Connect with us

ภาพยนตร์

I Don’t Feel at Home in This World Anymore: ชีวิตบ้านๆ คนบ้าๆ ฮาแบบดาร์คๆ

สรุปก่อนเลย เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาว

หนังดราม่า อาชญากรรม และตลกร้าย ที่นอกจากความบันเทิงสไตล์ที่คอดาร์คคอเมดี้จะต้องชอบ แล้วหนังยังเย้ยหยันชีวิตจริงแสนธรรมดาแสนน่าเบื่อของมนุษย์โลกได้อย่างเจ็บแสบ หนังเดินเรื่องจากเรื่องเล็ก ๆ ก่อนจะบานปลายกลายเป็นระเบิดก้อนโตของตัวละครได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่แปลกมากตรงเรารู้สึกเชื่อว่ามันเป็นไปได้ ทั้ง ๆ ที่หนังออกจะแฟนตาซีพอสมควรเลย และแม้โปรดักชั่นจะจัดอยู่ในระดับทำได้ดีของสายอินดี้ แต่ก็ไม่ได้ดีขั้นสุดยอดแบบพวกหนังสตูดิโอยักษ์ใหญ่ ต้องยกความดีความชอบให้การสร้างบทและตัวละครที่เหมือนมนุษย์จริงมาก ๆ และน่าสนใจโคตร ๆ นี้ล่ะนะ คิดว่าคงต้องจำชื่อตา เมคอน แบลร์ ผู้กำกับเรื่องนี้ไว้เผื่อ ๆ แล้วสิ

เคยมั้ยที่ออกไปซื้อของแล้วเจอคนชนของตกจากชั้นแต่ก็ไม่ยอมเก็บจนเราต้องเก็บเอง ไปจ่ายเงินก็โดนตัดหน้า หลบไปอ่านหนังสือที่ชอบอยู่เงียบ ๆ ก็มีเพศตรงข้ามนิสัยดีมาชวนคุย แล้วไอ้บัดซบนั่นก็สปอยล์หนังสือให้ฟังแล้วก็จากไป ทั้ง ๆ ที่ปักป้ายห้ามเอาสุนัขมาถ่ายที่สนามหญ้าหน้าบ้าน แต่ก็ไม่วายต้องเจอขี้หมาก้อนเบ้อเร้อทุกวัน ซ้ำร้ายสุด ๆ ที่วันดีคืนดีบ้านก็โดนบุกรื้อแถมไอ้โจรกระจอกยังขโมยความทรงจำล้ำค่าอย่างชุดเครื่องเงินของคุณย่าไปด้วยอีกต่างหาก หลายอย่างคืออะไรที่เราน่าจะเจอในชีวิตจริงได้ไม่ยาก และนั่นคือชีวิตของ รูธ ตัวละครชีวิตแสนเคว้งคว้างกลางอวกาศในเรื่องนี้

ไอ้ชีวิตแสนธรรมดาของ รูธ นี่มีอะไรให้เราต้องสนใจหนังเรื่องนี้?
  • นี่คือหนังที่ชนะรางวัลใหญ่สุด Grand Jury Prize: Dramatic ของเทศกาลหนังอินดี้อเมริกันที่กลายเป็นเทศกาลระดับโลกไปแล้วอย่าง Sundance Film Festival 2017 ซึ่งเพิ่งจัดไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
  • นี่คือหนังที่คว้าคะแนนจากเว็บมะเขือเน่า Rottentomatoes ไปได้ถึง 90% ที่คะแนนเฉลี่ย 7.4/10 สอดคล้องกับคะแนน Metascore ที่ 75/100 และ 7/10 จาก IMDB เอาเป็นว่านักวิจารณ์เห็นพ้องไปในแบบว่าหนังดูสนุก และค่อนข้างน่าประทับใจล่ะ
  • เป็นการกลับมาเห็นหน้าเห็นตากันอีกครั้งกับพ่อฮอบบิทน้อยอย่าง เอไลจาห์ วูด ที่จริง ๆ มีหนังเล่นทุกปี แต่กลับไม่ค่อยดังนัก
  • เป็นหนัง Netflix Original จึงมีแบบซับไทยให้ดูใน Netflix เรียบร้อย

ก็ตามที่บอกไปความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ทั้งหมดทั้งมวลมาจากการที่มันสามารถคว้ารางวัลสูงสุดของเทศกาลหนังอย่าง Sundance 2017 มาได้ ซึ่งเวทีนี้ก็ได้ให้กำเนิดหนังอินดี้เจ๋ง ๆ มามากมาย อย่างเช่น Memento, Once, Before Sunrise, Saw, The Blair Witch Project, The Usual Suspects, (500) Days of Summer, Whiplash เป็นต้น และในปีนี้ก็ยังมีหนังอย่าง Get Out ที่เพิ่งออกจากโรงบ้านเราไปฉายเปิดตัวด้วย ส่วนผู้กำกับหลายคนได้ผันมาทำหนังในสตูดิโอใหญ่ก็เพราะเวทีนี้เช่นกัน อย่าง เทพ Christopher Nolan ก็เกิดจากเวทีนี้เช่นกัน ดังนั้นหนังเรื่องไหนคว้าแสงไฟให้จับตัวเองในเทศกาลนี้ได้มากก็มีสิทธิ์ต่อยอดไปในอนาคตสูงเช่นกัน

หนังชื่อยาวอย่าง I Don’t Feel at Home in This World Anymore นี้ก็เช่นกันครับ นับเป็นผลงานกำกับและเขียนบทเรื่องแรกของ เมคอน แบลร์  ที่น่าจะฉายแววดังในเวลาอันใกล้ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนังที่เป็นแบบตลกร้าย แต่ดันสะท้อนภาพชีวิตได้สมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะผ่านสายตาสาวโสดบ้าน ๆ แบบ รูธ (เมลานี ลินสกีย์) ที่ชีวิตถึงกับตั้งคำถามว่า ถ้าฉันตายไปก็คงกลายเป็นแค่คาร์บอนที่ไม่มีอะไรให้จดจำ นั่นคงเป็นความรู้สึกที่กลายมาเป็นชื่อหนังนี่เองครับ จะว่าโชคดีหรือร้ายไม่ทราบได้เพราะการที่เธอถูกยกเค้านั้น สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเธอไปอย่างที่ไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่การตัดสินใจเลิกพึ่งตำรวจที่ไม่เคยสนใจคดีบ้าน ๆ แล้วเริ่มออกไปคุยกับเพื่อนบ้านที่ไม่เคยแม้แต่จะทักกันเพื่อหาเบาะแส ได้เจอกับเพื่อนที่แม้จะเพี้ยน ๆ แต่กลับมีใจรักความยุติธรรมแบบบริสุทธิ์อย่าง โทนี่ (เอไลจาห์ วูด) ซึ่งกลายมาเป็นคู่หูออกตามล่าตัวโจรกัน

โดยหนึ่งในโจรนั้นก็มีนักแสดงอย่าง เจน เลวี่ ที่เพิ่งมีบทนำในหนังอย่าง Don’t Breathe มา แต่จากบทเหยื่อในเรื่องนั้นเธอกลับมาพลิกรับบทโจรผู้ล่าในเรื่องนี้แทน ส่วนดาราสมทบคนอื่น ๆ ก็มาจากสายหนังอินดี้บ้าง สายซีรีย์บ้างอาจพอคุ้นตาบางคนครับ

หนังโดดเด่นในเรื่องของบทที่ตลกร้าย และยียวนผู้ชมในหลาย ๆ สถานการณ์ แม้จะไม่ได้ฮาก๊ากอะไรแบบนั้น แต่ก็ทำให้เรื่องราวชวนหัวของการก่ออาชญากรรมนี้ดูเพลินดูง่าย ไม่หนักหัวจนเกินไปครับ โดยเฉพาะฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องนี้ ต้องบอกว่าถ้าเทียบกับหนังฮอลลีวู้ดทั่วไปฉากพวกยิงกันเลือดสาดในเรื่องนี้อาจดูธรรมดา แต่กระนั้นพอความรุนแรงระดับนี้มาอยู่ในหนังเบาสมองเรื่องนี้มันกลายเป็นความสะใจได้แปลกพิกลทีเดียว จริง ๆ หนังค่อนข้างสะท้อนภาพชีวิตคนเมืองที่เหว่ว้าและรู้สึกไร้คุณค่าได้อย่างสมจริงมาก ๆ จนเรารู้สึกเลยว่าบางทีตัวเอกอาจเป็นเราเองก็ได้ ปัญหาจากคนรอบข้างที่ละเลยระเบียบมารยาท เฉยชาไม่ใส่ใจกันและกันแม้จะเป็นหน้าที่อย่างตำรวจหรือแม้แต่ญาติ ๆ กันก็ตาม เหล่านี้ต่างหากที่เป็นศัตรูตัวร้ายยิ่งกว่าโจรที่มาบุกบ้านเสียอีก หนังทิ้งทางลงท้ายเรื่องไว้ได้แบบตามสูตรสวยงาม ดูจบแล้วอารมณ์ดีครับ

ตามที่บอกครับหาชมได้ใน Netflix เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!