Connect with us

What The Fact

เตรียมตัวสิ้นสุดทางเพื่อน: มาขอเป็นแฟนให้ได้แฟนกันเถอะ!

ภาพประกอบจาก gdh

คุณกำลังประสบปัญหา FRIEND ZONE หรือไม่!?

นี่คือชีวิตจริงของคุณหรือเปล่า? คุณมีเพื่อนสาวอยู่คนหนึ่ง เธอเป็นคนพิเศษของคุณ คุณก็ดูเหมือนเป็นคนพิเศษของเธอ คุณเป็นคนที่เธอโทร.หาทั้งที่ไม่ได้มีธุระอะไร โทร.มาขอให้คุณร้องเพลงให้ฟังหรืออะไรทำนองนั้น คุณคอยอยู่ข้างเธอเมื่อเธอเหงา เธอชวนคุณไปไหนคุณก็ไปโดยไม่เกี่ยงงอน คุณเป็นคนที่คอยจดเลกเชอร์ให้เธอยามที่เธอไม่ได้เข้าเรียน ติวหนังสือให้เธอยามที่เธอเรียนไม่รู้เรื่อง เธอมีปัญหาอะไรก็เอามาให้คุณช่วยแก้ เธอบอกว่าอยู่กับคุณแล้วสบายใจ แต่ก็ยังเที่ยวบอกใครต่อใครว่าคุณเป็นแค่เพื่อนของเธอ


เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจ้า!

อย่างนี้มันไม่ใช่!!

คุณทนกับสถานภาพนี้ของคุณต่อไปไม่ไหวแล้ว ถึงเวลาต้องข้ามเส้น คุณเลยตัดสินใจหอบกุหลาบช่อใหญ่เข้าไปหาเธอ วันนี้คุณตัดสินใจแล้วว่าเป็นไงเป็นกัน

“เป็นแฟนกับเรานะ” คุณยื่นข้อเสนอให้เธอพร้อมช่อกุหลาบ
“แล้วถ้าเราตอบว่าไม่ล่ะ?” เธอถามกลับ
“ถ้าไม่…ก็…ไม่เป็นไร…เป็นอย่างนี้ต่อไปก็ได้” คุณตอบเธอแบบไม่เต็มเสียง
“เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้วเนาะ” เธอพูด

นั่นไง โดน FRIEND ZONE เต็ม ๆ !

แล้วเธอก็ไปกับผู้ชายอีกคน แล้วผมก็ต้องมานั่งอ่านสเตตัสเฟซบุ๊กจำพวกผู้หญิงใจร้าย โลกนี้ไม่ยุติธรรม ทำไมผู้หญิงชอบคนเลว guนี่ไงผู้ชายที่เหมือนgu และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ผู้ชายหน่ายโลกอย่างผมหน่ายโลกหนักเข้าไปอีก

โอเค ผมเข้าใจ ใคร ๆ ก็รู้ว่าการที่คุณทำอะไรให้เธอมากมายขนาดนี้ มันต้องเป็นแฟนกันแล้ว เพื่อนกันอย่างมากเขาก็แค่ไปดูหนังด้วยกันเป็นหมู่คณะทุกเย็นวันพุธ โทร.หาเวลาจะถามว่าmeungถึงไหนแล้ว (guรออยู่ โปรบุฟเฟต์มันต้อง 4 คนโว้ย!) หรือไม่ก็ซีร็อกซ์เลกเชอร์แจกกันในห้อง

แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนที่ทำให้คุณไม่สามารถเจรจาต่อรองเพื่อให้เธอเปลี่ยนแปลงสถานะความสัมพันธ์กับคุณได้ เอาแบบที่ให้คลิกตรงที่ติดกับคำว่า In a relationship with ในหน้าโปรไฟล์เฟซบุ๊กของเธอแล้วมันเด้งขึ้นมาเป็นหน้าโปรไฟล์ของคุณ (ไม่ใช่หน้าโปรไฟล์ของใครก็ไม่รู้!) มันเป็นเพราะว่าเธอสวยเลือกได้ (นั่นเธอเลือกแล้วเหรอ!) เธอรอชายในฝัน (แต่หมอนั่นมันฝันร้ายชัด ๆ !) หน้าตาคุณเหมือนเต้าหู้ (แต่หน้าตาหมอนั่นเหมือนเต้าหู้ถูกเหยียบ!) หรือเพราะอะไร?


guไม่ได้อยากเป็นเพื่อน guอยากเป็นผัว!!


เห็นแล้วอยากทุ่มน้ำแข็งใส่หัวมันโว้ย!

จะออกจาก FRIEND ZONE ได้ ต้องใช้วิชาการเจรจาต่อรอง

มาถึงจุดนี้ คำถามก็คือ อะไรคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผลของการเจรจาต่อรองเป็นอย่างที่คุณต้องการ? อำนาจต่อรองของคุณอยู่ที่ไหน? ใช่คุณค่าของสิ่งที่คุณนำเสนอในการต่อรองหรือเปล่า? เปล่าเลย อำนาจต่อรองของคุณขึ้นอยู่กับทางเลือกที่คุณมีหากการเจรจาต่อรองนั้นไม่ประสบผลสำเร็จต่างหาก พูดอีกอย่างก็คือคุณแคร์มากน้อยแค่ไหนถ้าคุณไม่ได้สิ่งที่คุณต้องการจากการเจรจาต่อรอง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไปเดินตลาดนัดคนเดียวแล้วเจอเสื้อยืดที่คุณอยากได้แต่แม่ค้าไม่ให้ราคาที่คุณพอใจ คุณก็มีทางเลือกอื่น เช่นเดินไปซื้อที่อื่น หรือไม่ก็กลับไปใส่เสื้อยืดที่คุณมีอยู่แล้ว เพราะสำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ เสื้อยืดที่ไหนก็เหมือนกัน ในกรณีนี้คุณมีอำนาจต่อรองเหนือกว่าแม่ค้า ทำให้แม่ค้าต้องลดราคาให้คุณจนกว่าคุณจะพอใจ การซื้อขายจึงจะเกิดขึ้น

แต่ในอีกสถานการณ์หนึ่ง ถ้าแม่สาวน้อยของคุณบอกคุณว่าอยากกินขนมปังเนยโสด และเจาะจงว่าต้องเป็นขนมปังเนยโสดจากคาเฟ่ขนมหวานร้านหนึ่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ห้ามซื้อของร้านอื่นเด็ดขาดเพราะเธอจะไม่สามารถถ่ายรูปอวดเพื่อนในไอจีได้ คุณก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องลำบากตรากตรำไปซื้อให้เธอและแน่นอนว่าแม่ค้าจะโขกเอาเงินจากคุณเท่าไหร่ก็ได้ แล้วคุณก็จะได้แต่บ่นกระปอดกระแปดว่าทำไมต้องลำบากขนาดนี้ ขนมปังเนยสดที่ไหน ๆ มันก็เหมือนกันไม่ใช่เรอะ!

เด้งเข้ามาพร้อมกันเลย ช่วยบอกมนุษย์ติดรีวิวอย่างผมทีครับว่าผมควรไปทางไหนดี!?

กลยุทธ์วุ่นวายเยิ่นเย้อเว้ย จะให้ทำยังไงก็พูดมา รีบ!

โอเคครับ ใจเย็น ๆ ใกล้ถึงแล้วครับ

เมื่อพิจารณาจากตัวอย่างที่ผมยกมาแล้ว เมื่อคุณจะทำการเจรจาต่อรอง ยุทธวิธีที่คุณควรจะใช้มีอยู่สองวิธี

วิธีแรกคือการทำให้คู่เจรจาของคุณเชื่อว่าคุณยังมีทางเลือกอื่นถ้าการเจรจาต่อรองไม่ประสบผลสำเร็จ ประโยคที่เราได้ยินบ่อย ๆ จากลูกค้าในการต่อรองราคาสินค้าก็เช่น “เคยเห็นร้านอื่นขายถูกกว่านี้นี่นา” “ไปดูร้านอื่นก่อนดีกว่า” “ถ้าไม่ได้ราคานี้ก็ไม่เอา” เป็นต้น

วิธีที่สองก็คือการทำให้คู่เจรจาของคุณเชื่อว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วถ้าการเจรจาต่อรองไม่ประสบผลสำเร็จ ประโยคที่เราได้ยินบ่อย ๆ จากแม่ค้าในการต่อรองราคาสินค้าก็เช่น “ไม่มีร้านไหนให้ถูกกว่านี้หรอกค่ะ” “มีร้านหนูร้านเดียวที่มีแบบนี้นะคะ” “แบบเก่ามันเชยไปแล้วล่ะคุณ” เป็นต้น

กลับมาที่ปัญหาของคุณที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น สาเหตุที่ทำให้การเจรจาต่อรองของคุณกับเธอไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่คุณต้องการก็คือ สถานการณ์ปัจจุบันมันชัดเจนว่าคุณไม่มีทางเลือกอื่นเมื่อการเจรจาต่อรองไม่ประสบผลสำเร็จ ในใจเธออาจจะคิดว่าต่อให้เธอไม่รับข้อเสนอของคุณ เธอก็ยังไม่เสียอะไรไป ยังไงคุณก็ยังอยากเจอหน้าเธอทุกวัน อยากได้ยินเสียงของเธอก่อนนอนทุกคืน อยากให้เธอส่งข้อความให้ อยากไปไหนมาไหนกับเธอสองต่อสอง อยากทำทุกอย่างที่คุณทำได้เพื่อให้เธอมีความสุข (นั่นก็แปลว่าเธอยังมีทางเลือกที่จะไม่เลือกคุณ) เมื่อเธอคิดเช่นนี้แล้ว ข้อเสนอของคุณก็ไม่มีความหมายให้เธอต้องมาใส่ใจ

ได้เวลาดำเนินยุทธวิธี

แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ? จากสองยุทธวิธีที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น วิธีที่คุณอาจจะใช้ได้ก็มีดังต่อไปนี้

สเต็ปแรก: ปูทางมาอย่างนุ่มนวล

สเต็ปแรกก็คือ ตลอดเวลาที่คุณคบกับเธอเป็น “เพื่อน” คุณต้องทำให้เธอเชื่อว่าคุณยังมีทางเลือกอื่นอีกมาก ต่อให้คุณขาดเธอไปคุณก็ไม่เป็นอะไร คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการลองพูดคุยหรือออกเดตกับผู้หญิงคนอื่นดูบ้าง หากิจกรรมอย่างอื่นทำในเวลาว่างของคุณ เวลาเธอไลน์หรือเฟซบุ๊กมาก็ปล่อยให้เธอเห็นว่าคุณอ่านแล้วทิ้งไว้บ้าง ทอดไข่เจียวให้เสร็จปิดแก๊สให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาตอบก็ได้ ไม่ต้องรีบตอบทันทีทันใด เวลาเธอขออะไรคุณก็ไม่จำเป็นต้องจัดเต็มให้เธอตลอด อย่างที่ภาษาไทยเขาเรียกว่าอย่าทำตัวเป็นของตาย (มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่าทำไมผู้หญิงถึงเลือกผู้ชายเจ้าชู้หรือผู้ชาย “เลว ๆ” เป็นแฟน และทำไมผู้ชายดี ๆ ถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที)

ไม่ใช่ว่าคุณทำธุระอยู่พม่า พอเธอโทร.หาคุณแล้วบอกว่าให้มาหาที่มาเลเซีย คุณก็รีบบึ่งตรงไปทันที อย่างนี้ไม่เอา!

สเต็ปที่สอง: ส่งสัญญาณให้เธอรู้ เตรียมปล่อยท่าไม้ตาย

สเต็ปที่สองคือ ก่อนที่คุณจะไปยื่นข้อเสนอกับเธอ ให้คุณเปรยให้เพื่อน ๆ ของคุณและเพื่อน ๆ ของเธอฟังจนไปเข้าหูของเธอว่า คุณกำลังตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต อย่างเช่นคุณเพิ่งได้ทุนการศึกษาจากรัฐบาลเกาหลีเหนือให้ไปศึกษาต่อปริญญาเอกสาขาการทำหมูกระทะและการจัดการเลือกตั้งให้เป็นประชาธิปไตย แต่คุณยังลังเลอยู่ว่าจะรับทุนดีหรือไม่ เพราะคุณยังอยากอยู่ใกล้ ๆ เธออย่างนี้ต่อไปมากกว่าและหวังว่าสถานภาพความสัมพันธ์ของคุณกับเธอจะ “พัฒนา” ยิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่ถ้าสถานภาพความสัมพันธ์ของคุณกับเธอยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก คุณก็คงจะลืมทุกอย่างและออกเดินทางไปตามเส้นทางของคุณ วิธีการนี้อาจทำให้สุดท้ายแล้วคุณต้องแพ็กกระเป๋าขึ้นรถไฟไปเปียงยางจริงๆ (เพราะกลัวเสียหน้าหรือเพราะตั้งใจจะเอาความรู้กลับมาพัฒนากิจการที่บ้านก็แล้วแต่) แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าคุณคู่ควรจะได้รับสิ่งที่คุณต้องการแล้วล่ะก็ คุณควรจะลงมือ เพราะในการเจรจาต่อรองใด ๆ ก็แล้วแต่ การยื่นข้อเสนอโดยไม่สร้างอำนาจต่อรองนั้นไม่มีความหมายแต่แรกอยู่แล้ว

สเต็ปสุดท้าย: ยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธ

สเต็ปสุดท้าย เมื่อคุณถือช่อกุหลาบเข้าไป ก็ขอให้ทำตัวสบาย ๆ อย่าแสดงอาการประหม่าให้เห็นได้เด็ดขาดว่านี่คือเดิมพันเดียวที่คุณมี ประหนึ่งโลกทั้งใบจะพังลงไปตรงหน้าถ้าเธอไม่รับข้อเสนอของคุณ คุณต้องทำให้เธอรู้สึกให้ได้ว่าคุณพร้อมที่จะหายไปจากชีวิตของเธอได้สบาย ๆ ถ้าเธอเห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณทำเพื่อเธอมาทั้งหมดแล้วล่ะก็ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับข้อเสนอของคุณ

ยังไงก็ขอให้ได้ขอให้โดนนะครับ แต่สำหรับใครที่พลาดเข้าไปติดอยู่ในเฟรนด์โซนแล้ว ไม่รู้จะออกยังไง ผมขอเสนอให้คุณหาเวลาไปชมภาพยนตร์เรื่อง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน โดย gdh ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะหาทางออกจากเฟรนด์โซนได้ก็ได้นะครับ ^_^

อ่านรีวิวภาพยนตร์เรื่อง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน ของเราได้ที่นี่ครับ

*ขอบคุณภาพประกอบบทความจาก gdh

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!