ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| IT News

WHOOP สายรัดข้อมือไร้หน้าจอ ดียังไง ? ทำไมถึงชนะใจสายสุขภาพและนักกีฬา

Table of Content

ในยุคที่สมาร์ตวอตช์แข่งกันทำหน้าจอให้สวย แข่งกันใส่ฟีเจอร์ตอบไลน์หรือโทรเข้าออก แต่กลับมีอุปกรณ์แบรนด์หนึ่งที่ไม่มีหน้าจอ ไม่มีปุ่มกด ดูเวลาไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นไอเทมที่นักกีฬาและสาย Biohacker เลือกสวมใส่ สิ่งนั้นคือ WHOOP 

สื่อหลายสำนักรายงานว่าผลประกอบการรายได้ต่อปีของ WHOOP ทะลุ 260 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปแล้ว โดยมีผู้ใช้งานกระจายอยู่กว่า 56 ประเทศทั่วโลก ถึงขนาดมีนักลงทุนรายหนึ่งให้ข้อมูลกับสื่ออย่าง 36Kr ว่า รายได้ปี 2025 ของ WHOOP อาจพุ่งไปแตะหลัก 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้เลยทีเดียว

สอดคล้องกับกระแสการดูแลสุขภาพ และ Longevity ที่มาแรงขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเห็นดารา นักกีฬา หรือคนดังทั้งในไทยและระดับโลกมี WHOOP ติดอยู่ที่ข้อมือ ซึ่งนอกจากฟีเจอร์สุขภาพของตัวมันเองแล้ว อุปกรณ์ชิ้นนี้ยังสะท้อนการเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์และไลฟ์สไตล์ของคนสวมใส่ด้วย

WHOOP ดียังไง ?

1. ไม่ใช่แค่ติดตามการออกกำลังกาย แต่เน้นการฟื้นตัว 

สมาร์ตวอตช์ทั่วไปมักจะกระตุ้นให้เราขยับตัว ลุก นั่ง เดิน ยืน แต่ WHOOP นั้นต่างออกไป หัวใจสำคัญของ WHOOP คือการบอกว่าวันนี้ร่างกายเราพร้อมแค่ไหน ?

WHOOP ใช้ค่า Heart Rate Variability หรือความแปรปรวนของการเต้นของหัวใจ มาคำนวณเป็น Recovery Score หรือคะแนนการฟื้นตัว โดยแบ่งเป็นสีไฟจราจร

  • สีเขียว ร่างกายฟื้นตัวดีเยี่ยม พร้อมลุยหนัก ทำลายสถิติได้
  • สีเหลือง ร่างกายปกติ ประคองตัว ออกกำลังกายได้ปานกลาง
  • สีแดง ร่างกายเครียดหรือพักผ่อนไม่พอ ควรพักผ่อนหรือเล่นเบา ๆ

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คนที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำไม่ฝืนร่างกายจนบาดเจ็บ และรู้จังหวะว่าวันไหนควรใส่ให้สุด

2. การนอนหลับที่แม่นยำ

ในวงการ Wearable จากผลวัดของ National Library of Madicine ยกให้ WHOOP เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่จับการนอนหลับได้แม่นยำที่สุด เพราะสามารถแยกแยะได้ละเอียดว่าเราหลับลึก (Deep Sleep), หลับฝัน (REM), ตื่นกี่ครั้ง และหายใจเป็นอย่างไร ซึ่งข้อมูลนี้ไม่ได้มีไว้แค่ดูเล่น ๆ แต่ WHOOP จะทำหน้าที่เป็น Sleep Coach คอยบอกว่าคืนนี้เราควรเข้านอนกี่โมง เพื่อให้พรุ่งนี้ตื่นมาแล้วเป็น ‘สีเขียว’

3. ดีไซน์ที่ใส่แล้วดูสปอร์ตแต่ยังมีความหรู

ด้วยดีไซน์ที่ไม่มีหน้าจอ ทำให้ WHOOP ไม่มีแสงรบกวนตอนนอน ไม่มีการแจ้งเตือนเด้งให้เสียสมาธิ นี่คือจุดขายที่ทำให้คนที่อยาก Digital Detox หรือผู้ที่ออกกำลังกายและต้องการโฟกัสกับการเล่นจริง ๆ ถูกใจมาก โดยวัสดุของตัวสายทำมาจากผ้าที่ยืดหยุ่น ใส่สบาย ใส่นอนได้โดยไม่รำคาญ 

4. มี WHOOP Journal หาคำตอบว่าพฤติกรรมไหนส่งผลต่อร่างกาย

ทุกเช้า WHOOP จะถามคำถามสั้น ๆ โดยจะเป็นคำถามที่เราตั้งค่าได้ เช่น เมื่อวานดื่มแอลกอฮอล์ไหม ?, กินมื้อดึกหรือเปล่า ?, เครียดไหม ? เมื่อเก็บข้อมูลไปสักพัก WHOOP จะสรุปให้เห็นภาพชัดเจนว่า ‘การดื่มเบียร์แค่ 1 แก้ว ทำให้การฟื้นตัวของคุณลดลง 15%’ หรือ ‘การกินแมกนีเซียมก่อนนอน ทำให้หลับลึกขึ้น’ ข้อมูลเชิงลึกแบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ตรงจุดมากขึ้น

5. วัดที่ ‘ความหนัก’ ไม่ใช่ ‘จำนวนก้าว’

สายสุขภาพรู้ดีว่า ‘การเดิน 10,000 ก้าว’ ไม่ได้แปลว่าร่างกายพัฒนาเสมอไป WHOOP จึงไม่เน้นนับก้าว แต่เน้นวัดค่าของระบบหัวใจและหลอดเลือด ไม่ว่าเราจะยกเวต หรือการกระทำใด ๆ ที่ตัวไม่ได้ขยับเยอะแต่หัวใจเต้นแรง หรือวิ่งมาราธอน WHOOP ก็จะคำนวณว่าวันนี้ร่างกายเราทำงานหนักไปแค่ไหน และนำไปหักลบกับค่าการฟื้นตัว เพื่อบอกว่าเรายังไหว หรือควรพอ

ระบบสมาชิก

แม้จะดีแค่ไหน แต่ WHOOP มีโมเดลธุรกิจที่ต่างจากเจ้าอื่น คือ ‘ระบบสมาชิก (Subscription)’ เราไม่ได้ซื้อขาดอุปกรณ์ แต่เรายังต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน หรือรายปีร่วมด้วย เพื่อแลกกับการใช้แอปพลิเคชันและการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวสายรัดจะแจกฟรีเมื่อสมัคร ถ้าหยุดจ่าย ก็ดูข้อมูลไม่ได้เลย

ซึ่งส่วนใหญ่ในไทยจะขายเป็นแพ็กรายปี คือตัวเครื่องบวกกับสมาชิก 1 ปี โดยแต่ละรุ่นจะมีความสามารถและฟังก์ชันต่างกันไป

  • WHOOP One รุ่นพื้นฐาน 4.0/5.0 ราคาประมาณ 10,900 – 12,900 บาท ได้สมาชิก 1 ปี
  • WHOOP Peak รุ่น 5.0 ใหม่ ราคาประมาณ 14,000 – 16,000 บาท ได้สมาชิก 1 ปี + ฟีเจอร์วัดอายุร่างกาย Healthspan
  • WHOOP Life รุ่นท็อป Medical Grade ราคาประมาณ 19,900+ บาท ได้เครื่องรุ่นวัดความดัน/ECG ได้ + สมาชิก 1 ปี

อย่างไรก็ดี การดูแลสุขภาพมีมากกว่าเรื่องวินัย การมีตัวช่วยก็ถือว่ามีคนคอยช่วยจดจำ ช่วยให้เรามีวินัยมากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วยครับ ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ ฟังก์ชัน และอื่น ๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ให้เจ้าสายรัดสุขภาพ Whoop ได้รับความนิยมมากขึ้นเท่านั้น

ในช่วงเวลาที่คนเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น การมีอุปกรณ์ที่คอยมอนิเตอร์ร่างกายแบบนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจลงทุนด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ Whoop ยังทำการตลาดผ่านนักกีฬาระดับโลก ทำให้การสวมใส่ Whoop กลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องประดับที่บ่งบอกสถานะและไลฟ์สไตล์ได้เหมือนกัน

ที่มา : whoop, whoop, whoop, pubmed, kr-asia
พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

เมื่อ Data Center บนโลกเริ่ม “ตัน” อวกาศจึงกลายเป็นทางออกใหม่

12/05/2026
Read More

เปิดตัว 12 นักล่าฝัน “TRUE ACADEMY FANTASIA 2026” กับปฏิบัติการล่าฝันที่กลับมาเขย่าวงการบันเทิงอีกครั้ง

12/05/2026
Read More

Sword of Justice ฉลองครบรอบครึ่งปี จับมือแชมป์โลกมวยไทย Phetjeeja เปิดตัวสำนักใหม่ Female Ironclad

11/05/2026
Read More

Digital Trust Thailand 2026: เมื่อความเชื่อมั่นทางดิจิทัลไม่ใช่ทางเลือก แต่คือพื้นฐานของชีวิตยุคใหม่

11/05/2026
Read More

ก้าวใหม่ของไทยในอวกาศ TIGERS-X ชุดทดสอบการผสมยาบน ISS ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง

11/05/2026
Read More

เปิดปูม “ไวรัสฮันตา” พบติดจากสัตว์สู่คนครั้งแรกที่อาร์เจนตินา ก่อนสร้างความผวาครั้งใหญ่บนเรือสำราญ

11/05/2026
Read More

Related Content

ก้าวใหม่ของไทยในอวกาศ TIGERS-X ชุดทดสอบการผสมยาบน ISS ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง

11/05/2026
Read More

ดูแลดีไม่มีเหงา ! ElliQ หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงอายุ เตือนทานยา พูดคุย เล่นเกมเป็นเพื่อนได้

08/05/2026
Read More

รู้จักมัลแวร์ “JSceal” ที่แฝงตัวมาในโปรแกรมเถื่อน หลังตำรวจพบดัก OTP ได้ สร้างความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท 

08/05/2026
Read More

“Fitbit Air” น้องใหม่จาก Google สายรัดสุขภาพไร้จอแต่ฉลาดล้ำ พร้อมท้าชิงบัลลังก์ Whoop น่าสอยแค่ไหน ?

08/05/2026
Read More

จีนส่ง AI ยึดตลาดละครสั้น ตั้งแต่เขียนบทยันแสดง ดันผลิตพุ่งวันละ 470 เรื่อง ต้นทุนต่ำปริมาณเพิ่ม คาดตลาดโต 8 แสนล้านบาท

07/05/2026
Read More

Samsung มูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นเบอร์ 2 ในเอเชีย

06/05/2026
Read More