Connect with us

บันเทิง

M PICTURES ใจใหญ่คัด 4 หนังคุณภาพเซอร์วิสคอหนังกับราคาที่คุณสัมผัสได้ในโปรเจคต์ ‘หนังผมไม่เล็กนะครับ’

Published

on

บ่ายวันนี้ (21 พ.ย. 60) M PICTURES ค่ายหนังคุณภาพได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจคต์ ‘หนังผมไม่เล็กนะครับ’ ที่มุ่งคัดสรรหนังดีจากทุกมุมโลกมาเป็นทางเลือกแก่คอหนังชาวไทยประเดิมด้วยหนัง 4 เรื่อง 4 รส ที่งานนี้ได้ ผู้กำกับ ศิลปิน และนักแสดงดังมานำเสนอหนังเปิดโครงการทั้ง 4 เรื่องได้แก่

โขม – ก้องเกียรติ โขมศิริ  ตัวแทนจากภาพยนตร์ “WIND RIVER ล่าเดือด เลือดเย็น”

จากศพเด็กสาวชาวอินเดียที่ คอรี่  (เจเรมี่ เรนเนอร์) เจ้าหน้าที่กรมสัตว์ป่าค้นพบนำไปสู่การตามหาตัวฆาตกรรมร่วมกับ เจน (อลิซาเบธ โอลเซ่น) เอฟบีไอสาวมือใหม่ที่ต้องต่อสู้ทั้งสภาพอากาศเย็นยะเยือกและความโหดร้ายของจิตใจมนุษย์อันยากจะคาดเดา

ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและชั้นเชิงการกำกับที่ยอดเยี่ยมของ เทย์เลอร์ เชอริแดน ผู้เคยพา Hell or High Water เข้าชิงออสการ์มาแล้วทำให้ ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับหนังทริลเลอร์อย่าง ‘เฉือน’ ยก WIND RIVER ให้เป็นหนังที่ “เขย่า” ความรู้สึกคนดูแบบสุดๆ ด้วยการเล่นกับสภาพบรรยากาศและการแสดงระดับต้องลุกปรบมือให้ของทั้ง เจเรมี่ เรนเนอร์ และ อลิซาเบธ โอลเซ่น ก็ยิ่งทำให้ WIND RIVER ถึงพร้อมในคุณภาพทุกด้านของภาพยนตร์



ทอย – ปฐมพงศ์ เรือนใจดี  ตัวแทนจากภาพยนตร์ “THE ONLY LIVING BOY IN NEW YORK ถ้าเหงา แล้วเรารักกันได้ไหม”

การกลับมาทวงพื้นที่หัวใจคอหนังโรแมนติกอีกครั้งของ มาร์ค เว็บบ์ ที่หลายคนเคยประทับใจ 500 Days of Summer หนังเกี่ยวกับ “รัก” ของเขามาแล้ว โดย THE ONLY LIVING BOY IN NEW YORK เล่าถึง โธมัส เว็บบ์ (คัลลัม เทอร์เนอร์) ที่ชีวิตต้องเจอโจทย์ยากเมื่อพบอีธาน เว็บบ์ (เพียซ บรอสแนน) กำลังสัมพันธ์รักกับ โจฮันน่า (เคต แบคคิงเซล) สาวใหญ่ข้างบ้านที่เขาแอบเสน่หา ในขณะที่ จูดิธ เว็บบ์ (ซินเธีย นิกซ์สัน) สาวจบใหม่ก็มีโอกาสได้รู้จัก ดับเบิ้ลยู เอฟ เจอรัลด์ (เจฟฟ์ บริดเจส) เพื่อนบ้านขี้เมาที่ดันให้ข้อคิดหลายอย่างที่เธอสะดุดใจ

สำหรับคอหนังโรแมนติกที่มี 500 Days of Summer เป็นหนังในดวงใจอย่าง ทอย ก็ไม่พลาดที่จะพูดถึงความประทับใจที่มีต่อ THE ONLY LIVING BOY IN NEW YORK ที่เขาบอกว่างานนี้ มาร์ค เว็บบ์ โยนโจทย์ยากอย่างการเล่าเรื่องเด็กหนุ่มที่แอบหลงรักสาวใหญ่ที่พ่อของเขากำลังคบอยู่ ซึ่งด้วยการถ่ายทอดที่แม่นยำของผู้กำกับอย่าง มาร์ค เว็บบ์ ก็รับรองว่าทุกคนจะต้องประทับใจกับ THE ONLY LIVING BOY IN NEW YORK อย่างแน่นอน



กาย – รัชชานนท์ สุประกอบ ตัวแทนจากภาพยนตร์ “BRAD’S STATUS สเตตัสห่วยของคนชื่อแบรด”

สำหรับ BRAD’S STATUS คือบันทึกการเดินทางร่วมกันระหว่าง แบรด สโลน (เบน สติลเลอร์)พ่อผู้รู้ดีว่าสถานะทางสังคมคือสิ่งเดียวที่จะทำให้ผู้คนเชิดหน้าชูตา และก้าวแรกที่จะได้มันมาคงหนีไม่พ้นการได้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ว่าแล้วก็ชวนลูกชายแพ็คกระเป๋าออกเดินทางสู่จุดหมายที่จะกำหนดอนาคตของ ทรอย (ออสติน  อับรามส์) ลูกชายที่เขาหวังให้สอบติดมหาวิทยาลัยชั้นดีอย่าง ฮาร์วาร์ด แต่นั่นกลับทำให้ ทรอย อยากพิสูจน์ให้พ่อของเขาเห็นบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่า สถานะทางสังคม ที่พ่อให้ความสำคัญกับมันจงหลงลืมความหมายของการใช้ชีวิตไป

ผลงานของ ไมค์ ไวท์ ผู้เคยเขียนบทหนังสุดร็อคประทับใจอย่าง School of Rock ที่คราวนี้ได้ เบน สติลเลอร์ ดาราตลกที่เล่นดราม่าได้ดีไม่แพ้กันมานำเสนอชีวิตพ่อผู้หวังดีต่อลูกแบบสุดขั้ว ซึ่งด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวแบบนี้ก็โดนใจคุณพ่อลูกสามอย่าง กาย รัชชานนท์ ที่ถึงกับยกให้เป็นหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับมนุษย์พ่อทั่วโลก



บอล ต่อพงษ์ จันทร์บุปผา หรือ บอล วง SCRUBB ตัวแทนจากภาพยนตร์ “ENGLAND IS MINE มอร์ริสซี่ย์ ร้องให้โลกจำ” 

“ENGLAND IS MINE”  บอกเล่าเรื่องราวของ สตีเวน แพทริก มอร์ริสซี่ย์ (แจ็ค โลว์เด็น) เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรี เขามีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรี แต่แล้วชีวิตเขากลับพบกับทางตัน ในขณะที่เขาเริ่มหมดความหวัง เขาได้พบกับ ลินเดอร์ สเตอริ่ง (เจสสิก้า บราวน์ ฟินด์เลย์) ผู้ที่กลายเป็นเพื่อนและเป็นอิทธิพลให้กับเขาในการร้องเพลง ด้วยความช่วยเหลือนี้ มอร์ริสซี่ย์ จึงสามารถตั้งหลักและเดินตามความฝัน ฝ่าฟันอุปสรรค์ต่างๆ และเผชิญหน้ากับโลกที่พยายามบังคับให้เขาเดินตามเส้นทางของคนธรรมดา

เดาได้ไม่ยากสำหรับคนดนตรีอย่าง บอล วงสครับ ว่าการได้ดูเรื่องราวของนักดนตรีในตำนานอย่างนักร้องนำวง “THE SMITHS” ก็เหมือนการได้ข้อคิดว่าความสำเร็จของคนมีชื่อเสียงไม่ใช่ของง่ายๆ และหนังก็ถ่ายทอดได้อย่างมีชีวิตชีวา มีเพลงดังๆในอดีตได้มากะเทาะเปลือกแห่งความทรงจำมากมาย และอยากฝากให้แฟนเพลงทุกคนได้มาดูว่า กว่าคนๆนึงจะสำเร็จ เขาต้องล้มมากี่ครั้งและเจ็บมากี่ปีกว่าจะมีวันนี้



และที่พิเศษสุดๆ งานนี้ M PICTURES ร่วมกับโรงภาพยนตร์ 3 เครือยักษ์อย่าง Major Cineplex, SF และ APEX ทุบราคาค่าตั๋วเริ่มต้นที่นั่งละ 120 บาทเท่านั้นเพื่อเปิดโอกาสให้คอหนังชาวไทยได้สัมผัสหนังดีจากทุกมุมโลกที่คัดสรรในโปรเจคต์ ‘หนังผมไม่เล็กนะครับ’

 

 

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ของมันต้องมี! สินค้าของสะสม BNK48 มีอะไรให้เปย์กันบ้างนะ

Published

on

ณ วินาทีนี้คงไม่มีอะไรสามารถหยุดความร้อนแรงของ BNK48 ได้อีกแล้ว เพลงคุกกี้เสี่ยงทายกลายเป็นเพลงฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง อัตราการพุ่งของยอดวิวของ MV บน Youtube ขณะนี้อยู่ที่ประมาณวันละ 1 ล้านวิว นับว่าพุ่งแรงมากเมื่อเทียบกับ 1 ล้านวิวแรกที่ต้องใช้เวลา 1 สัปดาห์

ท่วงทำนองเพลงที่ติดหูและท่าเต้นสุดน่ารักมุ้งมิ้งก็ได้ระบาดไปทุกวงการ ทุกคนเต้นตามได้ไม่มีเก้อเขิน

ไม่เพียงแต่เพลงและ MV เท่านั้น สาว ๆ BNK48 ยังได้บุกเยือนรายการโทรทัศน์แบบรัว ๆ ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นไอดอลกับสื่อกระแสหลักลงได้อย่างราบคาบ

ตะลุยด่านฝ่าตัวพ่อในวงการมาได้แล้วทั้งน้าเน็ก ลุงหม่ำและคุณปัญญา เชื่อว่า BNK48 จะไม่มีอะไรให้ต้องเกรงกลัวอีกต่อไปแล้วครับ!

มาถึงจุดนี้หลาย ๆ ท่านคงจะตกลงใจเป็นโอะตะ (แฟน) ของ BNK48 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการจะเป็นโอะตะนั้นก็ไม่ต้องไปยื่นใบสมัครหรือสอบเข้าที่ไหน แค่ติดตามผลงานและคอยให้กำลังใจสาว ๆ ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว แต่ถ้าใครอยากจะเข้าถึงการเป็นแฟนของ BNK48 ไปอีกขั้น เราก็ขอแนะนำให้ท่านมา “เปย์” กัน ซึ่งการเปย์ให้ BNK48 นั้น แฟน ๆ จะไม่สามารถเปย์ด้วยการคล้องพวงมาลัยติดธนบัตรให้เหล่าเม็มเบอร์เมื่อยามอยู่บนเวทีหรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของเม็มเบอร์โดยตรงได้ แต่โอะตะสามารถเปย์สาว ๆ ได้ด้วยการอุดหนุนของสินค้าของสะสมต่าง ๆ ของ BNK48 นั่นเอง ซึ่งตามโมเดลธุรกิจของ BNK48 แล้ว รายได้จากสินค้าของสะสมจะคิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด (อีก 1 ใน 3 คือรายได้จากการออกอีเวนต์และ celebrity marketing ต่าง ๆ เช่นการเป็นพรีเซ็นเตอร์หรือ endorser และอีก 1 ใน 3 คือรายได้จากสื่อเช่นรายการโทรทัศน์)

และวันนี้ แบไต๋จะมาแนะนำสินค้าของสะสมบางส่วนของ BNK48 ให้ทุกท่านได้ชมครับ มาดูกันว่าแต่ละอย่างนี่ “ต้องมี” แค่ไหนกันเชียว

1. สติ๊กเกอร์ LINE

ในที่สุด สิ่งที่บรรดาโอะตะเรียกร้องมานานก็มาถึง สินค้าใหม่และน่าใช้ที่สุดของ BNK48 ณ ชั่วโมงนี้ นั่นก็คือสติ๊กเกอร์ LINE ของ BNK48 นั่นเอง ความสดใสของเม็มเบอร์บวกกับข้อความน่ารัก ๆ (ที่บางส่วนก็มาจากเนื้อเพลงของ BNK48) คงจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการแชทให้กับทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยครับ

ราคา: 60 บาท
ซื้อได้ที่ไหนเมื่อไหร่: LINE STORE ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ระดับความ “ต้องมี”: ถ้าใช้ LINE และส่งสติ๊กเกอร์เป็นประจำ ก็จัดไปเลยครับ ได้ใช้จนคุ้มแน่ แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าสติ๊กเกอร์ชุดนี้คือชุดคุกกี้เสี่ยงทาย ซิงเกิ้ลลำดับที่ 2 ของวง เชื่อว่าเมื่อมีซิงเกิ้ลต่อ ๆ ไปก็ต้องมีสติ๊กเกอร์ออกมาให้เปย์เรื่อย ๆ

เอ่อ คนขวาล่างสุดนี่ไม่ใช่เม็มเบอร์นี่ครับ มาได้ไง!? (ภาพจาก LINE STORE)

2. ซีดีซิงเกิ้ล

ถึงแม้เพลงของ BNK48 จะมีให้ฟังออนไลน์ แถม MV เพลงก็อยู่บน Youtube แต่แฟน ๆ BNK48 ก็ยังควรสั่งซื้อซีดีซิงเกิ้ล เพราะนอกจากจะมีแผ่นซีดีเพลงที่ดูสวยงามน่าเก็บสะสมแล้ว ซีดีซิงเกิ้ลก็ยังมาพร้อมกับของแถมอีกมากมาย และของแถมที่ทำให้แฟน ๆ ทุ่มซื้อซีดีซิงเกิ้ลกันเป็นจำนวนมากก็คือบัตรจับมือนั่นเอง จนถึงวันนี้ BNK48 ได้ออกซิงเกิ้ลมาแล้ว 2 ซิงเกิ้ล ได้แก่ Aitakatta อยากจะได้พบเธอ และ Koi Suru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย ส่วนซิงเกิ้ลที่ 3 คือ Shonichi กำลังจะออกมาเร็ว ๆ นี้ครับ

ราคา: 350 บาท
ซื้อได้ที่ไหนเมื่อไหร่: BNK48 Shop เฉพาะช่วงเวลาที่เปิดให้พรีออเดอร์เท่านั้น
ระดับความ “ต้องมี”: ถ้าคิดว่าจะต้องมีโอกาสไปจับมือพูดคุยกับเม็มเบอร์ให้ได้ บัตรจับมือที่มากับซีดีซิงเกิ้ลคือสิ่งจำเป็นครับ

สำหรับท่านที่อยากรู้ว่าหน้าตาของซีดีซิงเกิ้ลเป็นยังไง ก็ขอเชิญอ่านบทความของเราได้ที่นี่ครับ

3. โฟโต้เซ็ต

คุณยังจำการ์ดสะสมที่คุณเคยสะสมตอนเด็ก ๆ ได้ไหม การ์ดสะสมที่มากับขนมที่คุณเททิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี คุณสนใจแค่ว่าจะได้การ์ดอะไร เมื่อได้การ์ดมาแล้วคุณก็เก็บไว้ นั่นก็คงไม่ต่างจากแฟน ๆ BNK48 ที่สะสมรูปถ่ายของไอดอลคนโปรดครับ ส่วนใหญ่แล้วแฟน ๆ ก็จะเก็บรูปไว้เป็นของสะสม หรือจะนำไปทำที่คั่นหนังสือไว้ให้ชื่นอกชื่นใจยามอ่านหนังสือ หรือนำมาประดับตกแต่งบ้านก็ไม่ผิดกฎแต่ประการใด ซึ่งจนถึงวันนี้ BNK48 มีโฟโต้เซ็ตออกมาแล้ว 8 เซ็ต ในแต่ละเซ็ตเม็มเบอร์ก็จะมาในคอสตูมต่าง ๆ น่าเก็บสะสมทั้งนั้นครับ

ภาพจาก BNK48 Shop

ราคา: 250 บาทต่อ 1 เซ็ต (5 รูปแบบสุ่ม)
ซื้อได้ที่ไหนเมื่อไหร่: BNK48 Shop เฉพาะช่วงเวลาที่เปิดให้พรีออเดอร์เท่านั้น หรืออีเวนต์ต่าง ๆ ของ BNK48 (แล้วแต่เซ็ตและประกาศของ BNK48)
ระดับความ “ต้องมี”: รูปสวยดูดีมีราคา มีไว้ก็ทำให้ชื่นอกชื่นใจดีนะครับ

4. โฟโต้บุ๊ก

นอกจากโฟโต้เซ็ตแล้ว สำหรับท่านที่อยากชมภาพสาว ๆ แบบจุใจจัดเต็ม ไม่นิยมตามดูรูปเม็มเบอร์ไม่กี่รูปที่กระจัดกระจายอยู่ตามนิตยสารหรือสื่อต่าง ๆ ก็ต้องนี่เลยครับ “The Sisters” โฟโต้บุ๊กเล่มแรกของ BNK48 อัดแน่นจุใจถึง 256 หน้า รับรองว่าได้ดูได้ชมกันจนอิ่มตาอิ่มใจแน่นอน

ราคา: 1200 บาท
ซื้อได้ที่ไหนเมื่อไหร่: BNK48 Shop โดยพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00 น.
ระดับความ “ต้องมี”: เอ่อ ราคาเริ่มหนัก ขึ้นหลักพันแล้ว ถ้าอยากจะมีรูปสวย ๆ ของเม็มเบอร์ไว้ชื่นชมแบบจริง ๆ จัง ๆ ก็คงต้องจัดแหละครับ

5. Founder Member Box Set

และสุดท้าย ที่สุดแห่งการเปย์ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Founder Member Box Set บัตรชมการแสดงในเธียเตอร์ BNK48 50 ที่นั่ง ราคาที่นั่งละ 400 บาท นั่นก็เท่ากับ 20000 บาทแล้ว แต่ box set นี้ยังมีของกำนัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่รูปถ่ายพร้อมลายเซ็นเม็มเบอร์ที่คุณเลือกได้ บัตรถ่ายรูปด้วยกล้องอินสแตนท์คู่กับเม็มเบอร์ที่คุณเลือกได้เช่นกัน เสื้อโปโล สายคล้องคอ เข็มกลัดโลหะ สูจิบัตรและสิทธิ์ในการเข้าชมรอบปฐมทัศน์ของ BNK48 ในเธียเตอร์อีกด้วย ของใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเทียบการเปย์เป็นการบริจาคเงินให้วัดล่ะก็ นี่ก็ระดับสร้างโบสถ์สร้างวิหารเลยล่ะครับ

ราคา: 20000 บาท
ซื้อได้ที่ไหนเมื่อไหร่: BNK48 Digital Live Studio ชั้น 1 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และเร็ว ๆ นี้ที่ BNK48 The Campus ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ หรืออีเวนต์ต่าง ๆ ของ BNK48
ระดับความ “ต้องมี”: ปาเข้าไปหลักหมื่น แถมยังมีจำหน่ายแค่ 1000 ชุด ไม่ต้องมีก็ได้มั้งครับอันนี้!

นอกจากช่องทางการขายของ BNK48 โดยตรงแล้ว แฟน ๆ ยังสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต่าง ๆ กับแฟน ๆ ด้วยกันทั้งในเทรดดิ้งโซนของอีเวนต์หรือกลุ่มออนไลน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะโฟโต้เซ็ต ที่เนื่องจากทาง BNK48 ขายแบบสุ่ม ทำให้แฟน ๆ ต้องหาแลกเปลี่ยนกันเพื่อให้ได้รูปเม็มเบอร์คนโปรดของตัวเอง แต่ขณะนี้ก็มีรายงานว่ามีสินค้าปลอมเริ่มแพร่ระบาด อีกทั้งสินค้าของ BNK48 ก็ไม่ได้มี counterfeit deterrence feature ที่ครอบคลุมและดีพอ (อย่างเช่น ไม่ใช่โฟโต้เซ็ตทุกเซ็ตที่มีลายน้ำ BNK48) ก็ขอให้แฟน ๆ เลือกซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยความระมัดระวังนะครับ และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมบริหารจัดการเงินในกระเป๋าของท่านเองให้ดี อย่าเปย์จนขาดสภาพคล่องนะครับ กำลังใจที่สาว ๆ ได้รับจากพวกเราไม่ได้แปรผันตรงกับเงินที่พวกเราเปย์เสมอไป ถ้าเม็มเบอร์รู้ว่าแฟน ๆ เปย์กันจนลำบาก คงจะไม่สบายใจแน่ ๆ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

‘Lia Kim’ ผู้ออกแบบท่าเต้นสุดชิค กับ 7 เพลงฮิตของ Girl Group ที่ใครๆก็เต้นตามได้ !!

Published

on

สวัสดีครับวันนี้จะมาขอแหวกและพูดถึงอะไรใหม่ๆ กันบ้าง หากพูดถึงเพลง K-Pop แล้ว สิ่งสำคัญอันดับต้นๆที่คนจะนึกถึงก็คงจะต้องเป็นท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวงถูกมั้ยล่ะครับ แล้วเพื่อนๆรู้กันมั้ยครับว่ากว่าจะได้ท่าเต้นชิคๆ ติดตาคนดูจนฮอตฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองนั้น มีคนๆ หนึ่งที่ต้องรับหน้าที่หนักมากในการสร้างคาแร็กเตอร์ท่าเต้นของวงนั้นๆ ให้เข้าถึงอารมณ์เพลง และเป็นที่ชื่นชอบของคนดูให้ได้ และหน้าที่นั้นก็คือ ‘ ผู้ออกแบบท่าเต้น (Choreographer) ‘ นั่นเองครับ ส่วนนักออกแบบท่าเต้นที่ผมจะมานำเสนอวันนี้จะเป็นใคร ถ้าพร้อมแล้วก็เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลย !!!


‘Lia Kim’ ผู้ออกแบบท่าเต้นสุดชิค

‘Lia Kim (ลีอา คิม)’  นักออกแบบท่าเต้น และครูสอนเต้นชื่อดัง จากสถาบัน 1 Million Dance Studio ก็เป็นหนึ่งในเบื้องหลังของการออกแบบท่าเต้นยอดฮิตให้กับเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีใต้มาแล้วมากนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น BOA  , Summi , Twice , I.O.I หรือแม้กระทั่งวงระดับตำนานอย่าง Wonder Girls ก็สอนมาแล้วอะนะ คือเรียกได้ว่าฝีมือระดับนี้ คงไม่ได้สงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับว่าเธอมาถึงจุดที่โด่งดังขนาดนี้ได้ยังไง !!

โดยที่เส้นทางการเป็นครูนักออกแบบท่าเต้นให้วงการเคป๊อบนั้น ก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่หลายๆคนคิดไว้เลยครับ เราจึงจะขอย้อนกลับไปในวันที่เธอนั้นยังเริ่มต้นจากการเป็นเทรนเนอร์สอนเต้นให้กับเหล่าเด็กฝึกของค่ายเพลงต่างๆ อย่างเช่น ฮโยยอน Girl Generation , Min Miss A หรือแม้กระทั่งขาแดนซ์อย่างสาว Minzy อดีตสมาชิกวง 2NE1 ก็เคยได้รับการฝึกจาก ลีอา คิม มาแล้วทั้งนั้น และเธอก็ยังคงยึดในอาชีพเทรนเนอร์อยู่นานจนเริ่มรู้สึกว่า แม้หน้าที่ตรงนี้จะเป็นการงานที่มั่นคง แต่ในฐานะศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานคนหนึ่ง การอยู่ใต้ร่มเงาของค่ายเพลง และทำงานภายในเงาที่ยิ่งใหญ่ มันก็น่าท้อใจที่ผลงานท่าเต้นของเธอกลับไม่มีใครได้รู้เลยว่า เธอเป็นคนคิดมันขึ้นมาด้วยความสามารถของเธอ อย่างที่นักแต่งเพลง หรือ นักทำดนตรีทั่วไปมักจะได้เครดิตจากการทำงานอย่างเต็มที่

จนกระทั่งเธอตัดสินใจลาออกจากการเป็นเทรนเนอร์สอนศิลปิน และออกมาเปิดโรงเรียนสอนเต้นที่มีชื่อคุ้นหูใครหลายๆคนอย่าง 1 Million Dance Studio ที่ปัจจุบันกลายเป็นโรงเรียนสอนเต้นที่ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนผู้คนจากหลากหลายประเทศให้ความสนใจที่จะไปสมัครเรียนแม้จะไกลข้ามซีกโลกก็ตาม อีกทั้งเธอยังเคยได้รับเชิญไปเป็นผู้ฝึกสอนหลักของเวที Urban Dance Camp และเป็นกรรมการตัดสินในรายการ World of Dance ของเกาหลีใต้อีกต่างหาก ถือว่าการตัดสินใจออกมาทำสิ่งที่ตัวเองรักอย่างแท้จริงในวันนั้นของเธอ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่าจริงๆครับ

 

และในวันนี้ผมก็นำเอา 7 ผลงานเพลงฮิตที่คุ้นหูคุ้นตาสาวก K-Pop ที่ถูกออกแบบท่าเต้นโดย Lia Kim ฝากกัน จะมีศิลปินคนโปรดคนไหนของเพื่อนๆ กันบ้าง ไปดูโลดดดด !!!

 

1 . 24 Hours – Sunmi

 

2 . Full Moon – Sunmi

 

3 . Very Very Very – I.O.I

เพลงนี้ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองจริงๆครับ ยอมรับเลย !!!

ผมแถมเบื้องหลังการสอนให้ด้วยเลยละกัน !

 

4 . I Feel You – Wonder Girls

ส่วนตัวผมชอบเพลงนี้มากครับ ลงตัวทั้ง Band และ ท่าเต้นมากๆ

 

5 . Like OOH-AHH – Twice

เพลงนี้เป็นเพลงที่ Lia Kim ออกแบบร่วมกับ Mina Myoung นักออกแบบท่าเต้นอีกท่านจาก 1 Million Dance Studio เช่นกัน

6 . TT – Twice

 เพลงนี้ใครฟังก็ต้องเต้นได้ !!

อันนี้เวอร์ชั่นคุณครูเลยครับ ชิคมั่กๆ

 

7 .  Gashina – Sunmi

เพลงดังท่าเต้นยอดฮิตนี้ ลีอา คิม ออกมาพูดเองเลยครับว่า ที่ท่าเต้นเป็นที่นิยมเนี่ย เพราะคิดมาแล้วอย่างดีนะจ้ะ !!

ดูความเก่งของคุณครูแล้ว ก็ต้องชม ซอนมี และ ศิลปินทุกๆคนเลยครับที่รับท่าเต้นมาทำต่อได้ดีมากๆ ในฐานะไอดอลจนทำให้เพลงและท่าเต้นออกมาเป็นที่นิยมได้ขนาดนี้ !!!


และจบไปแล้วนะครัับกับการแนะนำนักออกแบบท่าเต้นสุดเทพจากเกาหลีใต้อย่าง Lia Kim ให้เพื่อนๆได้รู้จักกันมากขึ้น ใครชอบและอยากติดตามผลงานของเธอ ก็อย่าลืมไปติดตามเธอได้ ทั้งใน IG : Lia Kim (@liakimhappy) และแชลแนล 1 Million Dance Studio ทางยูปทูปได้เลยครับ ส่วนตัวผมคงต้องลาไปเพียงเท่านี้ เจอกันในบทความหน้าครับผมม

 

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

ข้อสรุป ลิโด สกาลา – ผู้ประกอบการแบกค่าเช่าไม่ไหว / จุฬาฯ แจงขอคงสกาลาไว้

Published

on

By

หลังจากที่มีดราม่าประเด็นที่ “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เจ้าของพื้นที่จะไม่ต่อสัญญา โรงภาพยนตร์เก่าแก่อย่าง “สกาลา” รวมถึง “ลิโด” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสยามสแควร์ ซึ่งทั้ง 2 ที่นี้มีเจ้าของกิจการคือ เครือ APEX ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งแต่ “ดวงฤทธิ์ บุนนาค”  สถาปนิกชื่อดัง ได้พูดถึงกรณีนี้บน Facebook เกรงว่าจะมีการรื้อถอนโรงภาพยนตร์สกาลา ที่ควรค่าแก่การเก็บสถาปัตยกรรมดั่งเดิมไว้ อีกทั้งคอหนังก็ต้องการให้มีโรงภาพยนตร์ที่ไว้รองรับฉายหนังนอกกระแส ซึ่งนับวันมีน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ถูกพูดต่อกันมาเป็นวงกว้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในทางคัดค้านการรื้อถอน จนเกิด Hashtag “#SaveScala” ใน Twitter ที่ติด Top Trend ของไทย และมีแคมเปญที่ Change.org

https://www.innnblog.com/wp-content/uploads/2016/05/scala-theatre-06-enlarge.jpg

ล่าสุดทาง “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ได้ชี้แจงผ่านทาง Facebook เพจอย่างเป็นทางการ สรุปใจความได้ว่า

  1. สำนักงานยังไม่มีแผนการรื้อทุบใดๆ ทั้งสิ้น และยืนยันว่า เราไม่มีความประสงค์ที่จะขอคืนพื้นที่โรงภาพยนตร์สกาลาแต่อย่างใด

  2. หากผู้เช่าต้องการเลิกประกอบการสกาลาพร้อมๆ ไปกับลิโด (เป็นผู้ประกอบการรายเดียวกัน) เนื่องจากแบกรับการขาดทุนไม่ไหว สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ ได้มีการเจรจาขอให้สกาลาอยู่ต่อไป แต่ขอให้คืนเฉพาะลิโด 

  3. เนื่องจากสภาพพื้นที่โดยรวมของร้านค้าใต้ลิโดที่แบ่งล็อคให้เช่าเป็นร้านค้ารายย่อยมีสภาพเก่าทรุดโทรมมาก จึงจะขอกลับมาพัฒนาพื้นที่เองเมื่อสัญญาสิ้นสุด

4. สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ กำลังหารูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสมกับสกาลา ที่ผ่านมาทางนายกสมาคมสถาปนิกสยามได้แสดงความสนใจที่จะขอใช้พื้นที่สกาลาเป็นพื้นที่แสดงกิจกรรมของสมาคม และยังมีองค์กรอื่นที่สนใจ ตลอดจนอีกหลายฝ่ายที่ให้ความเห็นอยากให้อนุรักษ์อาคารสกาลาไว้เพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนโรงภาพยนตร์ในการจัดกิจกรรมต่างๆในเชิงสร้างสรรค์และสอดคล้องกับอาคารที่เป็นอยู่

สั้นๆ คือ ถ้าเครือ APEX ไม่ต่อสัญญา ลิโด ทางสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ จะขอนำมาพัฒนาพื้นที่เอง ส่วน สกาลา จะไม่ทุบแน่นอน แต่กำลังหาทางว่าเอาไปทำอะไรต่อ

http://img.painaidii.com/images/20120916_5138_1347801915_663743.jpg

อ้างอิง: PostToday , CU Property Official Facebook Page

ภาพหัวข่าว: ThaiPublica

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!