Xiaomi บริษัทที่ตั้งขึ้นจาก รักแท้ ความฝัน และภาพซ้อน สตีฟ จอบส์ ของชายที่ชื่อ “เหลยจุ่น”

นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ลุกลามชีวิตปกติของเรา ส่วนตัวผู้เขียนเองมีอุปกรณ์จากครอบครัว Xiaomi (เสียวหมี่) เพิ่มเข้ามาในบ้านอย่างน้อยก็ 4 ชิ้น และจากการที่เห็นข่าวบริษัทเสียวหมี่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ดูเป็นนวัตกรรมในชีวิตประจำวันจริง ๆ อย่างสม่ำเสมอ แล้วก็รู้สึกอยากได้อยากลองไปเสียทุกครั้ง อาจด้วยคุณภาพกับราคาที่สร้างความคุ้มค่าแบบยั่วยวนใจสุด ๆ ด้วยนั่นล่ะ

ผลิตภัณฑ์มากมายในครอบครัวของเสียวหมี่

จนวันหนึ่งผู้เขียนก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า แล้วไอ้เสียวหมี่นี่เป็นใครกันนะ? (ในบริบทว่าผู้เขียนทราบอยู่แล้วว่าเป็นชื่อบริษัท แต่ใครกันล่ะที่อยู่เบื้องหลัง) อะไรที่เริ่มมีอิทธิพลกับชีวิตเรามาก ๆ เราก็ควรรู้จักนิสัยใจคอเขาสักหน่อยดีกว่า

จุดเริ่มต้นของ Xiaomi

Xiaomi ก่อตั้งขึ้นจากคน 8 คน บางคนเป็นถึงอดีตระดับหัวหน้าหรือผู้บริหารองค์กรใหญ่อย่างเช่น Google , Microsoft หรือ Motorola มาแล้ว บางคนเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จสูงในจีน บางคนเป็นผู้ก่อตั้งภาควิชาดีไซน์ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง น่าสนใจว่ามีคนเก่ง ๆ อยู่มากมายเช่นนี้ แต่พวกเขากลับยกให้ชายผู้ที่ไต่เต้าความสำเร็จด้วยมือตนเองจากศูนย์ อย่าง เหลยจุ่น (Lei Jun, 雷军) เป็นผู้นำและเป็นภาพลักษณ์ของบริษัท

ผู้ร่วมก่อตั้ง Xiaomi
ผู้ร่วมก่อตั้ง Xiaomi

ต้องบอกว่าถ้าจะหาใครสักคนที่เป็น สตีฟ จอบส์ หรือ บิล เกตส์ ของเสียวหมี่ ก็คือชายที่ชื่อ เหลยจุ่น นี่เอง

เหลยจุ่น เกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1969 ในเมืองเซียนเถา เมืองที่ติดไปทางตะวันตกของอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย ครอบครัวของเหลยจุ่นทำอาชีพครูที่ฐานะไม่ได้ร่ำรวยหรือมีอันจะกินนัก นั่นอาจเป็นแรงผลักดันให้เขามีนิสัยเข้มงวดกับตัวเองในเรื่องการเรียนมาเสมอ

ปี 1987 เมื่อเมืองเล็ก ๆ อย่างเซียนเถาไม่เพียงพอต่อความใฝ่รู้ของเขาอีกต่อไป ในวัย 18 ปี เหลยจุ่นสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ในมณฑลหูเป่ยสำเร็จ ที่นั่นเขาเข้าศึกษาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และเป็นครั้งแรกที่เขาต้องตกอยู่ในความเครียดของการแข่งขัน เหลยจุ่นพบว่าในยามที่เขางีบกลางวันอันเป็นนิสัยติดตัวมาแต่เด็ก เพื่อน ๆ ในหอพักของเขาต่างอ่านหนังสือและเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างหนัก ความรู้สึกที่จะถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังคนเดียวทำให้เขากลายเป็นคนที่ขยันเพิ่มเข้าไปอีกเท่าตัว

เหลยจุ่น Xiaomi

เขามักตื่นแต่เช้าเพื่อรีบไปจองที่นั่งแถวหน้าสุดในชั้นเรียน และยามว่างที่เคยงีบหลับก็กลายเป็นเวลาของห้องสมุดเสมอ สองความเปลี่ยนแปลงธรรมดาแต่สำคัญนี้ นำพาให้เขามีโชคชะตาที่ไม่มีวันเหมือนเดิม

จุดเปลี่ยนของโชคชะตา

ประการแรก การมารอเรียนแต่เช้า ทำให้เขาพบกับ จ้างถง (Zhang Tong) สาวน้อยแสนเฉลียวฉลาดผู้ที่กลายมาเป็นรักแรกและรักเดียวแห่งชีวิตของเหลยจุ่น มีผู้ศึกษาชีวประวัติของเหลยจุ่นกล่าวไว้ว่า “หากไม่มีจ้างถง ก็คงไม่มีเสียวหมี่เช่นกัน” แม่ทัพที่เก่งกาจต้องการหลังบ้านที่เกื้อหนุนฉันใด จ้างถงก็คือบุคคลที่ชีวิตของเหลยจุ่นไม่อาจขาดในการตามฝันพิชิตโลกไปได้ฉันนั้น

