“ผมไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจกับหนังเรื่องนี้ได้ และผมก็หวังว่าทุกคนจะรู้สึกชอบหรือไม่ชอบหนังในทางที่หลากหลาย”

J.J. Arams ผู้กำกับสองในสามเรื่องของ Star Wars ไตรภาคล่าสุด (2015-2019) ได้แก่ The Force Awakens และ The Rise of Skywalker ออกมาให้สัมภาษณ์ เขาคือผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์และหนังดัง ๆ ซึ่งประสบความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lost หรือ Alias หนังอย่าง Mission Impossible ที่กำกับเองในภาค 3 และอำนวยการสร้างทุกภาคมาถึงปัจจุบัน Star Trek ฉบับรีบูตที่กำกับเองในภาค 1-2 และอำนวยการสร้างทุกภาคมาถึงปัจจุบันเช่นกัน จากชื่อชั้นก็ดูจะเป็นที่น่าไว้วางใจได้ให้มาคุมงานสร้าง Star Wars มหากาพย์แฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกับภาคที่ผ่านมากระแสของคนดูคงให้เขาแค่ “สอบผ่าน” หรือเอาตัวรอดไปได้เท่านั้น

๋J.J. Abrams กับผลงาน The Rise of Skywalker

J.J. Abrams กับผลงาน The Rise of Skywalker

“ผมต้องอดหลับอดนอนมากที่สุด ตั้งแต่เคยทำหนังมาเลยนะ” Abrams ตอบคำถามนักข่าวของ BBC Radio 5 “ขอบเขตของหนังเรื่องนี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก ผมมีหน้าที่ทำให้มันออกมายิ่งใหญ่ที่สุด แต่เมื่อเรื่องราวมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น มีแฟน ๆ ติดตามอยู่มากมายหลายรุ่นขนาดนี้ พวกเรารู้ดีว่า…สุดท้ายมันจะเกิดการถกเถียงขึ้นในหมู่คนดูแน่ ๆ”

ผู้กำกับคนดังยังกล่าวต่อว่า”ผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้น เรารู้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในลักษณะนี้ ก่อนที่เราจะเริ่มทำหนัง Star Wars และไม่ว่าเราเลือกจะเล่าเรื่องแบบไหน มันจะต้องมีแฟนหนังฝั่งหนึ่งที่ไม่ชอบในสิ่งที่ผมทำเสมออยู่แล้ว”

“ทีมงานและนักแสดงของหนังเรื่องนี้คือกลุ่มบุคคลที่สุดยอดที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก ผมเลยรู้สึกโชคดีมากที่ได้กลับมาอีกครั้ง และเสียใจที่ผมจะไม่ได้ทำงานกับพวกเขาอีกแล้ว แต่ผมคิดว่าผมพอแล้วนะสำหรับ Star Wars” Abrams ให้สัมภาษณ์ไว้กับวาไรตี้

ตั้งแต่มีการประกาศสร้างไตรภาคหลังสุดในปี 2015 รายชื่อผู้กำกับ 3 คน ได้ถูกประกาศว่าจะเข้ามารับผิดชอบหนังกันคนละตอน เรียงไปทุก 2 ปีจนถึงปี 2019 ประกอบด้วย Abrams ในเรื่อง The Force Awakens ที่จะเป็นการเปิดไตรภาคด้วยการผจญภัยใหม่ของตัวละครกลุ่มใหม่ซึ่งเชื่อมโยงกับตระกูลสกายวอล์กเกอร์ ก่อนที่ภาค 8 The Last Jedi จะกลับไปเน้นที่ตัวละครหลักจากไตรภาคแรก และมีบทสรุปที่หักมุม-น่าจดจำแบบเดียวกับ ภาค 5 The Empire Strikes Back (1980) ซึ่งทุกคนจำได้จากประโยคทอง “I’m Your Father.” ของตัวละครดาร์ธ เวเดอร์ หนังอยู่ภายใต้การกำกับของ Rian Johnson (Looper, Knives Out) และภาคสุดท้ายที่จะเป็นบทสรุปของไตรภาค เคยจะตกอยู่ในมือของผู้กำกับ Colin Trevorrow (Jurassic World และกำลังจะกลับมากำกับภาค 3) ก่อนที่จะถอนตัวออกไป ตอน The Last Jedi อยู่ระหว่างการถ่ายทำ

