นิวซีแลนด์ตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลังสั่งล็อกดาวน์เพราะมีผู้ติดเชื้อ 1 ราย!

เมื่อวันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา จาซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardern) นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ได้ประกาศล็อกดาวน์ทั้งประเทศ หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย

ในวันพฤหัสนิวซีแลนด์ตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 11 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เริ่มประกาศล็อกดาวน์ทั้งสิ้น 21 ราย เป็นการหยุดสถิติประเทศที่ปราศจากผู้ติดเชื้อเป็นระยะเวลา 6 เดือน

อาร์เดิร์นกล่าวว่า ไวรัสเพิ่งแพร่กระจายได้ไม่นาน และทางการสามารถสืบจนทราบว่า ต้นสายของการแพร่เชื้อนั้นมาจากผู้ที่กลับมาจากซิดนีย์ในวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี มันหมายความว่า ตอนนี้เราสามารถรู้ได้แน่ชัดว่า ไวรัสเข้าสู่ประเทศเมื่อไหร่ และเข้ามาได้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ชาวนิวซีแลนด์ดำเนินชีวิตตามปกติแบบไม่มีมาตรการกักตัว จนอาร์เดิร์นประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นระยะเวลา 3 วันหลังพบเชื้อในเมืองโอคแลนด์อย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดปัญหาธุรกิจต้องเปลี่ยนมาเป็นภาคออนไลน์กะทันหัน และประชาชนไม่ได้ตระเตรียมของสำคัญสำหรับการล็อกดาวน์ แต่อาร์เดิร์นยืนยันว่า จำเป็นต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อโควิด-19 ไปทั่วประเทศ

การพบเชื้อโควิด-19 อาจส่งผลให้แผนการเปิดประเทศของนิวซีแลนด์ต้องชะลอช้าจากเดิม โดยนิวซีแลนด์ประกาศปิดพรมแดนของประเทศตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 และวางแผนจะเริ่มต้นเปิดพรมแดนในเดือนนี้เพราะมีการกดดันจากภาคธุรกิจจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่หากยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ ก็อาจทำให้ไม่สามารถเปิดพรมแดนได้ตามแผนที่วางไว้

ในตอนนี้นิวซีแลนด์เป็นประเทศพัฒนาแล้วที่ประชาชนมีอัตราการได้รับวัคซีนต่ำที่สุด มีเพียง 19% จากประชากรประมาณ 5 ล้านคนเท่านั้นได้รับวัคซีนครบทุกโดส นับว่าเป็นอัตราการได้รับวัคซีนที่ต่ำที่สุดใน 38 ประเทศสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

อ้างอิง: Reuters

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส