BEIJING, CHINA - JANUARY 23: A Chinese passenger that just arrived on the last bullet train from Wuhan to Beijing is checked for a fever by a health worker at a Beijing railway station on January 23, 2020 in Beijing, China. The number of cases of a deadly new coronavirus rose to over 500 in mainland China Wednesday as health officials locked down the city of Wuhan in an effort to contain the spread of the pneumonia-like disease which medicals experts have been confirmed can be passed from human to human. In an unprecedented move, Chinese authorities put travel restrictions on the city of 11 million and two other neighbouring cities preventing people from leaving after 10 AM local time Thursday. The number of those who have died from the virus in China climbed to at least 17 on Thursday and cases have been reported in other countries including the United States,Thailand, Japan, Taiwan and South Korea. (Photo by Kevin Frayer/Getty Images)

ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ปืนวัดไข้” ไม่แม่นยำ เชื่อถือไม่ได้ เป็นเหตุให้ผู้ป่วย Covid-19 หลุดรอด!

ภาพที่เราเห็นทุกวันนี้เวลาเดินทางไปไหนมาไหนนอกจากคนจะใส่หน้ากากอนามัยแล้ว เวลาเราเข้าไปซูเปอร์ร้านค้า หรือโรงพยาบาลก็จะมี “ปืนวัดไข้” จ่อหัวเราพร้อมกับวัดอุณหภูมิอยู่เสมอ ๆ เนื่องจากอาการของผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 เบื้องต้นคือ มีอาการไข้ ตัวร้อน ดังนั้น การใช้ปืนวัดไข้จึงเป็นแนวทางการคัดผู้ป่วยเบื้องต้นของหลายประเทศและหลายพื้นที่

ปืนวัดไข้ หรือ Thermometer Gun นั้นมีเซนเซอร์อินฟราเรดที่สามารถตรวจจับอุณหภูมิบนพื้นผิวของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่จำเป็นต้งสัมผัสหรือแตะต้องผิวของคนที่เราต้องการจะตรวจอุณหภูมิ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปืนวัดอุณหภูมิกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างมาก นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาแล้ว ในช่วงที่ SARS ระบาดในจีนเมื่อปี 2000 หรืออีโบลาที่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกก็มีการใช้ปืนวัดไข้เพื่อคัดกรองผู้ป่วยด้วยเช่นเดียวกัน

แต่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ชำนาญด้านอุปกรณ์อินฟราเรดระบุว่า ปืนวัดอุณหภูมิไม่ได้มีความน่าเชื่อถือมากขนาดนั้น

เนื่องจากปืนวัดอุณหภูมินั้นอาศัยอินฟราเรดยิงไปที่พื้นผิวของผู้ป่วยหรือบริเวณที่ใช้บ่อยคือ หน้าผาก แต่ปัญหาคือไม่มีการกำหนดระยะห่างที่แน่นอน เมื่อเกิดระยะห่างที่ไม่สม่ำเสมอก็ทำให้การวัดไม่แม่นยำ รวมถึงอาจมีสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดความแตกต่างของค่าอุณหภูมิที่ได้ออกมา เช่น อากาศเย็น ร้อน เจอแอร์ เป็นต้น

thermometer gun

ดร. James Lawler ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์จากศูนย์ความปลอดภัยด้านสุขภาพระดับโลกของมหาวิทยาลัยเนแบรสกากล่าวว่า “เดิมทีอุปกรณ์เหล่านี้ก็มีชื่อด้านความไม่แม่นยำและไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว” ในสมัยที่ ดร. Lawler เดินทางไปแอฟริกาตะวันตกในช่วงอีโบลากำลังระบาด เขาถูกวัดอุณหภูมิ ผลที่ได้คืออุณหภูมิร่างกายของเขาต่ำกว่า 35 องศา ซึ่งในทางทฤษฎีคือ “เขากำลังจะตายจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป”

มันทำให้ผมไม่เชื่อใจอุปกรณ์ชิ้นนี้เลย – ดร James Lawler

ไม่ใช่แค่ในชาตติตะวันตก แม้แต่ในจีนก็มีการบ่นถึงเจ้าเครื่องวัดอุณหภูมินี้เช่นเดียวกัน ผู้ใช้งาน Weibo เขียนข้อความระบุว่า “ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าปืนวัดอุณหภูมิมันใช้ไม่ได้จริง ผมรู้ ทุกคนรู้ หน่วยงานก็รู้ แต่ไม่มีใครโต้แย้งอะไร เพราะมันเป็นหนึ่งในกระบวนการไปแล้ว” ซึ่ง Jim Seffrin ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์อินฟราเรดระบุว่า แค่กินยาลดไข้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบก็รอดพ้นจากปืนวัดอุณหภูมิแล้ว

แม้แต่ Mo Yingchun ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Alicn Medical บริษัทผู้ผลิตปืนวัดอุณหภูมิบอกเองว่า “ยังไงปืนวัดอุณหภูมิก็ไม่มีความแม่นยำเท่ากับที่วัดอุณหภูมิแบบดั้งเดิมอยู่ดี”

อ้างอิง The New York Times