การนั่งอ่านบทไปด้วยกันครั้งแรกของทีมนักแสดง ตอน The Force Awakens ประกาศสร้าง

การนั่งอ่านบทไปด้วยกันครั้งแรกของทีมนักแสดง ตอน The Force Awakens ประกาศสร้าง

หลังจาก The Last Jedi ออกฉายในปี 2017 นั้น เกิดข้อถกเถียงต่อความชื่นชอบตัวหนังในหมู่คนดู กลุ่มแรกชื่นชอบความแปลกใหม่ไม่ซ้ำเดิมและชื่นชม Rian Johnson ที่กล้าแหกขนบการเล่าเรื่องและตำนานเดิมของ Star Wars (รวมถึงการโจมตี The Force Awakens ของ Abrams ว่าซ้ำซาก แทบจะเดินตามรอยภาคแรกสุดอย่าง The New Hope (1977)) จนออกแรงเชียร์ให้มากำกับภาคสุดท้ายแทน Trevorrow ที่ชิงถอนตอนไปอย่างรู้แกวว่า จะได้รับแรงกดดันอย่างมหาศาล ส่วนกลุ่มที่ไม่ชอบไปจนถึงก่นด่า The Last Jedi ก็ให้เหตุผลไว้ถึง “การทรยศ” ต่อจิตวิญญาณดั้งเดิมของ Star Wars ทำให้ตัวละครของลุค สกายวอล์กเกอร์กลายเป็นตาแก่ขี้หงุดหงิด และพล็อตหนังได้ “ล้มล้าง” หลักการของเจไดที่วางเอาไว้ตั้งแต่สองไตรภาคก่อนจนหมดสิ้น

Rian Johnson กำกับ Carrie Fisher ผู้ล่วงลับใน The Last Jedi

Rian Johnson กำกับ Carrie Fisher ผู้ล่วงลับใน The Last Jedi

ท่ามกลางกระแสความขัดแย้ง ค่ายผู้สร้าง Lucasfilm นำโดยผู้อำนวยการสร้าง Kathleen Kennedy ก็ได้ออกมาประกาศว่า ผู้กำกับ J.J. Abrams จะกลับมาปิดท้ายไตรภาคที่ได้เริ่มไว้กับ The Rise of Skywalker ส่วนแฟน ๆ ของ Rian Johnson ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะจะได้เห็น Star Wars อีกถึงหนึ่งไตรภาคจากฝีมือการกำกับของเขาในไตรภาคหน้า ที่เรื่องราวจะไม่เกี่ยวกับตระกูลสกายวอล์กเกอร์อีกแล้ว ซึ่งก็คงจะเปิดโอกาสให้เขาใส่ลูกเล่นได้เต็มที่ อย่างแทบจะไม่ต้องอิงกับหลักการของ Star Wars แบบเดิม ๆ อย่างที่แฟน ๆ กลุ่มหนึ่งชอบที่เขาทำใน The Last Jedi

“ผมคิดว่าการคิดหรือสร้างสรรค์ Star Wars ด้วยการสนองนี้ดแฟน ๆ คือความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม” Rian Johnson ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Radio.com

“เทียบกับประสบการณ์ของผมในฐานะแฟนหนัง ถ้าผมกำลังเข้าไปเพื่อจะรอดูสิ่งที่ผมอยากดู แล้วผมได้เห็นสิ่งที่ผมอยากเห็นมันก็แค่โอเค จริงไหมละ? ผมก็แค่ยิ้มและรู้สึกเฉย ๆ แล้วหลังจากนั้นผมก็จะไม่ได้คิดถึงมันอีก มันไม่ได้ถูกพูดถึงอีกเลยแน่ ๆ แสดงว่าหนังเรื่องนั้นไม่ได้ทำให้ผมพอใจกับมันได้จริง ๆ” Johnson กล่าวตบท้าย

“ผมก็อยากทำให้ทุกคนที่ดูพอใจนะ แต่วิธีไหนที่จะทำให้ทุกคนพอใจละ ไม่เคยมีแฟน ๆ กลุ่มที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเดียวและมีความเห็นหรือความชอบเหมือนกันหมด เพราะทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง และทุกคนก็จะบอกว่า ความเห็นตัวเองถูกต้องเสมอ ทุกคนมีความคิดเห็นเป็นของตัวเองทั้งนั้น” คำปิดท้ายของการสัมภาษณ์ของ Abrams ในตอนต้น

