Connect with us

ทีวี-ซีรีส์

สู่สงคราม : The Walking Dead ซีซั่น 8 ประกาศศึกให้ “มันส์” วอดวาย

แบนเนอร์ล่าสุดของซีรีส์ The Walking Dead ซีซั่น 8 ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ริค (แอนดรูว์ ลินคอล์น) และลูกทีมนั้นพร้อมรบ และประกาศสงครามกับ นีแกน (เจฟฟรี่ย์ ดีน มอร์แกน) อย่างเต็มตัว

Published

on

แบนเนอร์ล่าสุดของซีรีส์ The Walking Dead ซีซั่น 8 ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ริค (แอนดรูว์ ลินคอล์น) และลูกทีมนั้นพร้อมรบ และประกาศสงครามกับ นีแกน (เจฟฟรี่ย์ ดีน มอร์แกน) อย่างเต็มตัว

หลังจากที่ซีซั่น 7 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความยืดยาดในการดำเนินเรื่อง จนทำให้เรตติ้งตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งผู้สร้างก็เน้นย้ำเสมอว่าเป็นการปูเนืิ้อเรื่องที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ความกลัว และความเกลียดชัง เพื่อให้ปะทุออกมาอย่างสะใจในซีซั่นที่ 8

 

ในตอนท้ายของซีซั่นที่ 7 นั้น สมาชิกที่กระจัดกระจายกันได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ริค ก็ได้ค้นพบความเข้มแข็งจากการรวมกลุ่มกันของหลายฝ่าย และเดินหน้าท้าทายกับกลุ่ม Saviors ของ นีแกน อย่างเต็มภาคภูมิ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของตอนที่ 100 ของซีรีส์ The Walking Dead และจะเป็นตอนพรีเมียร์ของซีซั่นที่ 8 ด้วย

 

ด้วยความที่ซีซั่นที่ 7 ได้อธิบายรายละเอียดของตัวละครทั้งหมดไปแล้ว ผู้ชมจึงคาดหวังว่าซีซั่นที่ 8 จะเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่น และการเดินเรื่องที่เร็วขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ดี ศึกคราวนี้ “จบไม่สวยแน่” สำหรับทั้ง 2 ฝ่าย

The Walking Dead ซีซั่น 8 ตอนพรีเมียร์ จะเริ่มฉายวันที่ 22 ตุลาคม 2017 นี้ สำหรับเวลาฉายในประเทศไทยนั้น ทางเราจะอัปเดทข้อมูลให้ทราบเป็นระยะ

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์]Insatiable ชิงรักหักมงกุฎ – ไม่ลึกซึ้งด้านทีนบูลลีย์แต่อร่อยเวอร์

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย ลอเรน กัสซิส
  • เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบซีรีส์วัยรุ่นไฮสคูลแสบๆ หรือคนชอบหนังแบบ Mean Girls
  • สตรีมมิงทาง Netflix

แพตตี้ (เดบบี ไรอัน) สาวอ้วนที่เป็นเหยื่อของสังคมไฮสคูลอันโหดร้าย ที่ไขมันดูจะเป็นกรรมที่เบียดชีวิตนางไปทุกด้านทั้งเจอหนุ่มสุดฮอตเทแบบไม่เหลือเยื่อใย แถมนอกจากต้องเจ็บตัวหลังวางมวยกับขี้เมาหน้าเซเว่นเพื่อปกป้องขนมอันเป็นที่รักแล้วยังต้องมาเจ็บใจเจอตาขี้เมาฟ้องกลับฐานทำร้ายร่างกาย แต่ในโชคร้ายนางก็เหมือนถูกหวย ด้วยว่านางกินอะไรไม่ได้นอกจากอาหารเหลวตลอด 3 สัปดาห์ทำให้หุ่นนางผอมเพรียวจนหนุ่มๆต้องเหลียว อีกทั้งยังได้ บ็อบ อาร์มสตรอง (ดัลลาส โรเบิร์ตส์)ทนายหนุ่มหล่อสไตล์แด็ดดี้ที่มาช่วยเรื่องคดีแล้วยังคิดจะปั้นให้ แพตตี้ กลายเป็นนางงามสุดปังอีกต่างหาก งานนี้บรรดาชะนีและหนุ่มที่เคยร้ายกับนางเตรียมตัวให้ดี เพราะแพตตี้คนนี้จะกลายเป็น #คนสวยแบบวร้ายวร้าย

จะว่าไปคอซีรีส์ของเน็ตฟลิกซ์ก็คงรู้จักซีรีส์วัยรุ่นดังๆอย่าง 13 Reasons Why หรือ Riverdale ดีอยู่แล้ว โดยจุดเด่นของทั้งสองเรื่องคงหนีไม่พ้นการหยิบจับประเด็นการทำร้ายกันในโรงเรียนไฮสคูลที่เป็นปัญหาเรื้อรังของอเมริกา และแน่นอนว่าจากเทรลเลอร์ของ Insatiable ก็ดูจะมาทางเดียวกันโดยเฉพาะการนำเสนอตัวละครแพตตี้ที่เป็นสาวเคยตุ้ยนุ้ย อับอายกับรูปร่างตัวเองจนเป็นปมฝังใจ เรียกได้ว่าเห็นตัวอย่างนี่ได้กลิ่นหนังสะท้อนปัญหาวัยรุ่นมาอีกแล้ว แต่หลังปล่อยสตรีมมิ่ง 12 ตอนไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 สิงหาคม 2561)  ปรากฏว่าสื่อทั้งหลายในอเมริกาต่างรุมจวกถึงการดำเนินเรื่องและสร้างตัวละครของ Insatiable ที่นำเสนอความอ้วนของแพตตี้ในเชิงเหยียดหยามมากกว่าจะเป็นการพลิกฟื้นเห็นคุณค่าในตัวเองจนหลายสื่อถึงกับตีตราให้เป็นซีรีส์ที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับรายการวัยรุ่นอเมริกัน เนื่องจากเนื้อหาจริงๆแล้วมันแทบนำเสนอมุมมองต่อวัยรุ่นที่มีน้ำหนักเกินไม่ได้ต่างจากหนังวัยรุ่นอเมริกันเรื่องอื่น แต่เอาล่ะ WHAT THE FACT จะขอยืนข้างคนดูแล้วพิสูจน์ซีรีส์ทั้ง 12 ตอนด้วยตัวเอง

จริงอยู่ว่าแม้ตัวซีรีส์จะเล่าเรื่องได้เว่อร์สุดโต่งจนแทบขาดตรรกะไปหลายเรื่อง ลำพังแค่การผอมของแพตตี้ก็ดูโอเวอร์เพียงเพราะเธอกรามแตกและกินอาหารเหลวแค่ไม่กี่อาทิตย์ แต่หุ่นกลับดูฟิตเปรี๊ยะ ผอมปังได้อะไรขนาดนั้น มิหนำซ้ำนางยังขาดความมั่นใจเรื่องตัวเองเคยอ้วนจนนอยด์ กลายเป็นว่าตัวซีรีส์ก็ยังผลิตซ้ำค่านิยมเรื่องรูปร่างอยู่ดีแม้จะให้เหตุผลว่าตัวละครไม่เคยมีใครสนใจและขาดความอบอุ่นในครอบครัวมาทั้งชีวิตก็ตาม ยิ่งเมื่อเหตุการณ์ในซีรีส์ดำเนินไปสู่ช่วงหลังก็ไม่ได้มีเพียงเรื่องความผอมของแพตตี้อย่างเดียวเพราะมันยังเอาล่อเอาเถิดถึงขั้นพูดถึงการค้นพบเพศสภาพตัวเองในวัยรุ่น(หรือแม้กระทั่งตัวละครผู้ใหญ่ที่แต่งงานแล้ว)แถมลากยาวแถไปเกี่ยวกับเรื่องศาสนาและความชั่วร้ายภายในที่ดั๊นมาผูกกับเรื่องความรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดของแพตตี้จนไม่แปลกใจที่มันถูกเหล่านักวิจารณ์สับเละ แต่หากมองในแง่ความบันเทิงก็ต้องยอมรับว่าตลอด 12 ตอนของ Insatiable คือซีรีส์ที่เรื่องราวจัดจ้าน บ้าบอคอแตกและบันเทิงแบบไม่ลดละเลยสักตอน จนเหมาะแก่การดูแล้วมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันระหว่างคนดูไม่แพ้ 13 Reasons Why หรือ Riverdale ของเน็ตฟลิกซ์เลยล่ะ

จะว่าไปสิ่งที่โดดเด่นมากๆของ Insatiable คงหนีไม่พ้นการแสดงของเหล่านักแสดงที่แม้จะไม่ดังมากแต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตนเอง ทั้ง เดบบี ไรอัน ที่มารับบทแพตตี้ ด้วยรูปลักษณ์แบบสาวฮอตหุ่นอวบอั๋นซึ่งเหมาะมากกับอดีตดาราเด็กช่องดิสนี่ย์อย่างเดบบี ที่ใช้เสน่ห์เฉพาะตัวมาดึงความสนใจจากคนดูได้ทุกซีนที่ปรากฏตัว ใครล่ะจะห้ามใจกับใบหน้าดูไร้เดียงสาแต่ความฮอตแบบเชพบ๊ะของนางได้ต่อให้บทลากแพตตี้ไปเจอเรื่องซวยต่างๆนานาหรือกระทั้งทำเรื่องชั่วร้าย คนดูก็พร้อมจะเอาใจช่วยเธออยู่ดี

ไม่เพียงเดบบี ไรอัน หรือเหล่านักแสดงวัยรุ่นหน้าตาดีเท่านั้น ต้องยอมรับว่า Insatiable ยังสร้างเรื่องราวและจุดขัดแย้งให้ตัวละครวัยผู้ใหญ่ได้น่าสนใจ (และแอบชวนจั๊กกะจี๋มากๆ) ทั้งบ็อบ อาร์มสตรองที่ได้ ดัลลาส โรเบิร์ต มารับบททนายสายแหววที่มุ่งปั้นแพตตี้เป็นนางงามแต่นางกลับถูกบีบจากอดีตแม่ของเด็กปั้นที่มุ่งดับฝันฮีโดยเฉพาะ ส่วนตัวละคร บ็อบ บาร์นาร์ด ที่ได้คริสโตเฟอร์ กอร์แฮม มารับบทอัยการสายถอด เอะอะถอดเสื้อโชว์กล้ามและมักเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ บ็อบ อาร์มสตรอง ก็น่าจะเป็นอาหารตาของเหล่าสาวๆได้อย่างแน่นอน ส่วน เอลิซา มิลาโน ก็รับบท คอราลี ได้อย่างมีสเน่ห์ชวนมอง และยิ่งเรื่องราวในช่วงหลังของซีรีส์เพิ่มมิติเรื่องครอบครัวเข้ามาก็ยิ่งทำให้ทั้ง 3 ตัวละครนี้ทวีความแซ่บขึ้นเรื่อยจนเกิดฉากพีคๆที่แอบบอกไปในวงเล็บแล้วว่าจั๊กกะจี๋มว๊ากมว๊าก

เมื่อหักลบกลบหนี้แล้วก็ถือว่า Insatiable คุ้มค่าแก่การอดหลับอดนอนอยู่ดีๆ แม้บทอาจจะขาดตรรกะไปบ้างแต่ต้องยอมรับว่าทั้งการสร้างตัวละครและสถานการณ์ต่างๆมันบันเทิงจนแทบลืมเวลาและไม่อาจหยุดดูได้เลย เอาล่ะอย่ามัวเสียเวลากดรีโมต (หรือกด App) ดูได้เลยทางเน็ตฟลิกซ์

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] SEAL TEAM สุดยอดหน่วยซีล

Published

on

สร้างสรรค์โดย เบนจามิน คาเวลล์

เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบหนังแอ็คชั่น ปฏิบัติการทางทหาร

รับชมได้ทาง MONOMAXXX

หลังภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงเสร็จสิ้น แน่นอนว่าคนไทยต่างสรรเสริญความสำเร็จส่วนหนึ่งจากแรงกายแรงใจของหน่วยซีลของไทย และเพื่อให้เราเข้าใจตัวตนและภารกิจของหน่วยซีลมากขึ้น ทาง MONO MAXXX ก็ไม่รอช้ารีบจัดซีรีส์ดังของช่อง CBS เรื่อง SEAL TEAM มาให้ดูกันแบบทันควัน

โดย SEAL TEAM บอกเล่าภารกิจของหน่วยซีลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ เจสัน เฮยส์ (เดวิด โบรนาช) หัวหน้าหน่วยซีลอาวุโสที่การตายของเพื่อนร่วมทีมกลายเป็นบาดแผลในใจจนถูกสั่งให้บำบัดกับจิตแพทย์แบบไม่เต็มใจนัก และภารกิจหลักในตอนแรกนี้ เจสัน เฮยส์ ก็ต้องพบบททดสอบสำคัญเมื่อต้องเดินทางไปที่มอนโรเวีย เพื่อจับผู้ก่อการร้ายตัวเอ้นาม อาบูซาเมียร์ ซึ่งเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆทั้งต้องช่วยตัวประกันชาวอเมริกันที่อาจตกเป็นเหยื่อการสังเวยถ่ายทอดสด รวมถึงต้องคอยดูแล ลูกชายของนักเขียนหนังสือบันทึกภารกิจหน่วยซีลที่เขาไม่ชอบหน้า รวมทั้งต้องรับผิดชอบชีวิตลูกทีมเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ข้อดีอย่างแรกของหนังคือการสร้างเรื่องราวและตัวละครที่แข็งแรงมาก โดยตัวเดวิด เฮยส์ ไม่ได้เป็นทหารสุดแกร่งที่ไม่มีจุดอ่อน ตรงกันข้าม…บาดแผลจากการสูญเสียเพื่อนกลับส่งผลต่อบุคลิกของเขา โดยต้องชื่นชมการแสดงของ เดวิด โบรนาซ อดีตพระเอกซีรีส์แวมไพร์สุดเซ็กซี่จาก Buffy The Vampire Slayer ควบ Angel (1997-2004) ที่สามารถถ่ายทอดภาวะสะเทือนใจหลังประสบเหตุการณ์ หรือ พีทีเอสดี ได้อย่างเห็นภาพ ทั้งการเอามือลูบกางเกงในจุดที่เคยเปื้อนเลือดของเพื่อน หรือสายตาที่บ่งบอกความหวาดหวั่นใจตอนออกภารกิจ ซึ่งโดยมากเรามักไม่ได้เห็นตัวละครที่เป็นหน่วยซีลดูเป็นมนุษย์ขนาดนี้มาก่อน ซึ่งนั่นก็ทำให้ SEAL TEAM รอดพ้นจากการเป็นละครอวยทหารที่ไร้อารมณ์ได้อย่างสวยงาม

และสำหรับใครที่ต้องการเห็นการปฏิบัติภารกิจของหน่วยซีล SEAL TEAM ก็จัดเต็มทั้งฉากการฝึกที่ทำให้เห็นการสอนกลยุทธอย่างการสร้างสถานการณ์จำลองเพื่อทดสอบการตัดสินใจของทหาร หรือการบอกเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เราไม่เคยรู้อย่างเวลาปฏิบัติภารกิจ หน่วยซีลจะนำสุนัขไปดมระเบิด และจะปฏิบัติกับสุนัขในภารกิจต่างจากหมาบ้านทั่วไปอีกด้วย ซึ่งก็เป็นการให้ความรู้ที่ดีมากๆ

สรุปแล้ว SEAL TEAM ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนชอบหนังแอ็คชั่นปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งตัวซีรีส์มีงานโปรดักชันที่ดีมากไม่แพ้หนังโรงใหญ่เลย และยังทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของ เดวิด โบรนาซ ที่มาไกลมากสำหรับพระเอกซีีรีส์แวมไพร์ขวัญใจสาวๆยุค 90 ที่พลิกบทบาทมารับบทผู้นำหน่วยซีลสุดเท่ได้อย่างแมนมากๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] GLOW Season 2 โกลว ซีซัน 2 – กลับมาคราวนี้ทั้งซึ้ง ทั้งฮา

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย ลิซ ฟลาไฮฟ์ และ คาร์ลี เมนช์
  • เหมาะสำหรับ คนชอบซีรีส์หรือหนัง ตลกที่มีผู้หญิงห่ามๆเป็นตัวละครนำ
  • สตรีมมิ่งทาง Netflix

สาวๆแห่งโกลวกลับมาแล้ว มาคราวนี้นอกจากจะต้องต่อสู้กับทัศนคติและการเอารัดเอาเปรียบของนายทุนแล้ว สาวๆแต่ละคนก็มีปัญหาส่วนตัวไม่แพ้กัน ทั้ง รูธ (อลิสัน บรี) ที่ทำทุกทางเพื่อให้รายการออกมาดี ทั้งยอมให้ เดบบี (เบตตี กิลพิน)กลั่นแกล้งและดูถูกเธอสารพัด หรือแม้กระทั่งต้องตัดสินใจว่าจะยอมนอนกับผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เพื่อให้รายการผ่านการพิจารณาหรือไม่  ด้านเดบบี เองก็กำลังเสียสติจากการหย่าของเธอกับสามี รวมถึงการเข้ามาของ โยลันดา (ชาคีรา บาเรรา) สาวนักเต้นจากบาร์เปลือยก็ทำให้ทุกคนสงสัยถึงที่มาของเธอ

หลังจากซีซันแรกประสบความสำเร็จด้วยดี GLOW ในซีซันใหม่ก็กลับมาเดินเครื่องความสนุกเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องปูพื้นข้อมูลตัวละครมากมายนัก และยังมีเวลาไปเล่าเรื่องราวของตัวละครสมทบคนอื่นๆบ้าง โดยเฉพาะตอนที่บอกเล่าเรื่องราวของ แทมเม่ หรือ เวลแฟร์ควีน (เคีย สตีเฟน) ในฐานะแม่ที่หวั่นใจว่าอาชีพนักมวยปล้ำจะสร้างความอับอายให้ลูกชายที่เธอภาคภูมิใจ ก็ทำออกมาได้อย่างลึกซึ้งมาก หรือแม้กระทั่งการบอกเล่าอีกด้านของชีวิตของเดบบี ก็ทำให้เราเห็นใจว่าเบื้องหลังความร้ายกาจต่างๆนานา เธอก็เป็นคนที่น่าสงสารและน่าเห็นใจเพียงไร รวมถึงซับพลอตโรแมนติกระหว่าง รูธ และตากล้องรายการก็ช่วยเพิ่มความหวานให้เรื่องราวได้เป็นอย่างดี

ส่วนในเรื่องความสนุกสนาน มุกฮา จิกกัด เจ็บแสบ ก็ยังคงใส่กันเต็มแมกซ์เช่นเดิม ซึ่งก็ต้องชื่นชมบรรดานักแสดงสาวๆในเรื่องที่รับส่งมุก และยังทำให้เราเชื่อในความสัมพันธ์ของพวกเธอได้อย่างหมดใจ เรียกได้ว่าแม้บุคลิกตัวละครจะสุดโต่งแค่ไหน เราก็พร้อมเอาใจช่วย ทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปกับทุกอย่างที่พวกเธอเผชิญ

คงต้องบอกว่าการกลับมาของ GLOW ในซีซันที่ 2 นี้แม้ไม่ได้เล่าเรื่องราวที่แตกต่างหรือคืบหน้าไปจากเดิมนัก แต่ตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเสน่ห์ก็ยังทำให้เราตกหลุมรัก และเอาใจช่วยพวกเธอ จนยังไงก็ต้องตามซีซัน 3 ต่อแน่นอน.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!