Connect with us

What The Fact

สัมผัสความในใจจาก “เบล” ถึง “ซู” ใน MV “LET U GO” บทเพลงสุดซึ้งประกอบภาพยนตร์เรื่อง “Where We Belong”

 

‘เพลงนี้..กูแต่งให้มึงอ่ะ’

 

ถ้า ‘เบล’ มีเวลา 1 วันก่อน ‘ซู’ ไป

และถ้านี่คือการซ้อนท้ายมอร์ไซค์ครั้งสุดท้าย

เพื่อนรัก 2 คน จะใช้เวลา 24 ชม. ที่เหลือนี้อย่างไร

.

ฟังเบลร้องความในใจ แล้วตามไปดูว่า

‘ซู’ จะตัดใจจากไปได้จริงๆ หรอ

 

“Where We Belong”  ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า เป็นภาพยนตร์ไทยแนวดราม่า-โรแมนติกเรื่องล่าสุดของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (Snap, ตั้งวง ,แต่เพียงผู้เดียว,เฉิ่ม,สยิว) ผู้กำกับสายอินดี้และนักดนตรีวงสี่เต่าเธอ เล่าเรื่องของสองเพื่อสาว “เบล” และ “ซู” เพื่อนรักที่สนิทกันยิ่งกว่าเพื่อนสนิท แต่ไม่เคยทำอะไรเกินลิมิตไปมากกว่านั้น  ทั้งสองคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดผ่านสุข ทุกข์ ร้ายดีมาด้วยกัน  แต่แล้วทุกอย่างก็กำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อ ซู กำลังจะจากจันทบุรีบ้านเกิดที่เธอเกลียดและทิ้งกิจการก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงของพ่อเพื่อไปเรียนต่อเมืองนอก ซึ่งมีแนวโน้มว่าเธอจะไปแล้วไม่ลับไม่กลับมาอีก จึงทำให้เพื่อนรักอย่างเบลต้องตัดสินใจว่าความรักที่มีนั้นจะเหนี่ยวรั้งเพื่อนคนนี้ได้หรือไม่ หรือความรักที่แท้นั้นคือการปล่อยไป และทำได้ดีที่สุดคือสร้างความทรงจำดีๆร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย

ตัวละครนำทั้งสอง รับบทโดยสองสมาชิกจากวงไอดอล BNK48  มิวสิค แพรวา สุธรรมพงษ์ รับบทเป็น เบล และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ รับบทเป็น ซู โดยครั้งนี้จะเป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของ มิวสิค ส่วน เจนนิษฐ์นั้นเคยแสดงภาพยนตร์เรื่อง “แปดวันแปลกคน” มาก่อน แต่ตอนนั้นยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย คราวนี้จึงเหมือนได้กลับมารับบทบาทนักแสดงอีกครั้ง  ซึ่งนอกจากมิวสิคและเจนนิษฐ์ แล้วยังมีสมาชิก BNK48 คนอื่นๆอีกที่มารับบทสมทบในภาพยนตร์เรื่องนี้ นั่นก็คือ อร พัศชนันท์ เจียจิรโชติ ที่เพิ่งผ่านการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง App War มาหมาดๆ นอกจากนี้ยังมี แพนด้า   จิดาภา แช่มช้อย, นํ้าหนึ่ง มิลิน ดอกเทียน, ปูเป้  จิรดาภา อินทจักร, ฝ้าย สุมิตรา ดวงแก้ว และ ตาหวาน อิสราภา ธวัชภักดี  มากันเยอะเลย ใครโอชิคนไหนก็อย่าลืมตามไปให้กำลังใจกันนะครับ

นอกจากได้ผู้กำกับมือดีและมีนักแสดงที่น่าสนใจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือเพลงประกอบที่มีชื่อว่า “LET U GO” ซึ่งแต่งออกมาได้ไพเราะและมีความหมายดีมาก ก็จะเป็นฝีมือใครไปล่ะ ถ้าไม่ใช่ พี่เล็ก คงเดช จาตุรันรัศมี ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ที่มีอีกบทบาทเป็นนักดนตรีวงสี่เต่าเธอ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้กับหนังของตัวเองหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น “ฝันกลางวัน” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “สยิว” และ “จับมือฉัน” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “กอด” เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ พี่เจ เจตมนต์ มละโยธา หรือ เจ Penguin Villa มาร่วมแต่งและเรียบเรียงด้วย ซึ่งหากเพลงไหนได้ พี่เจ เจตมนต์มาเรียบเรียงให้แล้วล่ะก็รับประกันความไพเราะได้เลย และจะเป็นเพลงที่มีรายละเอียดของเครื่องดนตรีต่างๆอย่างน่าสนใจด้วย แถมยังพ่วงทีมมากับ ดุ่ย Youth Brush  มาร่วมเสริมเติมไลน์กีตาร์ไฟฟ้า เบส และสตริง ให้น่าสนใจ อีกทั้งยังใส่เสียงร้อง “ฮู ฮู้ ฮู” ของตัวเองไว้ในท่อนโซโล่ด้วย นอกจากนี้ยังมี  แม็ก อาสนัย จากวง SuperGlasses Ska Ensemble, ภูมิจิต และ แสงระวี  มาเรียบเรียงเสียงเครื่องสายสุดซึ้งเอาไว้ในเพลงนี้ด้วย  ต้องบอกว่าเพลงนี้นอกจากจะจัดเต็มกันแบบเต็มที่แล้ว ยังได้ดีกรีว่าเป็น เพลงออริจินัลเพลงแรกของ BNK48 ที่ไม่ได้มาจากการแปลงเพลงต้นฉบับมาจาก AKB48 นั่นเอง

คงเดช จาตุรันต์รัศมี

 

เจ เจตมนต์ มละโยธา

“LET U GO” โดดเด่นไปด้วยไลน์กีตาร์อันไพเราะทั้งกีตาร์อะคูสติคที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและละมุนละไม ซึ่งเข้ากันดีกับเสียงร้องของมิวสิคและเจนนิษฐ์ที่คราวนี้ได้ฉายเดี่ยวกันสองคนให้เราได้ฟังเนื้อเสียงของทั้งคู่กันชัดๆ ซึ่งตอนแรกก็เกร็งๆกันโดยเฉพาะมิวสิคแต่พี่เล็ก คงเดชก็บรีฟและให้กำลังใจจนได้ออกมาใสซึ้งแบบที่เราได้ฟังกัน อันถูกเติมเสริมด้วยเครื่องสายโอบคลุมและสร้างห้วงอารมณ์สุดซึ้งขึ้นมา อีกทั้งยังมีกีตาร์ไฟฟ้าที่แทรกเสริมเติมเข้ามานำพามาซึ่งความอิ่มเต็มทางอารมณ์

ส่วนเนื้อเพลงนั้นก็สะท้อนความรู้สึกที่เบลมีต่อซู ออกมาได้อย่างกินใจ โดยเป็นภาวะที่เบลกำลังตัดสินใจและบอกกับตัวเองว่า ได้เวลาที่จะปล่อยให้ซูไปมีทางของเธอและพบเจอในสิ่งที่หวังไว้ได้แล้ว แต่ไม่อย่างจะอย่างไรเธอก็จะยอมรับความเป็นไปและจะยังคงอยู่ที่ตรงนี้เสมอ  ซึ่งมีความน่าสนใจตรงท่อนที่ร้องว่า “ฉันยังอยู่ ฉันยังอยู่…ตรงนี้” ซึ่งถูกร้องสองครั้งครั้งแรกเป็นมิวสิค (เบล) ร้อง เพื่อบอกว่าตัวเองยังอยู่ตรงนี้แม้ซูจะจากไป แต่ในท่อนสุดท้ายเลือกให้ เจนนิษฐ์ (ซู) เป็นคนร้อง ซึ่งมีนัยยะที่น่าสนใจว่า หรือซูเลือกที่จะอยู่และไม่ไป ? หรืออาจหมายความว่าไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน มิตรภาพของทั้งคู่ก็ยังคงอยู่เสมอ  ไม่รู้ว่าบทสรุปในความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปใน ““Where We Belong”  ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า” ที่ใกล้จะถึงวันฉายเข้าไปทุกทีแล้ว

MV ของเพลงนี้กำกับโดย FEIFEI พิสิณี ขาวสมัย ที่เคยทำงานร่วมกับ Rap is Now ในการทำรายการ The Rapper และมิวสิควีดีโอ “มีตังค์” ให้กับ YOUNGOHM รวมไปถึง MV ของ BNK48 ในเพลง “ฤดูใหม่ Tsugi no season” ของ BNK48 รุ่นสอง และ MV “Beginner” สุดเท่นั่นเอง !  ส่วนการกำกับภาพนั้นเป็นฝีมือของ พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์  ที่ถ่ายภาพสวยๆไว้ใน MV เพลงไทยมากมายอย่างล่าสุดนี่ก็เพลง “ไม่รู้ทำไม” ของ WHAL&DOLPH นั่นเอง

และหากใครอินอยากลองฝึกร้องฝึกเล่นเพลงนี้ ก็เอาคอร์ดนี้ไปเล่นกันให้อินก่อนได้เลยครับ

Credit: www.chordtabs.in.th

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ อย่าลืมไปให้กำลังใจมิวสิค เจนนิษฐ์และสาวๆ BNK48 คนอื่นๆ และร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวซึ้งๆของเบลและซูกันนะครับ

 

 

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!