“My only ONE TAKE” สัมภาษณ์พิเศษกับ 5 สาวสมาชิก BNK48 “เฌอปราง-เจน-เจนนิษฐ์-มิวสิค-โมบายล์”

Jane + Cherprang

เฌอปราง – เฌอปราง อารีย์กุล

เจน – กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์


เล่าถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 2 (ฺBNK48 9th Single Senbatsu General Election) ที่ผ่านมาหน่อยว่ารู้สึกอย่างไรกันบ้าง

Cherprang

เฌอปราง : เป็นมิติใหม่ค่ะ เพราะว่าเป็นการประกาศผลทางออนไลน์

เจน  : ใช่ค่ะ ก็แปลกใหม่ดีค่ะ แอบเสียใจที่ไม่ได้เจอหน้าเมมเบอร์ทุก ๆ คนตอนประกาศผลไปด้วยกัน แล้วก็รู้สึกดีใจค่ะ (ยิ้ม)

เฌอปราง : มันเป็นรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งก็ต้องชื่นชมทีมงานที่แก้ปัญหาตรงนี้ แล้วก็พยายามที่จะถ่ายทอดเรื่องราวให้คล้ายกับรูปแบบเดิมมากที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ค่ะ ซึ่งก็เรียกได้ว่าทำได้ค่อนข้างโอเคมาก ๆ เลยในความรู้สึกของเฌอนะ อีกอย่างคือ เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะอินขนาดนี้ ด้วยความที่เราไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใหญ่ หรือมีความกดดัน แต่ว่าจริง ๆ ความรู้สึกตอนนั้นก็ต่างกันนิดหนึ่ง น้อยกว่าแต่ว่าก็หนักพอสมควร

เจน  : เพราะว่าเราก็ Call อยู่ด้วยกัน (หัวเราะ)

เฌอปราง : สุดท้ายก็ตื่นเต้นจนต้องมีอีกสายหนึ่งคอยติดต่อกันไว้ตลอดค่ะ

ย้อนไปถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 1 บ้าง ยังจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ไหม ตอนนั้นรู้สึกกดดันอย่างไรบ้าง

เฌอปราง : ตอนนั้นคือ มันเป็นครั้งแรก เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เจน  : ใช่ พอมันเป็นครั้งแรก ทุกคนก็ลุ้นน่ะค่ะ เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้น แล้วมันก็กดดันมาก ๆ ด้วย เหมือนตอนนั้นหลาย ๆ คนก็คาดหวัง

ที่บอกว่าคาดหวัง ทั้งคู่คาดหวังไว้ขนาดไหน

เฌอปราง : ก็เรียกว่าเป็นครั้งหนึ่งที่จะมีโอกาสได้อยู่ในตำแหน่ง ในที่ตรงนั้น แล้วก็รู้สึกว่า เราเองก็มีโอกาสที่สูงเหมือนกัน เมื่อมีโอกาส เราก็อยากรู้ว่าเราจะทำได้ไหม จะพิสูจน์ตัวเองได้หรือเปล่า จากการที่ออกสื่อแล้วมีการพูดถึงเรา เรียกชื่อเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เซนเตอร์ในบางครั้ง

Jane

เราก็รู้สึกว่าตรงนี้ก็คงเป็นจุดหนึ่งที่จะบอกกับทุก ๆ คนได้ว่า เรามีแฟนคลับอยู่จริง ๆ ก็ดีใจที่แฟน ๆ ทำสำเร็จ แล้วก็พิสูจน์ตัวเองเพื่อความสบายใจ (ยิ้ม) ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้ว ก็คงไม่น่าจะมีข้อกังขาเกิดขึ้นกับแฟน ๆ ของเราอีก ซึ่งก่อนหน้านั้นก็จะกดดันมาก เครียด ไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรบ้าง เรามีทั้งความกดดัน ความคาดหวังจากตัวเราเอง และจากแฟน ๆ ด้วย ส่วนตัวเฌอเองคาดหวังว่า พิสูจน์ได้ว่าทำไมเขาเลือกเราไปทำงานบางอย่าง คิดว่า เออน่า แฟนคลับคงจะรู้นะ และด้วยความที่เราก็เป็นกัปตันด้วย เราก็อยากให้น้องได้อันดับที่ดี ๆ ด้วย

ทีนี้เราจะวางตัวยังไงดี จะมีปฏิกิริยากับใครยังไงดี มันก็ทำให้คิดไปหมดน่ะค่ะ เราไม่รู้ว่าตอนที่เราได้ เขาจะยินดีกับเราด้วยไหม เขาจะ… (ทำเสียงเยาะเย้ย) แบบว่าเยาะเย้ยเราหรือเปล่า เราไม่รู้เลยไงว่าใครจะรู้สึกแบบไหน คนที่เขากำลังเสียใจอยู่ก็อาจจะไปทำให้เขาเสียใจยิ่งกว่าเดิมหรือเปล่า ก็เลยเป็นความกดดันรูปแบบหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไงค่ะ

