จำได้ไหมว่าสมัยเด็ก ๆ รถอะไรที่มักมาพร้อมเสียงกระดิ่งเรียกคนออกจากบ้านมาซื้อของท่ามกลางอากาศร้อน ๆ ? รถไอศกรีมคันสีเขียวพ่วงข้างอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับถังไอศกรีมสีเขียวนีออนที่มีมากมายหลายรสข้างใน และกรวยไอศกรีมที่ช้อนเรียงกันสูงเกือบชนร่มที่ติดตั้งมากับรถพ่วง มาพร้อมกระปุกถั่วและขวดช็อกโกแลต ภาพของรถไอศกรีม ‘ไผ่ทอง’ ยังอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน บทความวันนี้เราจะพาคุณมาแบไต๋ ‘ไผ่ทองไอสครีม’ ร้านไอศกรีมแฟรนไชส์ที่อยู่คู่คนไทยมาหลายสิบปี
จุดตั้งต้นของไผ่ทองไอสครีม
จุดเริ่มต้นของ ‘ไผ่ทองไอสครีม’ มาจากความมุ่งมั่นของ ‘กิมเซ้ง แซ่ซี’ ชาวจีนอพยพที่เข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างในโรงงานไอติม ยุคที่ไอติมยังตักใส่กระบอกไม้ไผ่และมีรสชาติไม่คงที่ เขาจึงตัดสินใจลาออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยเลือกทำไอติมกะทิวัตถุดิบพื้นบ้านที่เข้าถึงง่ายและถูกปากคนไทยมากที่สุด
อันที่จริงไผ่ทองไอสครีมไม่ได้มีคอนเซปต์อะไรมาก คุณรตา ชัยผาติกุล ทายาท ‘ไผ่ทองไอสครีม’ เจเนอเรชันที่ 2 เล่าว่าเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว พ่อ-แม่ของเธอเป็นคนคิดค้นสูตรไอศกรีม โดยอาศัยสิ่งที่มี ณ ตอนนั้นในการผลิต อย่างถ้วยตราไก่ธรรมดา ๆ แล้วจดเอาไว้ว่าใส่สัดส่วนไปเท่าไหร่ จากนั้นก็เริ่มขายอย่างจริงจัง
70 ปี แห่งประสบการณ์ : กว่าจะเป็นไผ่ทอง เคยใช้ชื่อ ‘ไอสครีมหมีบิน’ มาก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว กิมเซ้ง แซ่ซี ไม่ได้ตั้งใจใช้ชื่อไผ่ทองอย่างทุกวันนี้นะ แต่เขาเลือกใช้ชื่อ ‘หมีบิน’ ล้อกระแสคนสมัยนั้นที่นิยมใช้คำว่า ‘บิน’ เพื่อเป็นสิริมงคลให้ธุรกิจบินไปได้ไกล ซึ่งช่วงนั้นกำเนิดสารพัดบินเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็น กระต่ายบิน (ยาแก้ท้องอืด/ท้องเฟ้อที่ยังมีในปัจจุบัน) หรือช้างบิน ม้าบิน เป็นต้น
แต่ภายหลังราว ๆ 20 ปีต่อมา แบรนด์ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยหยิบคำว่า ‘กิมเต็ก’ ในภาษาจีน ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งว่า ‘คุณธรรมดั่งทอง’ มาเป็นต้นแบบ แต่เนื่องจากชื่อยาวและเรียกยากเกินไปสำหรับผู้บริโภค เลยลดทอนและปรับให้ติดหูคนไทย จนกลายเป็น ‘ไผ่ทองไอสครีม’ ที่รวมทั้งความหมายมงคลและภาพจำที่เด่นชัดมาจนถึงปัจจุบัน
จากรถไผ่ทองไอสครีม สู่ไผ่ทองสเตชั่น และแฟรนไชส์เพื่อนบ้าน
จากอดีตที่เคยเน้นตู้แช่ตามร้านค้าและรถเข็นขวัญใจชุมชน ไผ่ทองไอสครีมในมือทายาทรุ่น 3 ปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อแก้ Pain Point ในยุคที่คนเก็บตัวอยู่บ้านมากขึ้น จึงแตกไลน์ ‘ไผ่ทองสเตชั่น’ เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมออกไปซื้อของข้างนอกไม่ว่าจะเป็นตู้คีออส, Food Truck, ตู้ Vending Machine ไปจนถึงระบบดิลิเวอรี ส่งตรงความอร่อยถึงหน้าประตูบ้าน
นอกเหนือจากรสชาติคลาสสิก แบรนด์ยังเปิดตัวไอศกรีมกลุ่มพรีเมียมที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น รสทุเรียน และรสบราวนี่ เพื่อมัดใจคนรุ่นใหม่ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าเดิม อีกทั้งยังมีวิสัยทัศน์การส่งออกวัฒนธรรมการกินไอศกรีมวิถีไทยไปทั่วโลกโดยเริ่มจากประเทศเพื่อนบ้าน
แม้จะปรับโมเดลธุรกิจให้ทันสมัยและโกอินเตอร์ แต่สิ่งหนึ่งที่แบรนด์ยึดมั่นคือ ‘คุณธรรมในการค้าขาย’ และการรักษาคุณภาพสินค้า ด้วยสูตรและประสบการณ์กว่า 70 ปี และความตั้งใจให้รสชาติของไอศกรีมที่คงเดิม และแผนการตลาดที่เข้าถึงทุกช่วงวัย จนขยายเป็นแฟรนไชส์ในปัจจุบัน และยังคงสร้างตำนานแบรนด์ไอศกรีมในความทรงจำให้คนไทยทุกยุคทุกสมัยอีกด้วย













