Connect with us

เพลง

10 เพลงดัง ที่โตมาพร้อมกับเด็กยุค 90!! คุณเคยฟังกันรึเปล่านะ ?

Published

on

เด็กยุค 90 โตมากับเพลงเพราะๆ เยอะมาก เพลงที่มีดนตรีน่าฟัง สนุกสนาน เนื้อเพลงที่ฟังแล้วเพลิน เสียงนักร้องไพเราะสดใส และหลายๆ เพลงก็เป็นตำนาน จนถึงทุกวันนี้ ชนิดที่ว่าเปิดที่ไหน ได้ยินทีไร ใครๆ ก็ร้องตามได้ ในฐานะที่ดันเป็น 1 ในเด็กยุค 90 (อุ้ย แก่เบาๆ) ผ่านประสบการณ์เพลงฮิตมาหลายยุค เอาหล่ะ! รวบรวมพลังทั้งหมด เปิดโผเพลงฮิตที่ดังระบิดไปทั้งเมืองในยุคนั้นดีกว่า

รักคนมีเจ้าของ

ศิลปิน ไอ..น้ำ

ด้วยความที่เป็นเพลงประกอบละครดังอย่างเรื่อง “คุณพ่อรับจ้าง” ที่มีพี่กบ สุวนันท์ และ พี่หนุ่ม ศรราม เป็นพระเอก นางเอกดังแห่งยุคนั้นมาเล่น ยิ่งทำให้เพลงนี้ดังเป็นพลุแตก ชนิดที่ว่าเดินห้างเดอะมอลหรือตลาดนัดในหมู่บ้าน ก็ต้องได้ยินละเอ้า!!

ความเชื่อ

ศิลปิน  Bodyslam

กลายเป็นวลีดังอยู่หลายปี “ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน” และกลายเป็นเพลงจุดประกายความฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี แถมเพลงนี้ยังมีนักร้องรับเชิญชื่อดังอย่าง แอ๊ด คาราบาว มาร่วมด้วย ไม่ต้องพูดถึงความพลุแตกของเพลงนี้เลย เด็กป.4 ยันคนอายุ 30 ก็ร้องได้!!

ก่อน

ศิลปิน Modern Dog

“ในใจไม่เคยมีผู้ใด จนความรักเธอเข้ามา” เป็นอีกเพลงที่โด่งดังเพราะความฟีลกู้ด วัยกระเตาะกำลังมีความรัก ฟังแล้วน่าเอ็นดูน่าดู

วัดใจ

ศิลปิน Silly Fools

เรียกได้ว่าเป็นเพลง “ตำนาน” อีกเพลงจริงๆ เพราะจังหวะเพลงที่มันส์กระแทกใจ เนื้อเพลงที่เรียกร้องให้สู้!! เพื่อฝัน ยิ่งทำให้วัยรุ่นในยุคนั้น เด้งโหยงๆ ทุกครั้งที่ได้ยิน

ไปวัดใจกันหน่อยมั้ยเพื่อนนนน

รักแท้ ดูแลไม่ได้

ศิลปิน Potato

เปลี่ยนโหมดมาเศร้ากันสักหน่อย ชีวิตต้องมีหลายรส กับเพลง “รักแท้ ดูแลไม่ได้” ต้องบอกเลยว่าวง Potato ในยุคนั้น ปล่อยมากี่เพลงดังหมด ก็แหม นักร้อง นักดนตรีหล่อแรง เท่ระเบิดขนาดนั้น

พรหมลิขิต

ศิลปิน Big Ass

เป็นอีกเพลงที่ดั๊ง ดังในยุคหนึ่ง ด้วยเนื้อเพลงที่โรแมนติกกระชากใจ จังหวะดี ฟังแล้วสบายหู แถมการทำ MV  ยังน่าสนใจด้วยการนำคู่รักต่างๆ มาบอกเล่าเรื่องราวความรักของตัวเองด้วย

คิดถึงฉันไหม เวลาที่เธอ

ศิลปิน TAXI

“คิดถึงฉันไหม เวลาที่เธอ..” ช่วงนั้นคู่ไหนที่ต้องห่างไกลกันต้องอินกับเพลงนี้แน่ๆ ว่าแต่คุ้นๆ หน้านางเอก MV  เพลงนี้กันมั้ยนะ ถ้าเปิดกลับไปดู ต้องอดอมยิ้มกับความน่ารักของ MV แจ้งเกิดของสาวแพท ณปภาไม่ได้แน่ๆ

ทำอะไรสักอย่าง

ศิลปิน ป้าง นครินทร์

วัยรุ่นสมัยก่อนเนี่ย จะทำความรู้จัก จะจีบกันแต่ละที ไม่ใช่ง่ายๆ เหมือนเปิดแอป Tinder นะ ต้องผ่านโมเม้นท์ แอบชอบ แอบมอง และกว่าจะจีบกันได้เนี่ย ต้องอาศัยการโทรศัพท์เท่านั้น ไม่มีหรอกแชทลงแชทไลน์ จะเป็นแฟนกันได้ ต้องอาศัยความพยายามล้วนๆ เพลงแอบรักเพลงนี้ของพี่ป้าง ก็เลยดังเปรี้ยงปร้างไงหล่ะ!

เธอเป็นแฟนฉันแล้ว

ศิลปิน กะลา

เพลงขี้มโนในตำนานคงต้องยกให้เพลงนี้แหละ “เธอเป็นแฟนฉันแล้ว .. แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้เป็นแฟนของเธอ” อย่างที่บอกไป ว่าการแอบรักของเด็กยุค 90 นี่มันเรื่องคลาสสิคสุดๆ เพลงแอบรักแนวนี้ ก็เลยฮิตไปโดยปริยาย ยิ่งเป็นวงกะลาด้วย พูดเลย ปากซอย ท้ายซอย ร้องได้!

191

ศิลปิน LABANOON

ถึงเพลง “แพ้ทาง” ยอดวิวในยูทูปจะถล่มทลายไปหลายร้อยล้าน แต่เพลงในสมัยก่อนของ LABANOON นี่ก็พลุแตกไม่แพ้กันนะจ๊ะ โดยเฉพาะเพลง 191 เพลงที่เจอสาวเต๊าะหัวใจสลาย จนต้องแจ้นไปฟ้องคุณตำรวจ “รูปร่างพอดีคิ้วโด่งดำหน้าตางาม เธอชอบพูดคำนั่งขำพูดซ้ำๆ ว่ารัก จับเธอด้วยหมวดช่วยจับหน่อย อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล

อย่าให้เธอเที่ยวไปก่อกวน ฉุดดวงใจของใครต่อใคร โว้ว..”

ว่าแต่หนุ่มสาวยุค 90 ชอบเพลงไหนกันบ้าง แล้วกลับมาฟังเพลงเหล่านี้แล้วคิดถึงใครกัน ไหนบอกหน่อยสิ..

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[ไปดูดีมั๊ย?] เมษายนนี้มีคอนเสิร์ตดีอะไรน่าดู !!!

Published

on

เดี๋ยวนี้คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในบ้านเรานี่มีมากมายแทบทุกเดือนเลย และในแต่ละเดือนก็ใช่ว่ามีแค่ 1-2 คอนเสิร์ต ยิ่งช่วงนี้การนำเข้าวงต่างประเทศมาเล่นในบ้านเราก็เรียกได้ว่าเป็นยุคที่เฟื่องฟู ยิ่งมีงานวิจัยว่าไปดูคอนเสิร์ตแล้วอายุยืนยิ่งเป็นการสนับสนุนให้อยากควักเงินออกไปโย่วเข้าไปใหญ่

และสำหรับเดือนเมษายนนี้เป็นเป็นอีกเดือนหนึ่งที่มีคอนเสิร์ตวงต่างประเทศดีๆมากมายเลยนะครับ ทั้งสายแมสและสายอินดี้ ซึ่งผมก็ได้รวบรวมมาให้เพื่อนๆแล้วในวันนี้ เพราะฉะนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ


19 เมษายน : The Wedding Present : Live in Bangkok

เวลาและสถานที่  : 1 ทุ่ม ณ The Public Restaurant & Bar ลาดพร้าว

ราคาบัตร : 950 บาท

ช่องทางการซื้อ : https://www.ticketmelon.com/903/wedding-present-live-in-bangkok

The Wedding Present เป็นวงอินดี้ร็อคจากเมืองลีดส์ ประเทศอังกฤษ  เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า Go Out and Get ‘em Boy! ในปี 1985 ตอนนี้ทางวงก็มีอายุกว่า 33 ปีแล้ว มีผลงานอัลบั้ม LP กว่า 30 อัลบั้ม !!! อัลบั้มสตูดิโอ 9 อัลบั้ม และ 40 กว่าซิงเกิ้ล นอกจากนี้ทางวงยังมีประวัติความเป็นมาที่เท่มากมายอาทิเช่น ทางวงมักออกซิงเกิ้ลใหม่ทุกวันจันทร์แรกของเดือนแทนที่จะออกเป็นอัลบั้มเต็มไปเลยรวดเดียว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ วงสร้างสถิติเทียบเท่ากับที่ Elvis Presley เคยทำไว้ นั่นคือการมี “จำนวนเพลงฮิตมากที่สุดภายในปีเดียวนอกจากนี้ The Wedding Present ถือว่าเป็นวงที่มีสมาชิกวงมากที่สุดวงหนึ่ง เพราะนอกจาก David Gedge ผู้ก่อตั้งวงและสมาชิกเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่เคยออกจากวงแล้ว วงนี้เคยมีสมาชิกกว่า 23 คน เปลี่ยนเข้าเปลี่ยนออกมาตลอด 33 ปีของวง  ถือว่าไม่ธรรมดาเลยและนี่ก็เป็นครั้งแรกกับการมาเยือนไทยครับ  ลองไปฟังเพลงของพวกเขากันดีกว่าครับ

 


25 เมษายน : Cosmo Pyke

สถานที่ : Helix Garden ชั้น 5 เอ็มควอเทียร์

ราคาบัตร : 1,290 บาท (แต่ถ้าอยากดูทุกคนเลยก็จ่ายราคาเหมารวม 2,990 บาท)

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/live/bammbkk

จริงๆแล้ว คอนเสิร์ตนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ BAMM! Bangkok Arts & Music Month ซึ่งไม่ได้มีแค่ Cosmo Pyke คนเดียวเท่านั้นแต่ยังมี Yung Bae , FKJ , Iron & Wine และ Khruangbin (อ่านว่า เครื่องบิน !) ซึ่งศิลปินเหล่านี้ก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้นเลย อย่างเช่น ดีเจหน้าใหม่อย่าง Yung Bae ที่จะมาเล่นวันที่ 20 นี้บัตรก็ Sold Out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Cosmo Pyke เป็นหนุ่มอังกฤษวัย 18 ปี ที่เติบโตมาท่ามกลางดนตรี blues, jazz, hip hop, Reggae และ neo-soul เพราะฉะนั้นงานเพลงของเขาจึงมีส่วนผสมทางดนตรีที่หลากหลาย เขามักหยิบเรื่องรอบตัวในชีวิตประจำวันมาใช้เป็นวัตถุดิบในการแต่งเพลงโดยเขาเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซับซ้อนหรือเรียบง่าย ทุกอย่างล้วนเขียนเป็นบทเพลงได้เสมอ งานเพลงของเขาก็ฟังดูเมาๆ พลิ้วๆหน่อย ใครชอบสายนี้รับรองไม่มีผิดหวัง


28 เมษายน  : The Script Live in Bangkok

สถานที่ : Impact Arena เมืองทองธานี

ราคาบัตร : 4,000 / 3,500 / 2,500 / 2,000 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/the-script-2018-th.html

สำหรับวงนี้คงไม่ต้องโฆษณาอะไรกันมาก เพราะถือว่าเป็นวงดังวงหนึ่งเลย The Script เป็นวงดนตรีป็อปร็อคจากไอร์แลนด์ ที่มีอายุ 10 ปีในปีนี้ ถึงแม้จะดูอายุน้อยแต่ทว่ากลับมีเพลงฮิตมากมาย อาทิเช่น “The Man Who Can’t Be Moved” งานสร้างชื่อของพวกเขาในปี 2008 

งานเพลงของ The Script จะมีเมโลดี้ที่สวยและเนื้อหาที่คมคาย ถึงแม้ทางวงจะเคยมาเล่นในไทยแล้ว และวันหน้าก็อาจมาอีก แต่โอกาสดีๆแบบนี้อาจไม่ได้มีบ่อยนัก หากมีทุนทรัพย์รับรองไม่ผิดหวังครับ

 


30 เมษายน และ 1 พฤษภาคม : BRUNO MARS BRINGING THE 24K MAGIC WORLD TOUR TO BANGKOK

เวลาและสถานที่ :  2 ทุ่มครึ่ง ณ Impact Arena เมืองทองธานี

ราคาบัตร :  8,500 / 7,500 / 5,500 / 4,500 / 3,500 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/bruno-mars-2018-th.html

ดังเป็นพลุแตกไปแล้วสำหรับ หนุ่มที่เป็นเหมือนไมเคิล แจ๊คสันแห่งยุคนี้ ที่มาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราสองวันติดกันเลย กับดีกรีเจ้าของรางวัลแกรมมี่หลายรางวัล และเคยได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 20 ครั้ง ซิงเกิลของเขา ทำยอดขายมากกว่า 170 ล้านชุดทั่วโลก ส่วนอัลบั้มก็ทำยอดขายไปมากกว่า 26 ล้านชุดทั่วโลก ทำให้เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ทำยอดขายได้สูงสุดตลอดกาล จึงไม่ต้องโฆษณาชวนเชื่ออะไรกันให้มากครับ ไปฟังเพลงของเขาอุ่นเครื่องรอเลยดีกว่า เพลงเร็วก็มันส์เพลงช้าก็ดี รับรองงานนี้มีเฮ !!!


อันนี้แถมให้ครับเพราะมาต้นเดือนหน้าเลยและคิดว่าเป็นงานที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

1 พฤษภาคม : Jake Bugg Solo Acoustic Tour Live in Bangkok 2018

สถานที่ : โรงภาพยนตร์ สกาล่า

ราคาบัตร : 2,600 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/jake-bugg-2018-in-bangkok-th.html

ดูอยากราคาบัตรแล้วอยากปาดเหงื่อเลย ค่อนข้างแพงเลยนะครับ หลายคนอาจจะคิดว่า อะไรหว่า ไปฟังไอ้หนุ่มคนเดียวเล่นกีตาร์ร้องเพลง อะไรมันจะแพงขนาดนี้ ซึ่งจริงๆต้องบอกว่า ถ้าใครเป็นแฟนเพลงของ Jake Bugg ต้องบอกว่ามันคุ้มค่าแล้ว !