Cherprang

แล้วการที่เรากดดันกับตัวเอง กับกดดันระหว่างเมมเบอร์ที่เป็นพี่น้องกัน แต่ก็ต้องแข่งกันด้วย อะไรมันทำให้กดดันมากกว่ากัน

เฌอปราง : มันผสมกันไปหมด

เจน : ใช่ สำหรับหนูนะ หนูรู้สึกว่า การที่เรามีรุ่นที่ 2 เข้ามาด้วย ตัวเลือกก็ยิ่งเยอะขึ้น โอกาสที่เราจะได้อันดับที่สูง ๆ มันก็อาจจะน้อยลงไปอีก

เฌอปราง : เพราะว่ามีคนเข้ามาร่วมด้วย จากที่ครั้งแรกเป็นรุ่นหนึ่งทั้งหมด พอมาครั้งนี้ 16 คนก็อาจจะมีรุ่น 2 เข้ามาบ้าง ซึ่งเราก็รู้สึกว่า รุ่นหนึ่งที่เขาอยู่ตรงนั้นแล้วอันดับถอยลงไป เขาจะรู้สึกยังไง เราจะบอกเขายังไงดี

เจน : หรือบางคนตั้งแต่เข้าวงมาก็ยังไม่ได้อะไรเลย พอมีรุ่น 2 เข้ามา ก็โดนลดอันดับลงไปอีก

เฌอปราง : แต่ว่ามันก็เป็นจุดที่เรายอมรับว่ามันคืองาน คือความชอบของแต่ละคน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเราจะทำให้เขามีความสุขในจุดที่เขายืนอยู่ได้ยังไง ถ้าคนนั้นแฮปปี้ หรือว่าเอนจอยกับสิ่งที่ทำ เราก็จะสบายใจ รู้สึกดีที่จะได้ทำงานร่วมกันกับเขามาก ๆ แต่ถ้าเขาไม่มีความสุขล่ะ เราจะเข้าหายังไงดีนะ เขาจะมีอะไรยังไงกับเราหรือเปล่า

มันเลยเป็นที่มาของประโยค “เราไม่รู้นะ ว่าถ้าเราได้ที่ 1 แล้วจะมีใครยินดีกับเรามั้ย”

เฌอปราง : ใช่ ส่วนตัวของเฌอเองนะ ก็เหมือนที่เห็นนั่นแหละ ที่เฌอดูไม่ได้ดีใจขนาดนั้น ดูเศร้า ๆ มากกว่า เครียดว่าเราจะได้ตำแหน่งนี้จริง ๆ เหรอวะ แต่คิด ๆ ดูแล้ว มันก็ได้นี่หว่า เพราะว่าแฟนคลับให้มา มันก็คงแปลว่าใช่แหละ แต่สิ่งที่คิดในใจคือ พี่ ๆ น้อง ๆ เขาจะรู้สึกยังไงกับเรา

Cherprang

เพราะเราก็ไม่ได้เต้นหรือร้องเพลงเก่งไปกว่าเขาเลย เราแย่ไปกว่าเขาทุก ๆ อย่าง มันก็เลยเป็นที่มาของจังหวะสุดท้ายนั่นแหละ เพราะตรงนั้นคือเครียดจริง ๆ จะเป็นลมอยู่แล้วตอนนั้น ซึ่งถ้าเก็บเอาไว้ไปถามหลังฉากก็ไม่รู้ว่ายังจะกล้าถามอยู่มั้ย เพราะทุกคนก็มีเรื่องของตัวเอง แต่จังหวะนั้นคือเรา ณ ตอนนั้น เพราะฉะนั้น จังหวะนี้แหละที่ฉันจะถามได้ละมั้ง

เจน : คิดว่าตอนที่อยู่ข้างหลัง ทุกคนน่าจะอยู่กับตัวเอง

เฌอปราง : อืม มันเป็นเรื่องของแต่ละคน แต่ว่าตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาของฉัน ก็เลยขอหันไปถามนิดหนึ่งแล้วกัน ก็ดีใจมากที่น้อง ๆ วิ่งมากอด ดีใจมาก รู้สึกโล่งใจ รู้สึกมีแรงที่จะอยู่กับวงต่อด้วยค่ะ

Jane

ได้ดูสารคดีเรื่องนี้บ้างแล้วหรือยัง

ตอบพร้อมกัน : ยังค่ะ

ได้จินตนาการไว้บ้างไหมว่า ตัวหนังในความคิดของทั้งเฌอปรางและเจน จะมีหน้าตาออกมาเป็นยังไง

เฌอปราง : (เน้นเสียง) บอกตามตรงว่า ไม่รู้เลยค่ะ (หัวเราะ)

เจน : จินตนาการไม่ออกเลย

เฌอปราง : ไม่รู้เลยแม้แต่น้อย เพราะหนูไม่รู้ว่าเขาถ่ายกันตอนไหนบ้างค่ะ (กระซิบ)

เจน : หนูรู้ว่าในหนังจะต้องมีฉากเรียนการแสดงแน่นอน หนูมั่นใจค่ะ!