ประการที่สอง การเข้าห้องสมุดสม่ำเสมอ ทำให้วันหนึ่งเหลยจุ่นได้พบหนังสือเรื่องของ Silicon Valley สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่กำเนิดบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ในเรื่องราวเหล่านั้นมีบุคคลหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมากให้เหลยจุ่น เขาคือ สตีฟ จอบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทนามอุโฆษอย่างแอปเปิ้ลนั่นเอง หลังจากเหลยจุ่นอ่านหนังสือจบเขานั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ เขาได้แต่เดินคิดไปรอบ ๆ มหาวิทยาลัยในใจมีแต่เรื่องราวของสตีฟ จอบส์ ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์อยู่เต็มหัว ใช่เขาอยากประสบความสำเร็จอย่างจอบส์

ช่วงมหาวิทยาลัย เขาได้มา 2 อย่าง ความรัก และความฝัน ซึ่งทั้งสองอย่างคือเข็มทิศในชีวิตของเขา

ผลลัพธ์จากความตั้งใจเรียน ทำให้ความสามารถในการเขียนโปรแกรมของเขาโดดเด่นเป็นที่ปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปีแรกของการเรียนเขาได้เขียนโปรแกรมซึ่งในปีถัดมามันได้ถูกนำไปใส่ไว้ในตำราเรียนของมหาวิทยาลัย เพื่อน ๆ ร่วมรุ่นของเหลยจุ่นต่างพูดถึงเขาว่า “อีกสิบปีข้างหน้าเขาจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากสุดในรุ่นอย่างแน่นอน” ทว่าคำชมที่คงทำคนอื่นลำพองใจจนตัวลอยนี้กลับเป็นแรงกดดันสำหรับเหลยจุ่นเสียมากกว่า เขาคิดแต่ว่า ถ้าอีก 10 ปีฉันไม่ประสบความสำเร็จล่ะ? ฉันจะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด

Steve Jobs Apple

เรียนรู้อย่างอดทน

และในปี 1992 เมื่อจบ 4 ปีในระดับปริญญาตรี เขาก็เริ่มหางานทำในดินแดนแห่งธุรกิจเทคโนโลยีของอู่ฮั่น ย้อนกลับไปในตอนที่ยังเรียนอยู่ เหลยจุ่นประทับใจกับโปรแกรมออฟฟิศเวอร์ชันจีนตัวแรกที่ชื่อ WPS อย่างมาก และนั่นก็ชักพาให้เขาไปหา เฉียวป่อจุ่น (Qiu Bojun) ผู้ก่อตั้งบริษัท Kingsoft ในปักกิ่ง บริษัทที่ถูกขนานนามว่า Microsoft แห่งเมืองจีน ซึ่งสร้างโปรแกรมดังกล่าวขึ้นมา

หากคิงซอฟต์สร้างคนอย่างเฉียวป่อจุ่นขึ้นมาได้ ทำไมจะสร้างแบบนั้นขึ้นมาอีกคนไม่ได้ล่ะ?

และการได้เริ่มทำงานในฐานะวิศวกรคอมพิวเตอร์ตัวเล็ก ๆ ของคิงซอฟต์ กระทั่งไต่เต้าจนได้เป็น CEO ของบริษัทด้วยเวลาเพียง 6 ปี ในปี 1998 จนนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้นสำเร็จ ก็ทำให้เห็นฝีมือและความทุ่มเทที่ไม่ธรรมดาของเหลยจุ่น ย้อนดูตัวเราในช่วงอายุ 29 ปีพวกเราทำอะไรสำเร็จบ้าง สำหรับเหลยจุ่นเขาทำงาน 16 ชั่วโมงต่อวัน 6-7 วันต่อสัปดาห์ และกลายเป็น CEO ของบริษัทที่เขาชื่นชมในสมัยเรียน

เหลยจุ่น กับ เฉียวป่อจุ่น
เหลยจุ่น กับ เฉียวป่อจุ่น

นอกจากเป็นที่ฝึกวิชาอดทนให้แก่เหลยจุ่นแล้ว ยังอาจกล่าวได้ว่า คิงซอฟต์คือสถานที่กำเนิดรากฐานการตลาดแบบเสียวหมี่ ที่เน้นทำของคุณภาพดี กำไรน้อยหน่อย แต่ขายได้เยอะ ขึ้นมาก็ว่าได้

เพราะแทบตลอดมาบริษัทด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ในจีนโดยเฉพาะด้านซอฟต์แวร์ต้องเผชิญมรสุมของการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก จะหาคนใช้ของแท้ของมีลิขสิทธิ์ช่างยากเย็น เหลยจุ่นคือคนที่พาคิงซอฟต์เข้าสู่สงครามฆ่าโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ในปี 1999 ด้วยแนวคิดการตลาดแบบ เอากำไรน้อยแต่ขายให้ได้ปริมาณมาก เขาลดราคาโปรแกรมจาก 168 หยวน เหลือเพียง 28 หยวน เพื่อจูงใจให้คนมาใช้ของแท้ ในครั้งนั้นคิงซอฟต์ทำยอดขายได้ถึง 1.1 ล้านก็อปปี้ ทะลุเป้าอย่างไม่เคยทำได้มาก่อน เป็นชัยชนะด้านลิขสิทธิ์ครั้งสำคัญของวงการซอฟต์แวร์ในจีนด้วย

(อ่านต่อหน้า 2)