Connect with us

ทีวี-ซีรีส์

แฉความลับทีละม้วนใน 13 Reasons Why (2017) 13 บันทึกลับหัวใจสลาย

ปริศนาเทป 13 ม้วน บอกเล่าเรื่องราวคนที่ทำให้ แฮนนาห์ เบเคอร์ ฆ่าตัวตาย

  • สร้างสรรค์โดย : ไบรอัน ยอร์คีย์
  • เหมาะสำหรับ : คนชอบซีรีส์ดราม่าทริลเลอร์วัยรุ่น แนว Gossip Girls, Hate Love The Series
  • คำเตือน : มีภาพการข่มขืนและความรุนแรงหลายตอนที่อาจกระทบจิตใจผู้ชม
  • ออกอากาศ : สตรีมมิ่ง 13 ตอนทาง Netflix

แฮนนาห์ เบเคอร์ ที่ได้ แคทเธอรีน แลงฟอร์ด มาถ่ายทอดความเปราะบางของวัยรุ่นได้อย่างน่าเชื่อถือ

“ไฮ นี่แฮนนาห์ เบเคอร์เอง ไม่ต้องปรับจูนอะไรก็ตามที่เธอฟังอยู่หรอก นี่เสียงฉันเองชัดเจนแบบสเตอริโอ ไม่ต้องโต้ตอบ ไม่มีฟังซ้ำ และไม่ร้องขออะไรทั้งนั้น ฉันจะเล่าเรื่องชีวิตฉันให้ฟัง”

นี่คือประโยคที่ เคลย์ เจนเซน (ดีแลน มินเนท)ได้ยินลอดหูฟังวอล์คแมนของเขาพร้อมปมปริศนาเบื้องหลังการฆ่าตัวตายของ แฮนนาห์ เบเคอร์ (แคทเธอรีน แลงฟอร์ด) ที่เขาแอบมีใจให้ผ่านเสียงของเธอในเทป 7 ม้วน 13 หน้าที่เล่าเรื่องราวบุคคลรอบข้าง 13 คนที่โรงเรียนลิเบอร์ตี้ไฮ โดยเทปแต่ละม้วนบอกเล่าเรื่องราวแสนเลวร้ายที่แฮนนาห์ต้องเผชิญจากทั้ง 13 คน ทั้งมิตรภาพและการหักหลังในโรงเรียนลิเบอร์ตี้ไฮ ยิ่งทำให้เกิดคำถามแก่ทุกคนว่าใครกันแน่ที่ทำให้ แฮนนาห์ เบเคอร์ ฆ่าตัวตายไม่เว้นแม้แต่ เคลย์ ที่ถูกกล่าวถึงในเทปชุดนี้ด้วย

ปกหนังสือฉบับแปลภาษาไทย

เซเลนา โกเมซ ผู้ผลักดันโปรเจคต์ซีรีส์ดีๆเรื่องนี้ ถ่ายรูปคู่กับ สองนักแสดงนำ แคทเธอรีน แลงฟอร์ด และ ดีแลน มินเนต

เดิมที 13 Reasons why เคยเป็นหนังสือมาก่อน ฉบับแปลภาษาไทยใช้ชื่อว่า 13 บันทึกลับหัวใจสลาย โดยฉบับซีรีส์ทางเน็ตฟลิกซ์ได้ไบรอัน ยอร์คีย์มาควบคุมงานสร้างร่วมกับ เซเลนา โกเมซ นักร้องสาวสวยที่ผลักดันให้เกิดซีรีส์เรื่องนี้  โดยคงคอนเซปต์เทปคาสเซต 13 หน้ามาแบ่งเป็น 13 ตอนที่บอกเล่าเรื่องราวของคนที่มีส่วนในการฆ่าตัวตายของ แฮนนาห์ เบเคอร์ 13 คน ซึ่งแต่ละตอนคนดูจะต้องมานั่งลุ้นกันว่าคนที่ถูกกล่าวถึงในเทปแต่ละม้วน ได้สร้างบาดแผลอะไรให้ตัวแฮนนาห์บ้าง และทีละน้อยที่เรื่องราวได้สะท้อนให้เห็นความรุนแรงในสังคมวัยรุ่นทั้งการนินทา พูดเสียดสี  ถูกประจาน จนถึงปัญหาการข่มขืนที่เหยื่อเลือกความเงียบจนเกิดเรื่องเศร้าขึ้น เหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นประเด็นสาเหตุการฆ่าตัวตายที่นิยายกล่าวถึงและฉบับซีรีส์ก็ได้ผลักดันให้ภาพที่ถูกนำเสนอออกมารุนแรงและกระทบจิตใจจนทำให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงภัยเงียบนี้ได้อย่างเข้าถึงและเข้าใจ จนอยากยกให้เป็นตัวอย่างการทำซีรีส์หรือละครจรรโลงสังคมที่นอกจากพล็อตเรื่องที่กระตุ้นความสนใจผู้ชมได้ทุกตอนแล้วมันยังถูกนำเสนอผ่านเทคนิคทางภาพยนตร์ได้อย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะการตัดต่อที่แบ่งช่วงเวลาเรื่องเล่าจากเทปและเหตุการณ์ปัจจุบันที่เคลย์ได้พบเพื่อนใจร้ายแต่ละคน จนทำให้คนดูลุ้นแทบไม่ติดเก้าอี้

ปัญหาสังคมในไฮสคูลที่ส่งผลต่อชีวิตเด็กสาวคนหนึ่ง

ความเข้มข้นของปมดราม่าทำให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงปัญหาสังคมได้อย่างไม่ยัดเยียดอีกด้วย

คอร์ทนีย์ (มิเชน เซลีน อัง) กับบทบาทวัยรุ่นค้นหาเพศสภาพ

อเล็กซ์ (ไมล์ ไฮเซอร์) ที่โหยหาการยอมรับ กับ เคลย์ (ดีแลน มินเนท)

โดยนอกจากเรื่องการฆ่าตัวตายของแฮนนาห์ เบเคอร์ แล้ว ซีรีส์ยังพาเราไปสำรวจชีวิตวัยรุ่นได้อย่างรอบด้านทั้งการค้นหาเพศสภาพในกรณีของ คอร์ทนีย์ (มิเชล เซลีน อัง) สาวเอเชียที่คู่รักเกย์อุปการะ การต้องการการยอมรับของอเล็กซ์ (ไมลส์ ไฮเซอร์) จนทำเรื่องเลวร้ายกับคนอื่น รวมถึงภัยจากโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ประหนึ่งเป็นเหมือนศาลเตี้ยให้ผู้คนตัดสินเหตุการณ์เพียงเปลือกนอก เหล่านี้คือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เรื่องราวและปมดราม่าเข้มข้นและกระตุ้นให้ผู้ชมคิดตามซึ่งผลทางอ้อมมันคือการทำให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสังคมได้อย่างไม่ยัดเยียดอีกด้วย

ล็อคเกอร์ที่อาจซุกซ่อนความลับดำมืดของนักเรียนแต่ละคน

งานเขียนของโมเนต์ ที่ทำหน้าที่มากกว่าความงามในฉากหลัง

และเห็นเป็นซีรีส์แนวไฮสคูล อย่านึกว่างานสร้างจะสุกเอาเผากินเพราะทุกอย่างถูกคุมไว้ด้วยธีมของเรื่องอย่างชาญฉลาดตั้งแต่โรงเรียนที่มีความลับภายใต้ฉากหน้าสวยหรูโดยมักเลือกถ่ายทอดให้เห็นองค์ประกอบต่างๆในฉากเพื่อนำเสนอสิ่งเก็บความลับของตัวละครทั้งห้องล็อคเกอร์ที่บรรจุของใช้และความลับของนักเรียน ถุงใส่คำชมในห้องเรียน หรือแม้กระทั่งประตูห้องอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งหมดทั้งมวลแสดงให้เห็นความใส่ใจและเปี่ยมศิลปะในการถ่ายทอดอารมณ์ของเรื่อง และอีกสถานที่สำคัญในเรื่องคือ คาเฟ่โมเนต์ ร้านกาแฟเบเกอรี่ที่เหล่าตัวละครไปใช้เวลาในการถกเรื่อง แฮนนาห์ เบเกอร์ ก็นับว่าเป็นการนำงานศิลปะของ โมเนต์ มารับใช้เรื่องราวได้อย่างชาญฉลาดเพราะงานศิลปะของศิลปินอิมเพรสชันนิสม์ ท่านนี้ไม่อาจตัดสินด้วยการมองใกล้ๆแต่ให้พิจารณาจากภาพรวม เสมือนเป็นการบอกตัวละครและคนดูให้ฟังเทปแฮนนาห์ให้จบ 13 ม้วนจึงจะสามารถตัดสินได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่เธอทำอัตวินิบาตกรรมครั้งนี้

เกร็ก อารากิ ผู้กำกับหนังอินดี้ ที่มากำกับซีรีส์เรื่องนี้ให้ 2 ตอน และถือเป็น 2 ตอนที่เข้มข้นที่สุด

อีกส่วนที่อยากพูดถึงคือทีมงานเบื้องหลังอย่างผู้กำกับ เกร็ก อารากิ ที่มีผลงานหนังอินดี้ดราม่าวัยรุ่นสะเทือนอารมณ์อย่าง Mysterious Skin มากำกับให้สองตอนคือ Tape 4 Side A และ Tape4 Side B ซึ่งเป็นตอนที่มีจุดเปลี่ยนรุนแรงเกิดขึ้นกับตัวละครและพลิกจากซีรีส์ดราม่าไฮสคูลสู่ความเข้มข้นในแบบหนังทริลเลอร์ได้อย่างลงตัว

ดีแลน มินเนต กับบทบาท เคลย์ เจนเซน ผู้เป็นเหมือนตัวแทนผู้ชมพบกับเรื่องราวสุดช็อค

อลิชา โบ กับบท เจสสิกา ที่พาประเด็นหนักๆและช็อคคนดูกับชะตากรรมของเธอ

ทีมนักแสดงของ 13 Reasons Why คือตัวอย่างที่ดีในการจัดวางบทบาทให้แต่ละตัวละครมีความสำคัญไล่เลี่ยกัน ในบทนำอย่าง แฮนนาห์ เบเคอร์ ที่ได้ แคทเธอรีน แลงฟอร์ด มาถ่ายทอดความเปราะบางของวัยรุ่นได้อย่างน่าเชื่อถือ และบท เคลย์ เจนเซน ที่ ดีแลน มินเนท ต้องแบกรับซีรีส์ในแต่ละตอนนำพาคนดูไปพบเรื่องราวสุดช็อคได้อย่างเปี่ยมอารมณ์ รวมถึง อลิชา โบ ในบท เจสสิกา ที่ต้องบอกว่าเป็นตัวละครที่คนดูต้องติดตามถึงตอนสุดท้ายจริงๆว่าจะรักหรือเกลียดกันแน่ และ อลิชา โบ ก็ถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครได้อย่างลงตัว

และทั้งหมดทั้งมวลก็ทำให้ 13 Reasons Why ลอยตัวอยู่เหนือซีรีส์ดราม่าวัยรุ่นทั่วไปด้วยเรื่องราวเข้มข้นเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมที่เข้ายุคสมัยและเป็นสากล แถมตัวซีรีส์เองยังมีการตั้งเว็บไซต์ให้คำปรึกษากับผู้ที่คิดฆ่าตัวตายอีกด้วย อันแสดงให้เห็นเจตนารมณ์อันดีของผู้สร้างซีรีส์ชุดนี้ที่อยากให้ผู้ชมมากกว่าแค่ความสนุก

แถมท้ายด้วยเพลงประกอบเพราะๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!