เจ้าหญิงเลอา ใน Star Wars: The Rise of Skywalker
เจ้าหญิงเลอา ใน Star Wars: The Rise of Skywalker

ดูออกมั้ย? “เจ้าหญิงเลอา” ใน Star Wars 9…ฉากไหนตัวจริง-ฉากไหน CG? หลังเสียชีวิต

อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมของ Star Wars: The Rise of Skywalker ที่ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสนุกของเรื่อง ว่าไม่สนุกเท่าที่ควรสำหรับแฟนหนังทั่วไป กับสมค่าสมราคาแล้วสำหรับแฟนหนังสตาร์วอร์สที่ติดตามกันมาตลอด กระแสนี้ได้กลบอีกหนึ่งความสำคัญของเรื่องนั่นคือ การนำนักแสดงผู้ล่วงลับที่คนดูคิดถึงในบท “เจ้าหญิงเลอา” อย่าง Carrie Fisher ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2016 ด้วยอาการหัวใจวายขณะเดินทางบนเครื่องบิน (ในขณะนั้นได้ถ่ายทำ The Last Jedi เสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังไม่เริ่มถ่าย The Rise of Skywalker) กลับมาปรากฏบนจอ เพื่อสั่งลาบทนี้ทั้งในเรื่องและนอกเรื่องได้อย่างสมภาคภูมิ

Carrie Fisher ในบทบาทสุดท้าย "เจ้าหญิงเลอา" อันเป็นที่จดจำ
Carrie Fisher ในบทบาทสุดท้าย “เจ้าหญิงเลอา” อันเป็นที่จดจำ

เดิมทีนั้นในแต่ละไตรภาคสุดท้ายของเรื่องราวตระกูลสกายวอล์กเกอร์ใน Star Wars ตั้งแต่ 2015-2019 นั้น ได้วางให้ตัวละครดั้งเดิมจากไตรภาคแรก ทั้งฮาน โซโล, ลุค สกายวอล์กเกอร์ และเจ้าหญิงเลอา จบบทบาทของตัวเองลงอย่างยิ่งใหญ่ในแต่ละภาค โดยของเจ้าหญิงเลอาถูกวางเรื่องเอาไว้ในภาคสุดท้าย แต่การเสียชีวิตของ Fisher ก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ตั้งแต่ The Rise of Skywalker ยังไม่ทันเริ่มถ่ายทำ J.J. Abrams ผู้กำกับภาคนี้ที่เริ่มเตรียมงานสร้าง 6 เดือนให้หลังการเสียชีวิตของเธอ จึงต้องเขียนบทของหนังให้สอดคล้องกับภาพฟุตเทจที่ยังเหลืออยู่และยังไม่เคยถูกใช้ของ Fisher จากภาค The Force Awakens และ The Last Jedi ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้ว เขาได้เลือกใช้ฟุตเทจ 8 นาทีจาก The Force Awakens และอีกไม่มากจาก The Last Jedi

่J.J. Abrams เมื่อครั้งกำกับ The Force Awakens และทีมนักแสดงครบชุด
J.J. Abrams เมื่อครั้งกำกับ The Force Awakens และทีมนักแสดงครบชุด

วิธีนี้เป็นวิธีที่แตกต่างจากที่หลายคนคาดไว้ เนื่องจากคิดว่า ทีมผู้สร้างและผู้กำกับจะเล่าเรื่องโดยเดินตามเส้นเรื่องที่วางกันไว้แต่เดิม โดยใช้ CGI ของนักแสดงผู้ล่วงลับใส่เข้าไปแทนในบทช่วงที่เธอไม่ได้ถ่ายไว้ แต่ Abrams เลือกใช้วิธี “ย้อนกลับการถ่ายทำ” ด้วยการใช้ฟุตเทจเดิม เพื่อให้เกียรติกับ Fisher โดยให้กระทบกับเส้นเรื่องที่จะเล่าน้อยที่สุด ทีมสเปเชียลเอฟเฟกต์ เพียงแต่ตกแต่งทรงผม เสื้อผ้า และฉากหลังของ Fisher ให้เหมาะกับฉากต่าง ๆ ในเรื่อง The Rise of Skywalker เท่านั้น แต่เกือบทั้งหมดที่เห็นในเรื่องมาจากการแสดงของ “ตัวจริง” ของเธอเองตามที่ Todd Fisher น้องชายของ Carrie ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้

3 นักแสดงจากฉบับดั้งเดิมตอนเปิดตัวภาค The Force Awakens
3 นักแสดงจากฉบับดั้งเดิมตอนเปิดตัวภาค The Force Awakens

(หลังจากย่อหน้านี้จะเป็นการสปอยล์เนื้อเรื่อง)

ในฉากต้นเรื่องของ Star Wars: The Rise of Skywalker ที่เป็นฉากของเจ้าหญิงเลอา กำลังฝึกฝนลูกศิษย์เจไดคนสุดท้ายอย่างเรย์ เดิมทีฉากนี้ได้ถ่ายทำเอาไว้เพื่อใช้ในภาค The Force Awakens แต่ไม่ได้ถูกเลือกใช้และนำไปลงไว้ใน Deleted Scene ของฉบับที่ไม่ได้ฉายโรง ทีมสร้างจึงนำฉากนี้กลับมาปัดฝุ่นใหม่ ซึ่งแฟน ๆ คงจะสังเกตได้ว่า หากนำฉากนี้ไปสวมทับในภาค 7 ก็ยังพอจะสอดคล้องกับเรื่องอยู่ มีเพียงแค่ฉากร่ำลากันตอนท้ายเท่านั้นที่ดูห้วนและโดด เพราะไม่สามารถใช้ไดอะล็อกที่ถ่ายไว้ใน The Force Awaken มาใช้ได้

ฉากกอดสุดท้ายของเรย์และเจ้าหญิงเลอา ฟุตเทจเก่าจาก The Force Awakens
ฉากกอดสุดท้ายของเรย์และเจ้าหญิงเลอา ฟุตเทจเก่าจาก The Force Awakens

ส่วนอีก 2 ฉากที่ไม่ได้เป็นการแสดงของ Fisher แล้วนั้น คือตอนที่เจ้าหญิงเลอาพยายามจะติดต่อกับเบน โซโล ลูกชายที่อยู่ในร่างไคโล เรน จะเห็นว่า ทีมงานได้ใช้วิธีการถ่ายภาพแบบซิลลูเอต (Silhouette) หรือการถ่ายย้อนแสงให้เห็นตัวแบบเป็นภาพเงาดำ ๆ  ซึ่งนับตั้งแต่ฉากนั้นเป็นต้นไป หนังได้ใช้นักแสดงแทน Fisher แล้ว เช่นเดียวกับตอนที่สำนึกของเบน โซโล ได้เห็นฮาน โซโล ผู้พ่อที่มาเตือนสติอีกครั้ง แต่เดิมจะต้องเป็นบทเจ้าหญิง เลอา ที่ถอดจิตมาพบกับลูกตามความเชื่อมโยงของเรื่อง แต่หนังก็ต้องขอใช้ความช่วยเหลือจากนักแสดง Harrison Ford ในบทฮาน โซโล ที่เป็นคนมาเล่นในฉากนี้แทน

บทเจ้าหญิงเลอาใน The Rogue One
บทเจ้าหญิงเลอาใน  Rogue One: A Star War Story (2016)

เทคโนโลยีลดอายุของใบหน้า (De-Aging) ที่ถูกนำมาใช้กับภาพยนตร์ดัง ๆ หลายเรื่องเช่น The Irishman หรือ Gemini Man ในปีนี้ ก็ถูกนำมาใช้เช่นกัน ในฉากย้อนความหลังของลุคและเลอาเมื่อครั้งเยาว์วัยที่ลุคเท้าความเกี่ยวกับดาบไลต์เซเบอร์ของเลอา ก่อนที่ลุคจะมอบให้เรย์ ภาพที่เห็นในเรื่องเป็นตอนที่เลอาสำเร็จการฝึกวิชาเจไดกับลุค คนดูได้เห็นแสงไลต์เซเบอร์สีเขียวทาบหน้าของลุค และสีฟ้าเป็นของเลอา ในฉากนี้เป็นการแสดงโดยนักแสดงแทน ก่อนจะนำใบหน้าจริงของ Fisher และ Mark Hamill เข้าไปทับหน้านักแสดงแทนด้วย CGI เช่นเดียวกับที่เคยใช้วิธีนี้กับบทเจ้าหญิงเลอาที่ปรากฎตัวใน Rogue One: A Star War Story (2016) ซึ่งทีมงานสร้างมองว่า เป็นวิธีที่แนบเนียนกว่าจะใช้ CG สร้างฉากและตัวนักแสดงขึ้นใหม่ทั้งหมด

ส่วนในฉากปิดท้ายของ The Rise of Skywalker ที่ทั้งลุคและเลอาปรากฏตัวในรูปแบบของพลัง (วิญญาณ-Force Ghost) แล้วนั้น เป็นฟุตเทจที่ถูกถ่ายทำเอาไว้ล่วงหน้าในภาค The Force Awakens อย่างที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีลดอายุของใบหน้า ทีม CGI เพียงแค่ทำการตกแต่งเสื้อผ้าใหม่ของเจ้าหญิงเลอาให้เข้ากับตอนจบของเรื่องเท่านั้น

อ้างอิง

อ้างอิง

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แสดงความคิดเห็น