จริงๆเป็นความยากลำบากในการแนะนำหนังเรื่องนี้พอสมควร คงต้องเริ่มแนะนำกันตั้งแต่ว่าหนังเรื่องนี้ความน่าสนใจทั้งหมดทั้งมวลมาจากชื่อผู้กำกับทั้งสิ้น นั่นคือ พี่น้องโคเอน (Ethan Coen และ Joel Coen) พี่น้องโคเอนคือชื่อรับประกันคุณภาพของหนังระดับสูงแบบที่ดาราและนักแสดงดังๆ หลายคนขอมีโอกาสสักครั้งได้เล่นในหนังของสองคนนี้ (เหมือนประหนึ่งใบประกาศวิชาชีพนักแสดงขั้นสูงก็ไม่ปาน)

Ethan และ Joel Coen

Ethan และ Joel Coen

เพราะถ้าใครจะพูดถึงหนังชั้นเยี่ยมในยุคนี้ (ในแง่ความเป็นศิลปะและรสนิยมที่ดี) ก็ต้องพูดถึงหนังของพี่น้องคู่นี้ จนแทบกลายเป็นคำเปรียบเปรยที่หนังต่างๆ หรือคนที่ชอบดูหนัง มักชอบนำไปแซวเชิงเสียดสีว่า หนังของโคเอนเป็นหนังชั้นเยี่ยมที่คนเดินดินอาจเข้าไม่ถึงเท่าไหร่

แต่จะกล่าวแบบนั้นก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะกลุ่มเป้าหมายของหนังพี่น้องโคเอน นั้นจะว่าไปก็มีต่างกัน 2 กลุ่ม คือคนนิยมหนังมีระดับขึ้นหิ้งที่ดูปุ๊บเรารู้ทันทีว่านี่เป็นหนังเอากล่องที่ไม่พลาดสักรางวัลแน่ๆ อย่างตระกูล Fargo (1996) No Country for Old Men (2007) True Grit (2010) และ Inside Llewyn Davis (2013) ที่แต่ละเรื่องเห็นชื่อในหลากหลายเวที ทั้งยังเป็นหนังที่คอหนังฮาร์ดคอร์ระดับชาติต้องผ่านตามาแล้วทั้งนั้น

ใครจำฉากนี้จากหนังออสการ์เรื่อง No Country for Old Men ได้บ้าง เรื่องนี้โคตรสะพรึงโดยไม่ต้องมีดนตรีบิ้วเลย

ใครจำฉากนี้จากหนังออสการ์เรื่อง No Country for Old Men ได้บ้าง เรื่องนี้โคตรสะพรึงโดยไม่ต้องมีดนตรีบิ้วเลย

กับอีกกลุ่มคือตระกูลนิยมหนังตลกร้าย มีชั้นเชิง ที่ชอบรวมดาราดังๆ มาเล่นบทที่เราๆ ท่านๆ คาดไม่ค่อยถึง อย่างพวก O Brother, Where Art Thou? (2000) The Ladykillers (2004) Burn After Reading (2008) ซึ่งมักจะเว้นช่วงเป็นงานผ่อนคลายของสองพี่น้องจากหนังเครียดๆทั้งหลายด้วย ซึ่งหนังกลุ่มนี้จัดว่าดูง่าย ไม่ต้องตีความขั้นลึกแบบเลาะแผ่นฟิล์มเปิดตำราดู แต่กระนั้นก็ตามขึ้นชื่อว่าหนังพี่น้องโคเอนก็ย่อมมีความพิเศษบางอย่างอยู่ในนั้น ด้วยลีลาการเล่าเรื่อง พล็อตประหลาดๆ ยุ่งเหยิง ตัวละครที่มีเอกลักษณ์ชวนจดจำ และสาระในความบ้าๆ บอๆ อย่างคาดไม่ถึงด้วย

ซึ่งเกริ่นมาขนาดนี้เพื่อจะบอกว่า Hail, Caesar! เป็นหนังกลุ่มหลังนี่ล่ะ ดังนั้นเข้าโรงไปบันเทิงแบบเบาหัวได้เลย แต่เบาในที่นี้คือไม่ได้เบาสมองเอาฮาแบบหนังสามช่านะ คือเบาเมื่อเทียบกับหนังอื่นๆ ของโคเอน ก็จัดอยู่ในหนังตลกร้ายที่ต้องมีพื้นหลังความรู้นิดหน่อยในการดูล่ะนะ จะบอกว่าตลกปัญญาชนก็ว่าได้นะ ใครหวังเอาฮาแบบหนังพี่มากคงผิดหวังนะครับ แต่ใครชอบหนังตลกร้ายแบบฝรั่ง หรือแฟนหนังพี่น้องโคเอนนี่จะกรี๊ดกร๊าดน่าดูล่ะ

feat1

Hail, Caesar! เป็นงานสักการะวงการฮอลลีวู้ดยุคสำคัญในช่วงปีทศวรรษที่ 1950 ตอนที่หนังเริ่มมีสีมีเสียงแบบที่เราคุ้นตากันทั้งยังเป็นยุคบูมของหนังเพลง (เพราะตอนนั้นหนังมีเสียงในฟิล์มแล้ว) และหนังคาวบอย เรียกว่าเป็นยุคหนังที่หอมหวานและฮอลลีวู้ดชอบรำลึกถึงอยู่บ่อยๆ นั่นล่ะ

hail+caesar+2

หนังเล่าถึง Eddie Mannix โปรดิวเซอร์ใหญ่ของ Capitol Pictures ที่วันๆ นอกจากต้องคอยคุมโปรเจคหนังให้สร้างได้ตลอดรอดฝั่ง ยังต้องคอยขจัดปัญหาต่างๆทั้งของนักแสดงและทีมงาน ตลอดปัจจัยภายนอกต่างๆที่อาจทำให้หนังสะดุดลงด้วย เรียกว่าตลอดเวลาในหนังเราแทบไม่ได้เห็นเขาพักเท่าไหร่เลย

และหนังเรื่องราวของจอมทัพโรมันผู้พานพบกับพระคริสต์อย่างเรื่อง Hail, Caesar! ก็คือหนังระดับเพชรยอดมงกุฎของสตูดิโอที่เอ็ดดี้ต้องดันให้ออกฉายให้ได้ ที่เหลือคือความวายป่วงที่วิ่งเข้ามาหาเอ็ดดี้ให้เราทั้งขำทั้งลุ้นไปกับเขานั่นเอง ตั้งแต่ดาราคาวบอยดาวรุ่งที่เคยคุยกับแค่ม้าแต่ต้องมาเล่นฉากดราม่าที่มีบทพูดซับซ้อนอย่างไม่ทันตั้งตัว นักแสดงสาวสวยที่มีปัญหาเรื่องผู้ชาย ดาราใหญ่ที่โดนลักพาตัวโดยกลุ่มคนลึกลับ นักข่าวซุบซิบที่คอยบัฟตอดเอาข่าวอยู่เรื่อย เป็นต้น

แค่เกริ่นๆ คาแรกเตอร์ตัวละครเราก็เห็นความวายป่วงแล้ว ยิ่งไม่ต้องนับในหนังเลยว่าจะสนุกขนาดไหน (ยิ่งว่าแต่ละคนที่ว่ามานี่ดาราดังๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Josh Brolin, George Clooney, Ralph Fiennes,  Scarlett Johansson, Tilda Swinton และ Channing Tatum เป็นต้น ซึ่งที่ว่ามานี่แค่ส่วนหนึ่งเองนะ 555)
hailphoto3maxresdefault (1)Scarlett-Johansson-Hail-Caesar

สรุป

เอาเป็นว่าใครหลงใหลหนังฮอลลีวู้ดยุคเก่าๆ อย่างหนังเพลง หรือคาวบอย (พยายามเลี่ยงคำว่านักดูหนังมีอายุล่ะนะ 555) ชอบดูหนังที่เล่าเกี่ยวกับเบื้องหลัง ชอบหนังแนวหายนะวายวอดจากความยุ่งเหยิงของคน ชอบหนังตลกร้าย รายละเอียดแพรวพราว มีหักมุมมีเซอร์ไพรส์ให้ตื่นตาตื่นใจตลอดเวลา ไม่ต้องถึงกับเป็นแฟนพี่น้องโคเอนก็ได้ จัดว่าหนังสนุกดูเพลินมากๆอยู่ทีเดียว (ฉากห้องพิจารณาบท กับห้องตัดต่อนี่แนะนำเลย 55) ส่วนใครชอบพี่น้องโคเอนและหนังแบบโคเอนเป็นทุนเดิม เรื่องนี้ดูเอามันได้เลยทีเดียวล่ะ

Play video

เกร็ดจากหนัง

ข้างล่างนี่ขอเสริมเกร็ดไว้โม้เวลาชวนเพื่อนชวนแฟนไปดู จะได้เสริมความเท่ให้เราเอง 555 (ไม่สปอยล์เนื้อหาสำคัญ) ก็อย่างที่บอกว่าหนังมันคารวะวงการฮอลลีวู้ดตัวละครแต่ละตัวนี่ก็เอามาจากคนจริงๆที่เคยทำงานในฮอลลีวู้ดทั้งนั้นเลย อย่าง

  • Eddie Mannix (รับบทโดย Josh Brolin) เอามาจาก E.J. Mannix โปรดิวเซอร์สุดเก๋าที่คอยขจัดทุกปัญหาฉาวซึ่งทำงานให้ค่าย MGM
  • Baird Whitlock (รับบทโดย George Clooney) ผสมขึ้นจากดาราระดับตำนานอย่าง Robert Taylor ซึ่งเคยเล่นเป็นจอมทัพโรมันชื่อมาร์คัสใน Quo Vadis (1951) Charlton Heston ที่เคยเล่นหนังตำนานอย่าง Ben-Hur (1959) และคนสุดท้าย Kirk Douglas ที่เล่นอีกตำนานอย่าง Spartacus (1960) นั่นเอง
  • หนังเรื่อง Hail, Caesar! เองก็เอามาจาก Ben-Hur นั่นล่ะ เพราะมีชื่อสร้อยว่า A Tale of the Christ เหมือนกันด้วย
  • DeeAnna Moran (รับบทโดย Scarlett Johansson) เอามาจากคาแรกเตอร์ของดาราชื่อ Esther Williams ในหนังเราจะเห็นฉากจากเรื่อง Million Dollar Mermaid (1952) ที่เธอเคยเล่น ส่วนพล็อตว่าด้วยปัญหาความรักนี่เอามาจากดาราสาวคนหนึ่งชื่อ Loretta Young แบบแทบจะเป๊ะๆเลย
  • Burt Gurney (รับบทโดย Channing Tatum) เอามาจากดาราอย่าง Gene Kelly ที่โด่งดังมากจากเรื่อง Singin’ in the Rain (1952) ในหนังเราจะเห็นฉากกะลาสีจากเรื่อง On the Town (1949) ที่เขาเคยแสดงด้วย
  • ฝาแฝดเหยี่ยวข่าว Thora และ Thesaly Thacker (รับบทโดย Tilda Swinton ทั้งคู่) ก็เอามาจากนักข่าวของ Hollywood reporter ที่ชื่อ Hedda Hopper ขณะที่พล็อตความไม่ลงรอยของฝาแฝดนี่ก็เอามาจากสองคอลัมนิสต์ที่ชื่อ Ann Landers (Pauline “Eppie” Friedman Lederer) กับ Abigail Van Buren (Pauline Friedman Phillips) ด้วย
  • Carlota Valdez (รับบทโดย Veronica Osorio) เอามาจากตัวจริงอย่าง Carmen Miranda ส่วนชื่อคาร์โลตานี่เอามาจากตัวละครลึกลับตัวหนึ่งในเรื่อง Vertigo (1958)
  • Hobie Doyle (รับบทโดย Alden Ehrenreich) เอามาจาก 4 ดาราหนังคาวบอยคลาสสิกอย่าง Howard Keel, Dick Foran, James Ellison และ Tim Holt นอกจากนี้มีฉากหนึ่งที่โฮบี้เอาเส้นสปาเก็ตตี้มาทำเป็นบ่วงบาศ ก็เป็นการเล่นคำถึงตระกูลหนังคาวบอยอิตาลีที่เรียกว่า spaghetti westerns ซึ่งโด่งดังมากในยุคนั้น ตัวอย่างที่รู้จักกันดีก็อย่างหนังสร้างชื่อให้ Clint Eastwood อย่าง The Good, the Bad and the Ugly (1966) ด้วย
  • Laurence Laurentz (รับบทโดย Ralph Fiennes) เอามาจากผู้กำกับดังอย่าง Vincente Minnelli ที่สร้างหนังดังเรื่อง Gigi (1958)
  • C.C. Calhoun (รับบทโดย Frances McDormand ซึ่งเป็นภรรยาของโจเอล โคเอนด้วย) เอามาจากมือตัดต่อหญิงอย่าง Margaret Booth ซึ่งเธอก็ตัดต่อหนังเรื่อง Gigi ให้ Minnelli แบบไม่ได้เครดิตคล้ายๆในเรื่องด้วยเช่นกัน
  • และสุดท้าย ศาสตราจารย์ Marcuse ก็อิงมาจาก Herbert Marcuse นักทฤษฎีการเมืองที่มีชื่อในยุคนั้นด้วย

tilda-swinton-hail-caesar-hedda-hopper-louella-parsons