ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ออกคำสั่งตำรวจและทหารให้ “วิสามัญ” ผู้ฝ่าฝืนมาตรการ “ล็อกดาวน์”

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โรดรีโก ดูเตอร์เต ได้ออกคำสั่งให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยสามารถวิสามัญทุกคนที่เป็นตัวการ “ก่อปัญหา” ในพื้นที่ล็อกดาวน์ระหว่างวิกฤตการณ์ไวรัสโคโรนา

ประชาชนจำนวนกว่า 110 ล้านคน คิดเป็นปริมาณได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรต่างอยู่ภายใต้ภาวะกักตัว ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้คนนับล้านต้องตกอยู่ในสภาวะยากจนข้นแค้น และต้องตกงาน เมื่อต้องอยู่ภายใต้คำสั่งกักตัวห้ามเดินทางไปไหน เป็นเหตุให้ประชาชนบางส่วนโกรธเคืองมาตรการของรัฐบาลที่สร้างความเดือดร้อนให้พวกเขา ส่งผลให้เกิดเหตุความวุ่นวายในกรุงมะนิลา เมื่อวันพุธที่ 1 เมษายน มีกลุ่มหัวรุนแรง 20 กว่าคนออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาล ด้วยข้อกล่าวหาว่าไม่สามารถจัดสรรอาหารให้กับพวกเขาที่โดนกักตัวได้อย่างพอเพียง ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว

เพื่อตอบโต้ต่อเหตุการณ์นี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โรดรีโก ดูเตอร์เต ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์

ผมมีคำสั่งตรงไปถึงตำรวจและทหาร ในกรณีที่เผชิญเหตุความวุ่นวาย แล้วมีบุคคลเข้าทำร้ายพวกคุณ หากพิจารณาแล้วว่าชีวิตคุณจะเป็นอันตราย คุณมีสิทธิ์วิสามัญได้

แทนที่ผมจะปล่อยให้พวกคุณก่อปัญหาความวุ่นวาย ผมจะส่งพวกคุณไปหลุมศพแทน

เหตุที่ดูเตอร์เต เริ่มใช้มาตรการแข็งกร้าวเช่นนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในฟิลิปปินส์อยู่ในสภาวะที่เลวร้ายมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ทำให้ต้องมีคำสั่ง “ล็อกดาวน์”

สถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 ในฟิลิปปินส์ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อแล้ว 2,311 ราย เสียชีวิต 96 ราย แต่ทางการเพิ่งเริ่มต้นกระบวนการทดสอบกระบวนการรักษา ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อย ๆ

คำประกาศกร้าวของดูแตร์เต ยิ่งเป็นการจุดชนวนให้กลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนออกมาประณามคำพูดของดูแตร์เต ว่าควรจะไปจัดสรรเครื่องอุปโภคบริโภคที่ผู้คนต้องการอย่างมากในขณะนี้จะดีกว่าที่จะใช้มาตรการรุนแรงกับประชาชนแบบนี้

บ่อยครั้งที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เตใช้ถ้อยคำรุนแรงสร้างความกังวลต่อประชาชน ตัวแทนรัฐบาลก็เห็นพ้องว่าประธานาธิบดีมักใช้คำพูดที่เกินกว่าเหตุ แม้กระทั่งผู้บัญชาการตำรวจ อาร์ชี แกมบัว ก็ให้ความเห็นขัดแย้งต่อคำสั่งของดูแตร์เตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มีการวิสามัญใครทั้งนั้น
“บางทีท่านก็แค่อยากจะหยิบกฏหมายมาขู่ให้กลัวกันในสถานการณ์วุ่นวายแบบนี้เท่านั้นแหละ”

มีประชาชนกว่า 12 ล้านคนในกรุงมะนิลาที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ในขณะนี้ เกือบทุกธุรกิจหยุดกิจการ ทุกกิจกรรมทางสังคมและศาสนาถูกยกเลิกจนหมดสิ้น

อ้างอิง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก