Connect with us

What The Fact

ก่อนฮิพฮอพจะรันวงการใน The Get Down (2016-) แร็พท้าโลก

ปี1977 ในปีที่ดิสโก้รุ่งเรือง พร้อมจุดกำเนิดของเพลงฮิพฮอพ

  • สร้างสรรค์โดย : บาซ เลอห์มานน์ กับ แคธเทอรีน มาร์ติน
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ชอบซีรีส์แนวหนังเพลง และผู้ชื่นชอบเพลงฮิพฮอพและดิสโก้
  • ออกอากาศ : สตรีม พาร์ท 1 จำนวน 6 ตอนไปเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 และจะสตรีมพาร์ท 2 อีก 6 ตอนในวันที่ 7 เมษายน 2560 ทาง Netflix

ฉากเต้นรำอันแสนร้อนแรง

งานภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ

ปี 1977  ณ.เมืองบรอนซ์ อันเต็มไปด้วยอาชญากรรมดูสิ้นหวังไร้อนาคตแต่ท่วงทำนองแห่งความฝันของเหล่าหนุ่มสาวกำลังเปล่งเสียงที่อาจเปลี่ยนโลกด้วยมือของ อีซิเคียล  (จัสติน สมิธ) เด็กหนุ่มนักกลอนหัวดีแต่ขาดแรงบันดาลใจจนได้พบกับ เส้าหลินแฟนทาสติค (ชาเมอิค มัวร์) ลูกไล่มาเฟียผู้ฝันจะเป็นดีเจ จนได้ฟอร์มวงเดอะเก็ตดาว์นขึ้นแต่หนทางการเป็นสุดยอดดีเจและเอ็มซีนั้นไม่ได้ต่างจากสนามรบอันแสนดุเดือดเท่าใดนัก ด้านไมลีน ครูซ (เฮอริเซน เอฟ การ์ดิโอลา) หวานใจของอีซิเคียลก็เฝ้าฝันว่าสักวันเธอจะได้เป็นนักร้องนอกโบสถ์ของ ราโมน ครูซ (จิอันคาโล เอสโปสิโต) คุณพ่อบาทหลวงสุดเฮี้ยบของเธอบ้าง และในขณะที่หนุ่มสาวต่างใช้เสียงเพลงเพื่อก้าวสู่ชีวิตที่ดีกว่า สถานการณ์ในบ้านเกิดของพวกเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อเหล่าผู้มีอิทธิพลต่างกำลังชิงอำนาจครองบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังอย่างบรอนซ์ ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังยังมีกลอนแร็พกับท่วงทำนองสแครชแผ่นของเดอะเก็ตดาวน์และความเป็นโฆษกฝึกหัดให้นักการเมืองของอีซิเคียลที่เป็นกระบอกเสียงแทนคนชายขอบอย่างพวกเขา

โชว์สุดมันส์จาก The Get Down

เรื่องราวของหนุ่มสาวยุค 70 ที่สดใหม่เคล้าเสียงดนตรีที่มีทั้งคึกคักแบบฮิพฮอพและไพเราะแบบดิสโก้และอาร์แอนด์บี

บาซ เลอห์มานน์ กับ แคธเทอรีน มาร์ติน สองโปรดิวเซอร์เบื้องหลัง The Get Down

The Get Down มิวสิคัลซีรีส์จาก บาซ เลอห์มานน์ กับ แคธเทอรีน มาร์ติน ผู้กำกับเปี่ยมวิสัยทัศน์และภรรยาของเขาโดยมุ่งนำเสนอมนต์เสน่ห์ของดนตรีในยุค 70 ทั้งมนต์ขลังของดิสโก้ และ จุดกำเนิดแรกของฮิพฮอพมาพ่วงสไตล์การนำเสนอแบบกึ่งสารคดี จนได้เรื่องราวของหนุ่มสาวยุค 70 ที่สดใหม่เคล้าเสียงดนตรีที่มีทั้งคึกคักแบบฮิพฮอพและไพเราะแบบดิสโก้และอาร์แอนด์บี โดยอาศัยโครงเรื่องแบบโรมิโอกับจูเลียตของเช็คสเปียร์มาบอกเล่าเรื่องราวสองวัฒนธรรมเมืองบรอนซ์ทั้งของคนผิวสีและคนเปอร์โตริกัน เคล้ากับการปะทะกันของดนตรีดิสโก้ที่กำลังถูกท้าทายด้วยท่วงทำนองใหม่ก่อนคำว่า ฮิพฮอพ จะถือกำเนิดขึ้น

ปาป้าเฟอรเต้ คุณลุงมาเฟียขาใหญ่แห่งบรอนซ์ รับบทโดย จิมมี สมิทส์

โดยสิ่งที่โดดเด่นสำหรับบทของซีรีส์ชุดนี้คือการผสมผสานระหว่างเรื่องดนตรีและการเมือง นำประวัติศาสตร์การก่อร่างสร้างเมืองดีทรอยท์ในอดีตที่ไม่ต่างกับสลัม ก่อนจะกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมสำคัญของอเมริกาที่มีทั้งการแก่งแย่งพื้นที่ของมาเฟีย การทุจริตของผู้รักษากฎหมายที่ส่งผลให้เกิดการจลาจล จี้ปล้นจนเยาวชนต้องหันไปพึ่งพาเสียงดนตรีในการพาพวกเขาหลุดพ้นจากมลพิษในชีวิตประจำวัน

โดยซีรีส์ได้สร้างเรื่องราวเบื้องหลังตัวละครนำที่ช่วยสะท้อนปัญหาดังกล่าวได้อย่างดีทั้ง อีซิเคียลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุพ่อแม่ถูกฆาตกรรมและปัญหาสังคมจนนำมาแต่งเป็นกลอนแต่ปฏิเสธที่จะอ่านให้คนในชั้นฟังเพื่อหนีสถานะเด็กกำพร้า เส้าหลินแฟนทาสติค ศิลปินกราฟฟิตีที่ยอมเป็นทาสบำเรอกามให้ช้างน้ำแอนนี (ลิลเลียส ไวท์) มาเฟียสาวร่างยักษ์เพื่อเก็บเงินมาซื้อเทิร์นเทเบิลสานฝันในการเป็นดีเจ และไมลีน ครูซ ที่พยายามทลายกรอบครอบครัวคาธอลิกของเธอเพื่อจะได้เป็นนักร้องเพลงดิสโก้ จนต้องพึ่ง ปาป้าเฟอรเต้ (จิมมี สมิทส์) คุณลุงมาเฟียของเธอใช้อิทธิพลและเส้นสายจนเธอได้โปรดิวเซอร์ขาลงมาสานฝันของเธอ ซึ่งเบื้องหลังตัวละครดังกล่าวช่วยเชื่อมทั้งโลกการเมืองและดนตรีเข้าด้วยกัน จนเนื้อหาแต่ละตอนเข้มข้นชวนติดตามเคล้าเพลงดิสโก้และฮิปฮอปที่เลือกเฟ้นมาประกอบได้อย่างเหมาะเจาะ

ไมลีน ครูซ และ ปาป้า เฟอร์เต้

มุมมองภาพจากวิสัยทัศน์ของบาซ เลอห์มานน์ยังคงเชื่อใจได้เสมอ

งานสร้างยิ่งใหญ่ถูกถ่ายทอดอย่างตระการตาผ่านวิสัยทัศน์ของ บาซ เลอห์มานน์

เมื่อ The Get Down ได้บาซ เลอห์มานน์ผู้เคยมีงานได้ออสการ์สาขาออกแบบงานสร้างทั้ง Moulin Rouge และ The Great Gatsby มากุมบังเหียน เราจึงมั่นใจได้เลยว่าจะได้เห็นเมืองบรอนซ์ยุค 70 แบบที่ไม่เคยเห็นในหนังเรื่องไหนมาก่อน ทั้งลายกราฟฟิตี ที่บ่งบอกวัฒนธรรมฮิพฮอพหรือภาพป๊อบอาร์ตรูปบรูซลีอันแสดงให้เห็นถึงการหลั่งไหลของวัฒนธรรมเอเซียในอเมริกาและช่วยขับเน้นการต่อสู้ทางการเมืองเรื่องสีผิวและเชื้อชาติได้อย่างมีชั้นเชิง รวมถึงเซนส์ในการเลือกดนตรีและเพลงประกอบที่แม้ซีรีส์เรื่องนี้จะไม่ใช่มิวสิคัลแบบเจอหน้ากันเอะอะร้องเพลง แต่ทุกช่วงที่ตัวละครได้โชว์ความสามารถทั้งการร้องและการเต้น มุมมองภาพจากวิสัยทัศน์ของบาซ เลอห์มานน์ยังคงเชื่อใจได้เสมอจนหลังดู Part 1 จบต้องมาย้อนดูฉากมิวสิคัลของเรื่องนี้อีกครั้งด้วยความประทับใจ

ชาเมอิค มัวร์ ผู้รับบทเส้าหลินแฟนทาสติค

จัสติน สมิธ ในบทอีซิเคียล

ด้านนักแสดงแม้จะไม่ใช่ดาราดัง แต่ทุกคนต่างสวมบทบาทได้อย่างน่าเชื่อถือ จัสติน สมิธ ในบทอีซิเคียล ทำให้คนดูเชื่อได้ทั้งบทดราม่าและการแร็พที่ลื่นไหลก็ช่วยเสริมส่งหน้าตาหล่อเหลาและบุคลิกเท่ๆสไตล์ฮิพฮอพจนคนดูพร้อมเทใจให้ ด้านชาเมอิค มัวร์ ผู้รับบทเส้าหลินแฟนทาสติคก็โชว์ลีลาการสแครชแผ่นและสายตาที่บ่งบอกความรู้สึกที่ทั้งอึดอัดไร้ทางออกกับชีวิตและแววตาดุดันเป็นประกายยามต้องดวลในศึกดีเจปาร์ตี้ต่างๆ ด้านนางเอกของเรื่องอย่าง เฮอริเซน เอฟ การ์ดิโอลา ก็โดดเด่นทั้งรูปร่างหน้าตา ขับเน้นเสน่ห์แบบสาวเปอร์โตริกันจนหนุ่มๆยากจะละสายตาพร้อมน้ำเสียงทรงพลังแทนภาพของดีว่าในยุค 70 ได้เป็นอย่างดี ด้านรุ่นใหญ่ที่คนดูคุ้นหน้าและคุ้นเสียงอย่าง จิอันคาโล เอสโปสิโต ในบทบาทหลวงราโมน ครูซ ที่มาสวมวิญญาณพ่อผู้เป็นภาพแทนของชาวเปอร์โตริกันหัวเก่าแต่รักลูกมากจนคนดูรู้สึกตามได้จริงๆ

เฮอริเซน เอฟ การ์ดิโอลา ในบท ไมลีน ครูซ

หากคุณชื่นชอบเพลงฮิพฮอพและดิสโก้ The Get Down คือช่วงเวลาความสุขของคุณ ในทุกตอนคุณจะได้ฟังเพลงเพราะๆพร้อมเรื่องราวเข้มข้นจนยากละสายตา

จิอันคาโล เอสโปสิโต ในบทสาธุคุณ ราโมน ครูซ

เกิร์ลกรุ๊ปสาวสวย

7 เมษายนนี้กับ Part 2 ของ The Get Down

เพลงเด่นจาก Part 1

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!