Jane

เฌอปราง : เพราะอันนั้นเรารู้ว่าเขาถ่ายไง (หัวเราะทั้งวง) บางทีอยู่ ๆ เขาก็มา บางทีก็แอบ ๆ ซึ่งบางทีหนูก็ไม่รู้ตัวว่าเขาถ่ายอยู่ด้วย หนูไม่รู้จริงๆ

เจน : บางทีหนูก็นึกว่าตากล้องคือเป็นกล้องของทีมเรา ไม่รู้ว่ากำลังถ่ายอะไรอยู่กันแน่

เฌอปราง : แล้วตอนที่พี่เขามา พี่เขาไม่ได้บอกว่า “วันนี้เราจะมีถ่ายนะ” อยู่ ๆ เขาก็มาแทรกซึมน่ะ ไม่รู้ว่าเริ่มถ่ายตอนไหนด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มถ่ายทำกันแล้วเหรอ (หัวเราะ) ตอนคลาสการแสดงก่อนหน้านี้เขาก็ถ่ายไปแล้ว เหมือนว่าจะเริ่มตอนช่วงนั้นนะ แต่จริง ๆ เขาเริ่มถ่ายมาก่อนหน้านั้นแล้วด้วย

ถ้ายังไม่ได้ดู งั้นขอให้ฝากสารคดีเรื่องนี้กับแฟน ๆ หน่อย

เจน  : ก็ขอฝากภาพยนตร์สารคดี Originals นะคะ…(นึกเหมือนลืมอะไรสักอย่าง)

เฌอปราง : (ตกคำว่า) สารคดีไทย

เจน  : ฮืออออ… ลืม (หัวเราะ) เอาใหม่ค่ะ ก็…ขอฝากภาพยนตร์สารคดีไทย Originals เรื่องแรกบน Netflix ค่ะ ก็สามารถรับชมได้ตั้งแต่ (เล่นเสียง) 18 มิถุนายน พร้อมกันทั่วโลกนะคะ (หัวเราะสดใส) 

Cherprang + Jane

เฌอปราง : ค่ะ ฝากด้วยนะคะ เพราะพวกเราก็ยังไม่รู้ว่าจะทำให้ทุกคนรู้สึกอย่างไร แต่ว่าที่ได้ยินจากที่สัมภาษณ์ของพี่ ๆ สื่อที่พูดถึงก็รู้สึกว่าน่าสนใจมาก รวมถึงน่าจะทำให้ตกตะกอนข้อคิด หรือว่าแรงบันดาลใจกับการใช้ชีวิตกับทุกคนว่า ยังมีคนที่ต้องเผชิญกับความกดดันในรูปแบบต่าง ๆ เหมือนกัน

เฌอปราง : ใช่ รวมถึงนี่ก็อาจจะเป็นภาพเบื้องหลังที่ยังไม่เคยเห็นว่าการทำงานของศิลปิน หรือวงไอดอลที่ทำงานกัน ที่เห็นว่าสดใสเฮฮา ที่ทุกคนได้รับพลังงานกันในเบื้องหน้า แต่ว่าเบื้องหลังจริง ๆ อาจจะมีเรื่องราวให้เรียนรู้มากกว่านั้น แล้วก็อาจจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่ทุกคนคิดก็ได้

(เสียงเฌอแตม) ยังไงก็ฝากไปดูกันด้วยนะฮะ~

คำถามสุดท้าย-ทั้ง 2 คนคิดว่า คำว่า “ONE TAKE” ในความหมายของแต่ละคนหมายถึงอะไร

Cherprang + Jane

เจน  : สำหรับเจนมันก็หมายถึง “ONE TAKE” น่ะค่ะ ไม่มี “TAKE TWO” แล้ว 

เฌอปราง : ไม่มีการเทกซ้ำแล้ว

เจน  : เหมือนว่าเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียว เราต้องทำให้คิดซะว่า เหมือนเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของเราค่ะ

เฌอปราง : สำหรับเฌอเอง ถ้าเกิดได้ยินว่า “ONE TAKE ผ่าน! “ (ทำท่าตะลึง) …ว้าว! แสดงผ่านในเทกเดียวได้อย่างไร! (หัวเราะ)

แต่ถ้าในความหมายนี้ก็คือ มันเรียลมาก มันไม่มีการถ่ายทำซ้ำค่ะ มันถูกถ่ายแล้วและนำไปใช้เลย โดยที่ไม่รู้ว่าไอ้ที่ถูกถ่ายสำหรับเรามันโอเคหรือเปล่า มันดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะฉะนั้นมันก็หมายถึงว่า “My real life” ค่ะ (หัวเราะ)


อืม…บอกก็ได้ว่าจริง ๆ #beartai ได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ไปก่อนแล้ว

เจน : เป็นไงบ้างคะ ขอสัมภาษณ์หน่อย (หัวเราะ)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส