ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| PR Partners

กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ “E20 คือทางรอดระยะยาว” ผนึกกำลังรัฐบาล-เอกชน-ประชาชนใช้ E20

Table of Content

ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ล่าสุดทุกภาคส่วนต่างเร่งส่งสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องปรับมุมมองและตระหนักอย่างจริงจังว่า “แก๊สโซฮอล์ E20” คือทางรอดระยะยาว ของประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่พลังงานทางเลือกชั่วคราวในระยะสั้น พร้อมแนะทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่าน E20 จากเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมสู่พลังงานหลักจากวัตถุดิบที่มีศักยภาพของประเทศ เพื่อลดภาระการนำเข้าพลังงานและสร้างมูลค่าหมุนเวียนให้ภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน โดยถอดบทเรียนความสำเร็จระดับโลกจากประเทศบราซิลและอินเดีย ต้นแบบการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน

สถานการณ์วิกฤตพลังงานในขณะนี้เรียกได้ว่าเป็น ความผันผวนด้านพลังงาน ที่ผูกโยงเศรษฐกิจประเทศไทยไว้กับความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้เกิดความสั่นคลอนต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ชะลอการเติบโตของภาคธุรกิจ และกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง

ข้อมูลจากงานสัมมนา “ฝ่าวิกฤตพลังงานไทยด้วยพลังงานหมุนเวียน โอกาสหรือภาพลวง” จัดขึ้นเมื่อวันที่
1 พฤษภาคมที่ผ่านมาระบุว่า หากประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 92% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ามหาศาลกว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยมีเงินตราไหลออกนอกประเทศสูงถึง 3,600 ล้านบาทในทุก ๆ วัน คำถามสำคัญคือ เราจะหยุดยั้งภาวะเลือดไหลทางเศรษฐกิจนี้ได้อย่างไร?

เพื่อแก้ไขวิกฤตเชิงโครงสร้างนี้ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จำเป็นต้องประสานพลังร่วมกันขับเคลื่อน แก๊สโซฮอล์ E20″ ให้เป็นยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติ โดยยกระดับบทบาทของ E20 จากเดิมที่เป็นเพียง “น้ำมันทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม” ให้กลายเป็น เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่จะสร้างภูมิคุ้มกัน
ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ถอดโมเดลความสำเร็จ Ethanol ระดับโลก: บราซิลและอินเดีย

ประเทศไทยไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพัง การที่ต้องลดการพึ่งพาน้ำมันดิบด้วยเอทานอลที่เป็นพลังงานชีวภาพ (Biofuel) เราสามารถถอดบทเรียนจาก 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ที่เป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ 

บราซิล | ผู้นำด้านเอทานอลโลก: พลิกฟื้นประเทศจากที่เคยต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 80% ในยุค 1970 สู่การเป็นผู้ส่งออกพลังงานในปัจจุบัน ด้วยนโยบายเอทานอลที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ปัจจุบันบราซิลกำหนดสัดส่วนผสมเอทานอลขั้นต่ำถึง 30% (E30) ในน้ำมันเบนซิน และรถยนต์ใหม่กว่า 90% เป็นระบบ Flex-Fuel ที่ยืดหยุ่นรองรับการเติมเอทานอลได้ทุกสัดส่วนจนถึงเอทานอลบริสุทธิ์ (E100) นโยบายนี้สร้างงานในระบบเศรษฐกิจชีวภาพกว่า 1.5 ล้านตำแหน่งและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมไปแล้วมากกว่า 730 ล้านตัน 

อินเดีย | พลิกวิกฤตเป็นโอกาส: จากปัญหาการนำเข้าน้ำมันดิบราคาแพงและมลพิษทางอากาศที่รุนแรงในเมืองใหญ่ รัฐบาลอินเดียได้เร่งผลักดันนโยบายเอทานอลอย่างก้าวกระโดด จนสามารถบังคับใช้ E20
ทั่วประเทศได้สำเร็จในปี 2025 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมถึง 5 ปี เทียบกับปี 2014 ที่มีสัดส่วนผสมเอทานอลเพียง 1.5% ช่วยประหยัดงบประมาณนำเข้าน้ำมันดิบได้กว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี และสร้างรายได้สะสมให้เกษตรกรอินเดียกว่า 4.7 แสนล้านบาท ทั้งยังคงมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนในการผสม
เอทานอลขึ้นเป็น 27%

E20 พลังงานหลักเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของไทย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านโลจิสติกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านโลจิสติกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า “ประเทศไทยควรใช้ศักยภาพและความได้เปรียบที่มีอยู่ เป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ” โดยการส่งเสริมการใช้ไบโอเอทานอล (Bioethanol) ซึ่งผลิตจากพืชพลังงานที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการเพาะปลูกและผลิตได้อย่างต่อเนื่อง คืออ้อยและมันสำปะหลัง ที่ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบสำหรับการผลิตเอทานอลเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามโมเดล BCG Economy        (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สร้างความยั่งยืนให้กับระบบพลังงานของประเทศในระยะยาว 

การส่งเสริมอุตสาหกรรมเอทานอลจึงมิใช่เพียงนโยบายด้านพลังงาน แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิงเอทานอล การผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อยและก๊าซชีวภาพ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ตลอดจนการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงอื่นๆ คิดเป็นมูลค่าอุตสาหกรรมโดยรวมประมาณกว่า 1.34 แสนล้านบาทในปี 2568 ซึ่งสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างรายได้หมุนเวียนในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ก่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต รวมไปถึงภาคบริการโดยเฉพาะการขนส่งและโลจิสติกส์และการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ โดยช่วยสร้างความมั่นคงแก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังกว่า 1 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 4 ล้านคน จากพื้นที่เพาะปลูกโดยรวม 20 ล้านไร่ และขณะเดียวกันยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ส่งเสริมทั้งความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงด้านอาหาร และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

ดังนั้น เอทานอลจึงไม่ใช่การเลือกระหว่างการพัฒนาด้านพลังงานกับการสนับสนุนภาคเกษตรกรรม แต่เป็นนโยบายที่เปรียบเสมือน “การยิงกระสุนนัดเดียวได้ประโยชน์หลายทาง” สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พลังงาน สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรในประเทศให้เกิดคุณค่าสูงสุดและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต”

ทั้งนี้ประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากการเป็นผู้ผลิตอ้อยและมันสำปะหลังรายสำคัญของโลก ประกอบกับการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมเอทานอลที่เข้มแข็ง จึงมีศักยภาพในการยกระดับเอทานอลให้เป็นกลไกหลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศ โดยภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมมีความเห็นสอดคล้องกันว่าการส่งเสริมการใช้ไบโอเอทานอล (Bioethanol) ผ่านนโยบายผลักดันการใช้น้ำมัน E20 อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม จะช่วยสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมแปรรูป ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

ด้านดร.เสกสรรค์ พรหมนิช รองประธานด้านไบโอฟูเอลกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ด้านดร.เสกสรรค์ พรหมนิช รองประธานด้านไบโอฟูเอลกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า“ประเทศไทยมีศักยภาพในการต่อยอดการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง E20 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero การต่อยอดนโยบายที่มีอยู่ด้วยการส่งเสริม ให้ประชาชนเข้าถึง และเลือกใช้น้ำมัน E20 มากขึ้น จะช่วยให้ประเทศไทยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในประเทศได้อย่างคุ้มค่า ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น สร้างรายได้ให้ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐไปพร้อมกัน

ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว หากประเทศไทยสามารถผลักดันการใช้ E20 ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะทำให้มีการใช้เอทานอลประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3.12 ล้านตัน การส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ E20 มากขึ้น ควบคู่ไปกับการผลักดันการประหยัดพลังงานในด้านอื่น ๆ จะสามารถช่วยให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน เพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศ สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ภาคเกษตรกร และอุตสาหกรรมไทย พร้อมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสร้างทั้งความมั่นคงทางพลังงาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศใน ระยะยาว”

สร้างประโยชน์ร่วมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของคนไทยทุกคน

การร่วมมือกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงาน E20 ของประเทศไทยจะสร้างผลประโยชน์มหาศาลกลับคืนมา
ในหลากหลายมิติ โดยเริ่มจากการลดการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสกัดกั้นการรั่วไหลของเงินตราออกนอกประเทศ
และปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศจากวิกฤตราคาน้ำมันโลก ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศอย่าง PM 2.5 ในภาคการขนส่งอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์นี้ยังช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและ
มันสำปะหลังทั่วประเทศ ตลอดจนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio-economy) มูลค่าสูงภายในประเทศ เพราะ E20 ไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำมัน แต่คือ “ทางรอด” ของประเทศไทยที่จะมาร่วมพลิกอนาคตพลังงานไทย เพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของคนไทยทุกคนตั้งแต่วันนี้

Highlight

COMMART ULTRAFORCE กลับมาแล้ว ! รวมสินค้าไอทีกว่า 200 แบรนด์ พร้อมโปรลดแรงรับกลางปี

09/07/2026
Read More

Seedance 2.5 สร้างวิดีโอ 4K ยาว 30 วินาทีได้ในครั้งเดียว เตรียมตัวดูคลิปสั้น AI กันแบบจุก ๆ

09/07/2026
Read More

ไทม์ไลน์ Twitter จาก “นกฟ้า” สู่อาณาจักร X 

09/07/2026
Read More

ปลดล็อก NIA ให้ถือหุ้น – ร่วมทุน เสริม 5 อุตสาหกรรมไทย ช่วยดึงเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติ

09/07/2026
Read More

โลกไม่ได้ใจดีกับลูกหลานเราเสมอไป เพราะในยุค AI การป้องกันเด็กคือการไม่แชร์ภาพบนโซเชียล

09/07/2026
Read More

รู้จัก “เนเน่ รอยัล” สาวน้อยชาวไทยวัย 16 ปี โชว์ร้องเพลง Zombie คว้า 4 Yes เวที America’s Got Talent !

09/07/2026
Read More

Related Content

COMMART ULTRAFORCE กลับมาแล้ว ! รวมสินค้าไอทีกว่า 200 แบรนด์ พร้อมโปรลดแรงรับกลางปี

09/07/2026
Read More

ซีพี-ทรู เดินหน้าสร้างผู้นำแห่งอนาคต ผ่าน “True Alpha Internship 2026” เปลี่ยนสนามฝึกงานสู่ Innovation Sandbox

03/07/2026
Read More

ทรู พาลูกค้าและพาร์ตเนอร์คนสำคัญสัมผัสประสบการณ์ World-Class Gastronomy ชูศักยภาพวัตถุดิบไทยสู่เวที Fine Dining โลก โดย 12 เชฟมิชลิน รวม 21 ดาว

02/07/2026
Read More

แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส รุกตลาด Smart City เปิดตัวตู้น้ำดื่มอัจฉริยะ Advance Vending RO ชูนวัตกรรมบริหารจัดการออนไลน์ พร้อมเปิดรับดีลเลอร์ทั่วประเทศ

01/07/2026
Read More

The Story Thailand Forum 2026 เปิดเวทีถก AI จากโครงสร้างพื้นฐานสู่อนาคตธุรกิจและสังคม

30/06/2026
Read More

TRUE AF 2026 สัปดาห์ 3 โชว์จัดเต็ม โจทย์ “อัตลักษณ์ไทย” ดันซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมเซอร์ไพรส์เปิดตัว 2 Judge ปริศนา !

30/06/2026
Read More