Abrams และ Lawrence Kasdan ผู้เขียนบท The Force Awakens กับบทที่ทำด้วยกระดาษสีแดงทั้งเรื่อง ป้องกันการซีล็อค

Abrams และ Lawrence Kasdan ผู้เขียนบท The Force Awakens กับบทที่ทำด้วยกระดาษสีแดงทั้งเรื่อง ป้องกันบทหลุดออกไปด้วยการถ่ายเอกสาร

(ย่อหน้านี้สปอยล์) ในหลายทฤษฎีที่ถูกตั้งขึ้นนั้นกล่าวว่า บทของ J.J. Abrams ได้เข้ามาแก้ไขหรือบิดเรื่องที่ Rian Johnson เขียนเอาไว้เช่น ประเด็นที่มาชาติตระกูลของเรย์ที่ใน The Last Jedi ดูจะเฉลยไปทางที่ว่า เธอเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลสกายวอล์กเกอร์ที่พลัดพราก จึงมีจิตเชื่อมโยนกับไคโร เรนหรือเบน โซโล ซึ่งเป็นคนในสายเลือดสกายวอล์กเกอร์ รวมถึงการให้ไคโล เรนและเรย์ มีความเป็นพี่น้อง (ล้อความสัมพันธ์ของลุคกับเลอาในไตรภาคดั้งเดิม) มากกว่าจะมาจบอย่างการกลายเป็นคนรักในภาคสุดท้ายอย่างที่หลายคนได้ชมแล้ว รวมไปถึงการนำ “พัลพาทีน” ลอร์ดแห่งซิธ กลับมาเป็นตัวร้ายในภาคสุดท้ายหลังจาก “สโนค” ที่ทำทีว่าจะเป็นตัวร้ายหลักของไตรภาคนี้ ถูกกำจัดไปแบบใช้ไม่คุ้มในภาคที่แล้ว

“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองกำลังซ่อมอะไร (The Last Jedi) อยู่นะ…หากผมทำภาค 8 ผมคงทำแตกต่างออกไปจากที่ Rian ทำ

แต่ประสบการณ์การทำงานในวงการทีวีซีรีส์ ผมคุ้นเคยกับการสร้างเรื่องราวแล้วให้คนอื่นมารับช่วงต่อ หรือการเล่นกับตัวละครที่ถูกเริ่มต้นทำมาโดยคนอื่น หากคุณเต็มใจที่จะเดินออกไปจากสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมากับมือ คุณต้องยอมรับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นว่า มันจะไม่เหมือนกับสิ่งที่คุณเริ่มไว้หรือคิดจะทำแน่ ๆ และหากคุณกลับมาทำอะไรกับมันอีกครั้ง คุณก็ต้องยอมรับและให้เกียรติสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว” Abrams ให้สัมภาษณ์ไว้กับนิตยสารเอ็มไพร์

Rian Johnson กำกับฉากสุดท้ายของ The Force Awakens ที่จะส่งต่อไปยัง The Last Jedi ของเขา

Rian Johnson กำกับฉากสุดท้ายของ The Force Awakens ที่จะส่งต่อไปยัง The Last Jedi ของเขา

Rian Johnson ไม่ได้เข้าร่วมงานรอบปฐมทัศน์ The Rise of Skywalker ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถึงตอนนี้เขาจะได้ชมหรือมีความเห็นต่อหนังที่ได้คะแนนใน Rotten Tomatoes เป็นมะเขือเน่าไปแล้วมากแค่ไหน แต่ Johnson ก็ได้พูดถึงความคาดหวังถึงสิ่งที่เขาควรจะได้รับจากสื่อที่เรียกว่าภาพยนตร์เอาไว้ว่า

“ผมอยากช็อก อยากเซอร์ไพรส์แบบไม่ทันตั้งตัว ผมอยากให้ Star Wars มีบริบทแตกต่างออกไป และผมก็อยากจะถูกท้าทายในฐานะแฟนหนังตอนที่ผมนั่งชมอยู่ในโรงภาพยนตร์”

อ้างอิง

อ้างอิง

อ้างอิง

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส