ปั๊มน้ำมัน A Gas Station: หนังไทยสไตล์อินดี้ นึกว่าจะเนือย ดันสนุกกว่าที่คิด

ปั๊มน้ำมัน เป็นหนึ่งในหนังไทยทางเลือกจากสตูดิโอเล็กๆ ที่ลงโรงฉายปลายปี (อีกสองเรื่องที่ใกล้ๆ กันก็มี ดาวคะนอง และ โรงแรมต่างดาว) แต่สำหรับเรื่องนี้ของผู้กำกับ กอล์ฟ – ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ จัดเป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงต่างจากอีกสองเรื่องพอสมควร ด้วยบรรยากาศแบบไทยๆที่ดูเกือบจะจงใจเชยๆ แต่เอาจริงๆ เต็มไปด้วยความแฟนซีจากทั้งตัวละครสุดพิลึกและคอสตูมเฉี่ยวฉูดฉาด อาจต้องพ่วงไปถึงเนื้อหาที่ดูเซอร์เรียลไร้เหตุผลและเมโลดราม่าบ้านๆ แต่เว่อวังเอามากๆด้วย

หนังเล่าเรื่องของ มั่น ชายหนุ่มเจ้าของปั๊มน้ำมันสไตล์คาวบอยผู้มีรักมั่นคงสมชื่อ เขารอคอย นก แฟนสาวที่ทิ้งเขาไปหลายปี โดยระหว่างนี้ก็มีสาวใหญ่ผัวติดอย่าง เจ๊มัท และสาวแสบวัยเรียนอย่าง ฝน คอยมาตามก้อร่อก้อติกเอาใจไม่ห่าง ทว่ามั่นก็ไม่มีท่าทีจะสนใจยังคงคอยคนรักอยู่เช่นนั้น จากปี เป็นสามปี เป็นแปดปี และหลายปีก็ยังคอยอยู่เช่นนั้น ผ่านช่วงเวลาต่างๆ ที่คนไทยน่าจะจดจำได้ โดยเฉพาะราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ถีบจากไม่กี่บาทเรื่อยมาจนเกือบๆจะ 50 บาทอยู่รอมร่อ

หนังเดินเรื่องแบบเชยๆ ความรักแบบละครน้ำเน่า หญิงชายที่พบกันโดยโชคชะตาตั้งแต่ยังวัยรุ่น สัญญารักกันและครองพรหมจรรย์จนได้แต่งงานกัน แล้วหญิงสาวก็ทิ้งชายหนุ่มไปแบบไม่อธิบายเหตุผล ไปมีสามีมีลูกนับครั้งไม่ถ้วน และทุกครั้งที่กลับมาเธอก็จะหายไปอีก ส่วนชายหนุ่มก็รอรักอย่างไม่เป็นอันจะทำอะไรยังใส่ชุดคาวบอยแบบเดิมอย่างที่เธอชอบ ยังทานโจ๊กกับปาท่องโก๋ทุกเช้าอย่างที่เธอเคยซื้อ และคอยให้อภัยเธอทุกครั้งเมื่อกลับมาและเฝ้ารออย่างสัตย์ซื่อทุกครั้งที่เธอจากไป ดูเมโลดราม่าละครไทย ชายในอุดมคติใช่มั้ย

แต่เดี๋ยวก่อนจริงๆ แต่ละคนในเรื่องต่างมีความลับที่ปกปิดไว้และนั่นเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย หนังเรื่องนี้เลยเป็นการพูดถึงความรัก และเซ็ก ตลอดเรื่องพรหมจรรย์ได้อย่างลึกมากครับ โดยเมื่อดูๆ ไปเราดันอินกับความคิดความรู้สึกตัวละครที่เพี้ยนๆ ทั้งหลายได้ซะงั้น ไม่ว่าจะสาวแก่แม่หม้ายที่ผัวยังไม่ตายที่ยังยึดติดกับความสัมพันธ์ในอดีต เด็กมัธยมแก่แดดที่เอาใครก็ได้แบบไม่แคร์แต่จริงๆ แล้วให้ความสำคัญกับความรักแท้ หญิงสาวที่เลือกจากชายหนุ่มที่เธอรักไปทุกครั้ง และชายหนุ่มที่ยึดติดกับสัญญาพรหมจรรย์และการไม่นอกใจแฟนสาวตลอดชีวิตจนทำร้ายความรู้สึกของคนทุกคน คืออยากให้ดูจนจบครับ หนังมันสอนคติแบบไทยที่ขัดธรรมชาติจนเป็นปัญหาสังคมได้ดีมากๆ สุดท้ายเราจะพบว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรัก การเข้าใจกันเปิดใจพูดคุยกัน และไม่มีความลับต่อกัน แม้มันจะดูไร้เหตุผลมากแค่ไหนก็ตาม

ความเด่นของหนังที่ต้องพูดถึงคือความไม่เข้าที่เข้าทาง องค์ประกอบที่ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้ เอาจริงๆ มันไม่น่าสมเหตุสมผลอะไรเลยสักอย่างถ้าใช้หลักเหตุผลแบบสากล แต่พอคิดดีๆ มันดันมีอยู่จริงและสมเหตุสมผลทุกอย่างเลยเลยเมื่ออยู่ในบริบทเมืองไทย อย่างพระเอกที่ชอบแต่งตัวแบบคาวบอยไม่ว่าจะกี่ปีต่อกี่ปี ที่นึกดีๆ เราก็เจอพวกคนกลุ่มนี้ในเมืองไทยอยู่เหมือนกันทั้งๆ ที่โคตรไม่เข้ากันเลยกับสภาพบ้านเรา

สาววัยมัธยมต้นที่พูดเรื่อง “ขอเอา” “ให้เอา” และการเสียตัวเป็นเรื่องปกติสามัญ สาวใหญ่ที่ใส่ชุดราตรีที่เคยเป็นแบบที่สวยมากเมื่อหลายสิบปีก่อนแบบเดิมทุกวันแถมมีสามีอยู่บ้านแต่ก็ยังมาเอาใจหนุ่มที่เธอชอบ เด็กที่ชอบคอสเพลย์ สาวไทยที่ดันมีลูกเป็นพวกลูกครึ่งคนดำ คนที่ยืนอยู่ดีๆ ก็มีรถสิบล้อมาสอยจนตาย และอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่างที่อย่างที่ถ้านึกว่าอยู่ในหนังฝรั่งคงเป็นอะไรที่โคตรไร้เหตุผล ทว่าดันกลายเป็นเรื่องปกติที่หาพบได้ในเมืองไทย ทำให้ได้มู้ดที่ขำขื่นแบบแปลกๆทั้งตลกทั้งสลดใจไปในตัว

สรุป

ความดราม่าที่เข้าถึงความสัมพันธ์จริงๆ จนบางคนอาจร้องไห้ให้โดยไม่รู้ตัว และความตลกจากความไม่เข้ากันทั้งหลาย กลายเป็นว่าจังหวะหนังที่น่าจะเนือย ตัวละครที่ดูน่าจะน่าเบื่ออย่างชายหนุ่มที่ซังกะตายทั้งเรื่อง กลับกลายเป็นอะไรที่ดึงดูดให้เราดูหนังเรื่องนี้ไปด้วยความใคร่รู้และสนุกไปกับชะตากรรมที่คาดเดาไม่ได้ของตัวละครแต่ละตัวอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ นับเป็นหนังไทยที่ดีเกินหน้าหนังไปมากอย่างไม่น่าเชื่อเลย แต่ก็ตามสไตล์อินดี้ครับอาจไม่ถูกใจถูกคอนักเสพหนังกระแสหลักมากนัก แต่ถ้าอยากได้รสใหม่ๆ บ้าง เรื่องนี้แนะนำน่าสนับสนุนมากๆครับ