เพราะเจ้าหนุ่มอังกฤษคนนี้มีอายุแค่เพียง 23 ปี แต่ฝีมือนั้นขั้นเทพ ทั้งการเล่นและร้อง และการแต่งเพลงที่คมคาย ลุ่มลึกเกินอายุ  เจค บักก์ ออกผลงานอัลบั้มแรกตั้งแต่อายุ 18 บทเพลงของเขาขึ้นไปติดอันดับหนึ่ง ของยูเค อัลบั้ม ชาร์ตแถมยังขายได้เกิน 600,000 ก๊อบปี้ จนถือเป็นผลงานเพลงที่ขายดีมากชุดหนึ่งของสหราชอาณาจักรในทศวรรษ 2010 ตั้งแต่นั้นมาทุกสายตาก็จับจ้อง และหูทุกคนก็คอยเงี่ยหูฟังงานเพลงใหม่ๆของเขาตลอดมา 

งานเพลงของ เจค บักก์ส่วนใหญ่จะเป็นโฟล์ค  ซึ่งเข้ากันดีกับเสียงร้องขึ้นจมูกๆ ของเขา เรียกได้ว่าเขาเป็นบ็อบ ดีแลนแห่งอังกฤษเลยก็ว่าได้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีแต่ตัวเจ็บๆทั้งนั้นเลยนะครับ ศิลปินที่มาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเรา ซึ่งถ้าจะดูครบทุกงานก็คงเจ็บตัวพอสมควร เพราะฉะนั้นก็ลองพิจารณาทุนทรัพย์ที่มี วันเวลาที่สะดวก และก็ความชื่นชอบในแนวดนตรีหรือตัวศิลปินดูนะครับ แล้วก็ออกไปสนุกกับเสียงดนตรีกันครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

เบื้องลึก เบื้องหลัง เพลงธีมในตำนานแห่งประวัติศาสตร์วงการเกม “Super Mario Bros. Theme”

Published

on

หนึ่งในเพลงที่ดังที่สุดในโลก มันพุ่งจากหูมาสู่หัวอย่างรวดเร็ว และอยู่ในนั้นตลอดกาล”

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราเมื่อเล่นเกม Super Mario Bros เกมในตำนาน ที่ไม่ว่าใครก็คงเคยผ่านมือมาแล้ว เมื่อแรกได้ยินบทเพลง ตึ๊ด ตือ ดึ๊ด นี่ก็ชำแรกเข้าจากหูเข้าสู่หัวเราอย่างรวดเร็ว และจากนั้นมาก็ไม่มีวันใดที่เราจะลบลืม “บทเพลงที่เป็นที่จดจำมากที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการเกม” เพลงนี้ได้เลย

และต่อไปนี้ผมจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับความเป็นมา เป็นไป และเรื่องราวๆต่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้าบทเพลงเพลงนี้ครับ

Super Mario Bros. themeมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าGround Theme”  หรือ Overworld Theme

ตัวเพลงถูกร้อยเรียงในจังหวะคาลิปโซ และ ใช้เสียงของซินธิไซเซอร์ที่เลียนแบบเสียงของ กลองเหล็ก (Steel Drum)

ลักษณะเด่นของดนตรีคาลิปโซนั้น คือ เมื่อเราได้ฟังจะชวนให้คิดถึง ท้องทะเล สายลมและแสงแดด เนื่องจากว่ามันมีถิ่นกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน แต่ทว่ามาเติบโตและรุ่งเรืองจนกลายเป็นดนตรีพื้นเมืองของ “สาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโก” อันเป็นประเทศที่เป็นเกาะอันมีชายหาดและแนวปะการังที่สวยงาม และกลองเหล็กก็คือเครื่องดนตรีชิ้นเอกที่ขาดไม่ได้เลยในดนตรีคาลิปโซอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและจิตวิญญาณแห่งท้องทะเล

นี่คือคาลิปโซมิวสิค และ กลองเหล็ก บรรเลงเพลง Under The Sea จาก “The Little Mermaid”

คราวนี้ลองมาฟัง Overworld Theme ที่บรรเลงด้วยกลองเหล็กดูครับ

เราจะได้ยินเพลงนี้ในฉากแรกของเกม Super mario Bros ที่ออกวางจำหน่ายในปี 1985   (คลอเคลียไปกับเสียงกระโดด โหม่งบล็อค หรือ ธีม Starman เมื่อเก็บดาวได้)

Super Mario Bros. themeเป็นหนึ่งใน 6 เพลงธีมของเกม Super Mario Bros  ซึ่งอีก 5 ธีม ประกอบไปด้วย  Underworld , Underwater , Castle , Starman และ End Credits นอกนั้นจะเป็นซาวด์เอฟเฟค เสริมในส่วนต่างๆของเกมเช่น  Level Complete ใช้ตอนผ่านด่าน หรือ Game Over ใช้ตอนตายนั่นเอง

เพลงธีมทั้งหมดจาก Super Mario Bros

0:01 – Overworld

3:03 – Underworld

4:13 – Underwater

6:13 – Castle

7:19 – Starman

7:45 – Level Complete 1

7:51 – Level Complete 2

8:00 – Hurry Underground

8:22 – Hurry Underwater

8:47 – End Credits

9:33 – Game Over

– ผู้แต่งเพลงธีมให้กับ  Super mario Bros และเกมอื่นๆจาก Nintendo อาทิเช่น Zelda มีนามกรว่า “โคจิ คอนโด” (Koji Kondo)


“โคจิ คอนโด” (Koji Kondo)


โคจิ คอนโด ผู้สร้างสรรค์บทเพลงประกอบเกมในตำนาน

ประวัติ

– โคจิ คอนโด เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1961 ที่เมืองนาโงย่า จังหวัด ไอจิ ปัจจุบันมีอายุ 56 ปี

– เริ่มเรียนออร์แกนไฟฟ้าตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จากนั้นเริ่มทำวงคัฟเวอร์กับเพื่อนๆเล่นแนวแจ๊ซและร็อค

-คอนโด ศึกษาในคณะ Art Planning ที่มหาวิทยาลัยศิลปะโอซาก้า ในช่วงเวลานั้นคอนโดริเริ่มแต่งเพลงด้วยตนเองโดยใช้เปียโนและคอมพิวเตอร์ จนในที่สุดเมื่อ Nintendo ส่งเรื่องมาทางมหาวิทยาลัยว่าต้องการคนแต่งเพลงและทำซาวด์ คอนโดจึงสมัครและได้เข้าทำงานในปี 1984

– คอนโดเป็นคนที่สามที่ถูกนินเทนโดจ้างมาให้แต่งเพลงและซาวด์เอฟเฟคประกอบเกม สองคนแรกคือ ฮิโรคาซุ ทานากะ (Hirokazu Tanaka) และ ยูกิโอะ คาเนโอกะ (Yukio Kaneoka)  แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม คอนโดกลับเป็นคนแรกในนินเทนโดที่ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแต่งดนตรีประกอบเกม เกมแรกที่คอนโดแต่งเพลงให้คือเกมชกมวยที่มีชื่อว่า Punch-Out!!

– ผลงานชิ้นเอกของคอนโดนั้นมีมากมาย ยกตัวอย่างเช่น

Super Mario Bros. (1985) และ Super Mario Bros. ภาคต่างๆอีกมากมาย

The Legend of Zelda (1986) และ ภาคต่างๆของ Zelda

The Legend of Zelda เกม RPG ชื่อดังที่ คอนโด ทำเพลงประกอบให้

– คอนโด บอกว่าเวลาแต่งเพลงส่วนใหญ่ไอเดียไม่ได้ผุดขึ้นมาในเวลางานแต่มักออกมาตอนทำอย่างอื่น เช่น นอนหลับ เดินเล่นในบ้าน หรือ นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ

– คอนโดจะเล่นเกมที่จะแต่งเพลงให้ ซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมไปถึงคิดหา และลองเล่นเพลงที่ตัวเองแต่งซ้ำไปมา เพื่อดูว่ามันเข้ากับเกมแล้วหรือยัง และมันสามารถสื่อถึง “อารมณ์ขณะเล่น” เกมนั้นได้หรือไม่

แนวคิดในการแต่งเพลง Super Mario Bros. theme

ในตอนที่แต่งเพลงนี้ คอนโดมีแนวคิดว่าหากมันไม่สามารถเข้ากันได้กับแอคชั่นของมาริโอ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การกระโดด หรือเสียงซาวด์เอฟเฟคต่างๆก็ตาม เขาจะไม่ยอมใช้มันอย่างแน่นอน

– คอนโดใช้คีย์บอร์ดเล็กๆตัวเดียวในการแต่งเพลงนี้

– ในตอนแรก คอนโดแต่งเพลงจาก Super Mario Bros. เวอร์ชั่นต้นแบบที่มีแค่มาริโอวิ่งไปวิ่งมาบนพื้นที่ว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ ดังนั้นคอนโดจึงให้คำจำกัความเพลงธีมในเวอร์ชั่นแรกว่า “ขี้เกียจ” เพราะมันทั้งช้าและชวนง่วง !!! 

– ต่อมาเมื่อเกมได้ปรับเวอร์ชั่นใหม่ คอนโดจึงพบว่าธีมเดิมที่แต่งมาไม่เข้ากับเกมในเวอร์ชั่นนี้ เขาจึงเพิ่มความเร็วและปรับบางส่วนเพื่อให้เข้ากับเกมมากขึ้น

– ในการทำงานคอนโดมักทำงานร่วมกับเกมไดเร็คเตอร์ “ชิเงรุ มิยาโมโต้” (Shigeru Miyamoto) โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปมาเพื่อให้เกิดไอเดียสดใหม่ โดยมิยาโมโตมักจะแชร์เพลงและโน้ตดนตรีเพลงในแนวที่เขาชอบ แต่จะไม่ชี้นำหรือบังคับคอนโดว่าต้องการเพลงแบบไหน

ชิเงรุ มิยาโมโต้ ผู้กำกับเกมมาริโอ

– ในการประชุมสัมมานาผู้พัฒนาเกมในปี 2007 คอนโดได้แสดงให้เห็นว่า ธีมของ Super Mario Bros นั้นมีจังหวะจะโคน ความสมดุล และตอบโต้กับผู้เล่นได้ เขาได้เปิดคลิปสั้นๆของ Super Mario Brosที่แสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวของตัวละครในเกมและการเล่นของผู้เล่นนั้นผสานกันอย่างลงตัวกับบีทของเพลง

– คอนโดกล่าวว่า เขาไม่รู้ว่าจะแต่งเพลงที่โดนได้เท่ากับเพลงธีมนี้อีกหรือเปล่า แต่เขาจะพยายามทำมันต่อไป

ตัวอย่างงานเพลงประกอบเกมที่แต่งโดย โคจิ คอนโด 

Punch-Out!! 

เป็นเพลงประกอบเกมเพลงแรกที่ คอนโด แต่ง เพลงนี้ประกอบเกม Punch-Out!! ในเวอร์ชั่นอาเขต ตัวเพลงให้ความรู้สึกสนุกสนาน เข้ากับตัวเกมที่ดูฮาๆมันส์ๆดี

The Legend of Zelda: Majora’s Mask – The Song of Storms

Zelda เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์อันโด่งดังของนินเทนโด ซึ่งคอนโดได้แต่งเพลงประกอบให้ทุกภาคของเกม สำหรับ  The Song of Storms นั้นมาจากภาค Majora’s Mask ตัวเพลงบรรเลงในท่วงทำนองแบบวอลซ์ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา

Super Mario World 2: Yoshi’s Island – Athletic

เจ้าโยชิเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในจักรวาลของมาริโอ  ตัวเพลงมาในท่วงทำนองแบบบิ๊ก แบนด์ แจ๊ซให้ความรู้สึกสนุกสนาน ร่าเริง กระชุ่มกระชวยเหมือนเจ้าโยชิเลย

The Mysterious Murasame Castle Soundtrack

เป็นเกมแอคชั่นที่เป็นเรื่องของซามูไรและปราสาทแบบญี่ปุ่น ดังนั้นตัวเพลงจึงมีกลิ่นอายของเมโลดี้แบบเพลงญี่ปุ่นดั้งเดิม เสริมเสน่ห์ของความเป็นแดนอาทิตย์อุทัยให้เข้มข้นยิ่ง ผสานไปกับความเร้าใจของท่วงทำนองให้เข้ากันกับเรื่องราวของเกม ขับเน้นความสนุกสนานไปกับการเล่นเกมเกมนี้เป็นอย่างยิ่ง


ที่มา

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

แนะนำ 9 เพลงใหม่ที่ไม่ควรพลาด !!! (ต้นเดือนเมษายน 2561)

Published

on

แค่เริ่มต้นเข้าสู่เดือนเมษา ก็มีเพลงใหม่ๆเข้ามาให้ฟังกันมากมายไม่หวาดไม่ไหว และนี่ก็คือ 9 เพลงไทยใหม่ๆที่ผมคัดสรรมาฝากกันครับ อาจมีบางเพลงที่ได้ฟังแล้ว และบางเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง  ผมได้รวบรวมมาไว้เผื่อตกหล่นไป

งั้นก็เราไปดูกันดีกว่าครับว่า 9 เพลงนี้มีเพลงอะไรบ้าง


1. BENNETTY – จุดเดิม (Jood derm)

นาทีนี้คงไม่มีวงใดที่แปลกใหม่ และ น่าจับตามองมากไปกว่า “BENNETTY” อีกแล้วครับ เพราะวงนี้เกิดจากการรวมตัวกันของคุณลุงผู้มีใจรักในเสียงดนตรีกว่า 6 ชีวิตที่ อายุอานามรวมกันก็ปาไป 438 ปีแล้ว !!! แถมดีกรีความเก๋าก็จะมีมากตามอายุเสียด้วย

ซึ่งถึงแม้จะเป็นผู้สูงอายุแล้ว แต่เพลงกับดูมีความเท่ ร่วมสมัย แต่ก็คงความลุ่มลึดของรุ่นใหญ่ “จุดเดิม” เป็นเพลงแรกที่ปล่อยออกมา กับแนวดนตรี อินดี้ร็อค ที่ผสมผสานหลากหลายรสชาติทางดนตรีไม่ว่าจะเป็นหมอลำ ป็อปร็อคญี่ปุ่น หรือ อัลเทอร์เนทีฟ ที่ถูกหลอมรวมกันอย่างลงตัว ผสานด้วยเนื้อหาที่คมคาย เป็นเพลงรักรุ่นใหญ่ที่มองความรักอย่างลุ่มลึก อีกทั้งตัวมิวสิควีดิโอยังเล่นกับเรื่องของความตายและวัยของคนเราได้อย่างมีสไตล์

อ่านเรื่องราวของ BENNETTY ได้เลย เราเขียนไว้แล้ว


2. D GERRARD – บ้านนอก

ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดจาก หนุ่มป็อป อาร์ แอนด์ บี D GERRARD  ที่กำลังฮ็อตอย่างมากในเวลานี้ ซึ่งเพลงนี้ D GERRARD ได้เป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดเรื่องราวของ คน “บ้านนอก” ที่ต้องเข้ามาอยู่ในเมืองกรุง ต่อสู้ชีวิตเพื่อทำความฝันให้เป็นจริงแม้จะต้องต่อสู้ดิ้นรนเท่าไหร่ พบกับความยากลำบากเพียงใด แค่เพียงได้คิดถึงบ้านที่แม้อาจจะอยู่ไกลแสนไกล ก็อาจทำให้ความเหนื่อยล้านั้นบรรเทาลงไป

ผู้คนช่างวุ่นวาย…แก่งแย่งชิงดีมากมาย
คิดมากไปกลุ้มตาย…กลับบ้านนอกดีกว่าสบายย
แต่เพราะว่าฉันยังจน..ฉันก็เลยต้องทน
ใช้ชีวิตในเมืองกรุง
เพื่อความฝันยอมลงทุน
ไม่ได้หวังพึ่งแค่บุญ…Yeah!


3. Lipta – หมอกร้าย feat. Fongbeer & Kob the X factor

Lipta ปล่อยเพลงใหม่ออกมาถึงสองเพลงพร้อมกันเลย อีกทั้งเนื้อหาในมิวสิควีดิโอก็ยังเป็นเรื่องราวที่ต่อกันอีกด้วย เพลงแรกคือ “หมอกร้าย” เพลงนี้ได้ ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม หรือ ฟองเบียร์ หนึ่งในสุดยอดนักแต่งเพลงแห่งยุคสมัย มาแต่เนื้อร้องและทำนองให้ นอกจากนี้ยังได้ Kob the X factor มาเขียนเนื้อเพลงเพลงท่อนแร็พ และร่วมแร็พในเพลงด้วย

เนื้อหาของ “หมอกร้าย” ถ่ายทอดเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่กำลังจะจบลง โดยเปรียบเปรยกับความสัมพันธ์บนสายการบิน มันเหมือนเรากำลังบินอยู่ท่ามกลางหมอกมัว ที่ไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอะไรรอเราอยู่ ซึ่งอาจมีอันตรายหรืออากาศแปรปรวนก็เป็นได้ แต่แล้วเมื่อเหตุร้ายมาถึงเธอก็อาจจะดีดตัวออกไปกับคนนั้นของเธอ ส่วนฉันก็คงต้องตกตามเครื่องบินไป เปรียบเหมือนการยึดติดในรักที่กำลังจะล่มสลายลงไปนั่นเอง

แต่ฉันวันนี้เห็นเมฆหมอกร้ายเข้ามาปลุกคลุมหัวใจ
และเห็นเธอกำลังไปกับใครคนนั้นอีกคน
บนทางที่เคยบอกกับฉัน
ว่ามันเป็นทางของฉันและเธอ


4. Lipta – คิดถึงเสมอ Feat. O Room39

“คิดถึงเสมอ” คืออีกบทเพลงที่ Lipta ปล่อยออกมา เพลงนี้ได้ พี่แว่นใหญ่ หรือ O Room 39 มาร่วมฟีเจอริ่งด้วย โดยร่วมเขียนเนื้อร้องและทำนองให้ และได้คุณ ติณณ์ นภาลัย (ซึ่งเป็นสามีของ คุณมน Room 39 ด้วย) มาช่วยเรียงเรียงดนตรี

นอกจากนี้ทั้งสองซิงเกิ้ลใหม่ของ Lipta ยังได้ พี่ไก่ สุธี แสงเสรีชน มาคุมอัดร้อง มิกซ์เสียงและทำมาสเตอร์ให้ จนงานออกมาเนี๊ยบเลย

เนื้อหาของเพลงถ่ายทอดเรื่องราว ความรักที่เรามีให้กับใครคนหนึ่งอยู่เสมอ ไม่ว่าใครคนนั้นจะอยู่ที่ใด จะมีรักอยู่กับใคร เราคนนี้ก็ยังคิดถึงและห่วงใยอยู่เสมอ เป็นบทเพลงรักที่จะพาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันงดงามที่ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้

ถ้าในวันนี้เธอเป็นสุขกับใครๆ
ฉันก็ยินดีทั้งหัวใจไปกับเธอ
เเม้ว่าเราต้องจบไป
เเละถ้าในวันนี้เธอไม่สุขสบายใจ
ยังคิดถึงคนๆนี้ยังไงแค่กลับมา
มาหากัน เพราะว่าฉัน นั้นคิดถึงเธอเสมอ


5. บอย ตรัย ภูมิรัตน – จดหมายถึงตัวฉันในอนาคต

“จดหมายถึงตัวฉันในอนาคต” ซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้ม “ขุนเขาแห่งหมี” ของ บอย – ตรัยภูมิรัตนเป็นบทเพลงอบอุ่นในสไตล์ของพี่บอยโดยมีการเล่าเรื่องเหมือนกำลังอ่านจดหมายฉบับหนึ่งตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงลงท้ายจบจดหมายซึ่งจดหมายนี้ถูกส่งมาจากโลกในอดีตส่งไปถึงตัวเราในอนาคต โดยคนที่เขียนคือตัวเราเองที่อยากรู้ว่าหลังจากเราผ่านความเสียใจมาวันนี้จิตใจเราโอเคขึ้นแล้วหรือยัง

เวลาใครคนหนึ่งผ่านความเจ็บปวดชอกช้ำมา เรามักย้อนกลับไปมองตัวเองก่อนที่จะผ่านเหตุการณ์นี้มาได้ และเราก็จะรู้สึกว่าถ้าสามารถบอกกับตัวเองตอนนั้นได้ก็คงดี บางทีอาจไม่ต้องผ่านความเจ็บช้ำเท่านี้ บางทีเราอาจจะสบายใจที่ได้รู้ว่าในที่สุด ไม่ว่าเรื่องราวมันจะร้ายแค่ไหน เราก็จะผ่านมันไปได้

สวัสดีนะเธอเป็นไงบ้างยังสบายดีหรือเปล่า
ส่วนตัวฉันกำลังเศร้าเลยอยากเขียนมาระบาย
เรื่องฉันกับเขาคนนั้นสุดท้ายไปกันไม่ได้
ขอปรึกษาเธอหน่อยผ่านทางจดหมาย
ถึงตัวฉันในอนาคต


6. Moving and Cut – อย่าเลย…อย่า(ทรมาน)

ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดจาก “Moving and Cut” วงดนตรีอินดี้ที่กำลังได้ดิบได้ดีและมีทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ที่ญี่ปุ่น

“อย่าเลย…อย่า(ทรมาน)” บทเพลงรักซึมลึก กับท่วงทำนองเหงาล่องลอย ถ่ายทอดห้วงอารมณ์ของการมี “แผลสด” เพิ่งเลิกราจากคนรัก คำห่วงใย ถามไถ่ อาจเป็นเหมือนกับมีดที่ทิ่มแทงแผลนั้นให้เปิดออก ถ่างกว้างมากยิ่งขึ้น ทางที่ดีคือ อย่ารู้ อย่าสงสัยว่าฉันเป็นอะไรเลยเธอ อย่าเลย เพราะยิ่งถามมันยิ่งทรมาน

ไม่ต้องรู้ได้ไหม ว่าฉันเป็นอย่างไร
ไม่ว่าเธอแค่สงสัย หรือเป็นห่วงฉัน
จากวันนี้ ฉันขอ ให้สองเราจบกัน
แค่นั้นได้ไหม (ขอทีเถอะ)


7.Bedroom Audio – เล่นกับไฟ

“เล่นกับไฟ” เป็นซิงเกิ้ลนำร่องจากอัลบั้มที่สองของ Bedroom Audio เจ้าของเพลงฮิตอย่าง “ไม่บอกเธอ” “กอดไม่ได้” ซึ่งในเพลงนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของวง ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและพร้อมที่จะปลุกพลังในตัวเราให้ลุกโชนและกระโดดไปสุดตัวพร้อมกับท่วงทำนองของบทเพลง

โดยแม่น  นักร้องนำของวงกล่าวว่า เพลงนี้แต่งขึ้นมาจากความโกรธ ในขณะที่หัวกำลังร้อนอยู่ก็รีบหยิบกระดาษมาเขียนมันตรงนั้นเลย ทำให้บทเพลงนี้จับฉวยห้วงอารมณ์ของความเดือดดาลได้อย่างถึงพริกถึงขิงจริงๆ

พูดยียวน กวนประสาท ปากยังไว
ยั่วอารมณ์ แทนจะข่ม จบในใจ
ท้าทายเล่นกับไฟ


8. The TOYS – ของขวัญ (Cover Version)

ขยันออกเพลงมาจริงกับหนุ่ม ทอย ธันวา บุญสูงเนิน หรือ เดอะ ทอยส์ ที่หากไม่ทำเพลงของตัวเอง ก็ทำร่วมกับคนอื่น หรือไม่งั้นก็ cover เพลงของคนอื่น เหมือนเพลงนี้ที่หยิบเอาเพลงรักสุดโรแมนติคของศิลปินร่วมค่าย “ของขวัญ” จาก The Musketeers โดยในเวอร์ชั่นของ เดอะ ทอยส์ ได้เติมความกลิ่นอายความนุ่มนวลชวนฝันแบบป็อป อาร์ แอนด์ บีลงไป ผสมกับเสียงร้องที่นุ่มละมุนทำให้ “ของขวัญ”ในเวอร์ชั่นนี้เป็นของขวัญที่ฟังแล้วละมุนหูใช้ได้เลย

“ของขวัญ” เวอร์ชั่น cover โดย เดอะ ทอยส์นี้ เป็นการร่วมงานกันของ เดอะ ทอยส์ กับ ธนาคารกรุงศรี ภายใต้แคมเปญ Krungsri GIFT  ที่มีคอนเซปว่า “ของขวัญกล่องใหญ่ หรือเล็ก ไม่สำคัญ แต่การให้จากใจคือของขวัญที่ดีที่สุด”


9. สิ้นสุดคือจุดเริ่มต้น – BIRD THONGCHAI X BIG ASS

“สิ้นสุดคือจุดเริ่มต้น” คือ บทเพลงที่เป็นตัวแทนสเตจสุดท้ายของ Bird Mini Marathon อัลบั้มที่พี่เบิร์ดได้ร่วมงานกับศิลปินรุ่นน้องๆ หลากหลายสไตล์ดนตรี โดยเพลงนี้ เป็นการร่วมขับขานไปกับการบรรเลงจากวงร็อค Big Ass ผ่านท่วงทำนอง Ballad Rock ถ่ายทอดเรื่องราว การต่อสู้ของคนเราที่ย่อมต้องผ่านช่วงที่พ่ายแพ้ หรือล้มลง แต่หากเราลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เราจะรู้ว่าความพ่ายแพ้ที่ได้รับมานั้นคือ ก้าวแรกของความสำเร็จที่รอเราอยู่ข้างหน้า

สุดท้ายความทรมาน  ไม่นานต้องผ่านพ้นไป
ความฝันวันนี้  แม้สิ้นสุด  แต่เธอต้องก้าวไป
ในวันนี้อาจไร้กำลัง  ความหวังจะพาให้เธอไปเจอจุดหมาย
หัวใจของคน  มันล้มก็เพื่อจะลุกแล้วเดินต่อไป

และนี่ก็คือ 9 เพลงใหม่ที่น่าสนใจในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผมนำมาฝากกันนะครับ สำหรับวันที่เหลือของเดือนนี้จะมีบทเพลงอะไรที่น่าสนใจอีก ผมจะรวบรวม คัดสรรและนำมาฝากกันในโอกาสต่อไปครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!