว่างไสวให้แรงบันดาลใจสอดคล้องกับเรื่องราวของภาพยนตร์ โดยมีเปียโนเป็นแกนหลักผสานด้วยฮาร์ปและเครื่องสาย

Flight From The City

Flight From The City งานดนตรีแบบมินิมอล สุดดิ่งลึกจากอัลบั้มเดี่ยว Orphée ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายกรีกเรื่อง  Orpheus  ถ่ายทอดเรื่องราวของความดับสูญและการก่อกำเนิด การผันเปลี่ยน ความรัก และศิลปะ อันเป็นภาพสะท้อนแห่งความสัมพันธ์ของเรา ดังจะเห็นได้จากมิวสิควีดิโอชิ้นนี้ที่กำกับโดย   Clare Langan

ฟังเพลงนี้แล้วชวนให้คิดถึงสัจธรรมของชีวิต ที่มีเกิดก็มีดับ มีพบมีพราก เฉกเช่นเดียวกันกับวันนี้ที่เราได้สูญเสียอีกหนึ่งคนดนตรีผู้สร้างสรรค์งานเพลงอันทรงคุณค่าให้กับวงการดนตรีและวงการภาพยนตร์ตลอดมา ถึงแม้ว่าแสงแห่งชีวิตของเขาจะได้ดับลง แต่เสียงดนตรีของเขา “โยฮัน โยฮันส์สัน” จะไม่มีวันเงียบลงไปจากความทรงจำของเรา.

R.I.P.

19 September 1969 – 9 February 2018

Source

JÓHANN JÓHANNSSON: “DOES IT SPEAK SIMPLY AND DIRECTLY?”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!