Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ฟูจิฟิล์ม รุกตลาดกล้องมิลเลอร์เลส เปิดตัว X-E3 เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

Published

on

บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล ต่อยอดความสำเร็จในรุ่น X-A3 ล่าสุดจากฟูจิฟิล์ม และเพื่อการสร้างฐานการตลาดขยายใหญ่ยิ่งขึ้น ฟูจิฟิล์มได้เปิดตัวกล้องดิจิตอลระดับ Middle Segment กล้อง X-E3  ในคอนเซ็ปท์ “Minimalism” เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลการถ่ายภาพ ในดีไซน์แบบ rangefinder style ที่ให้คุณภาพไฟล์ตามปรัชญาของบริษัทคือ “The No. 1 of image quality”

ซึ่งนับเป็นแฟลกชิพโมเดลรุ่นล่าสุด

  • โดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III และ X Processor Pro 
  • พร้อมความละเอียดสูงถึง 24.3 ล้านพิกเซล
  • ออโต้โฟกัสความเร็วสูง ที่จับภาพเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ ระดับ 4K
  • จอภาพแบบทัชกรีน
  • สามารถเชื่อมต่อภาพแบบ Bluetooth
  • ในบอดี้สวยหรู คลาสสิก มีระดับ
  • ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีรูปทรง classic retro สามารถพกพาไปได้ทุกที่
  • และให้คุณภาพไฟล์ภาพที่สวยที่สุด

เป็นกล้องที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่หลงใหลการถ่ายภาพ พร้อมคุณภาพที่ยอดเยี่ยม โดยเตรียมแผนการตลาดโฆษณาและประชาสัมพันธ์แบบ Total Communication เพื่อสร้างการรับรู้  และสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย  เตรียมใช้งบการตลาดกว่า 50  ล้านบาท หวังดันมาร์เกตแชร์เป็น 40% ในสิ้นปี 2560 นี้

This slideshow requires JavaScript.

นายซึโตมุ วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า  “ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิลเลอร์เลสจาก กล้องในตระกูล  X-Series และทุก Lineup ของผลิตภัณฑ์ที่เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยได้รับความนิยมในตลาดโดยเฉพาะกล้องในระดับ Beginner ในรุ่นของ X-A2 และต่อเนื่องมายังรุ่น X-A3 และในปีนี้ เราได้มองเป้าหมายขยายตลาดของกลุ่ม Middle Segment เพิ่มขึ้น โดยจากการทำวิจัยตลาด พบว่า มีกลุ่มผู้ใช้กล้องในกลุ่มของ Beginner คือ  X-A series ได้ Step up มาสู่กลุ่ม Middle Segment ซึ่งกลุ่มนี้ คือกลุ่มไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ มีความหลงใหลการถ่ายภาพ มีเอกลักษณ์ในการถ่ายภาพของตนเอง ชอบกล้องระดับพรีเมี่ยม ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีรูปทรง classic retro

ล่าสุด ฟูจิฟิล์มได้ทำการเปิดตัวกล้องระดับ Middle Segment คือ X-E3 เป็นกล้องในระดับพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี ภายใต้แนวคิด คือ “Minimalism” ที่จะให้ความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของและสนุกกับการถ่ายภาพ” (A pleasure to own and fun to shoot with) ซึ่งกล้อง X-E3 จะทำให้คุณได้สนุกกับการถ่ายภาพ พร้อมกับประสิทธิภาพที่ดีของกล้อง ที่ให้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม

ปีนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังคงเป็นผู้นำตลาดกล้องมิลเลอร์เลส ครองมาร์เกตแชร์ถึง 37% (ข้อมูล จาก GFK) ซึ่งทางบริษัทฯ หวังว่า การเปิดตัวกล้องดิจิตอลของ ฟูจิฟิล์ม X-E3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จะได้รับความสำเร็จอย่างดี และจะสร้างปรากฏการณ์การตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในกลุ่ม Middle segment เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ตามปรัชญาของฟูจิฟิล์ม “คุณภาพไฟล์ภาพเป็นอันดับ 1” (The No.1 Image Quality) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมแผนการตลาดแบบ Total Communication ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย  ผ่านทางสื่อต่าง ๆ อย่างครบวงจร  เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้า”

และในครึ่งปีหลังนี้ ฟูจิฟิล์มได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส เพิ่มขึ้นเป็น 40% แม้ว่าการแข่งขันด้านราคาของกล้องมิลเลอร์เลสจะรุนแรงและการนำเสนอกล้องรุ่นใหม่จากคู่แข่งขัน  แต่ด้วยทิศทางของกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมุ่งเน้นในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมกับนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของกล้องระดับ Middle segment X-E3 นี้ หลังจากได้ทำวิจัยด้านการตลาดพบว่า กลุมคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปีทั้งชายและหญิง คือกลุ่มลูกค้าหลักของฟูจิฟิล์ม เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายนี้ชอบ ในดีไซน์ แบบ classic retro อันเป็น DNA ของฟูจิฟิล์ม สามารถพกพาไปได้ทุกที่ พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเสมอ เพื่อให้คุณภาพไฟล์ที่สวยโดนใจ โดยเฉพาะโทนสีผิวที่ถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ และมีเลนส์ให้เลือกใช้ได้หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการถ่ายภาพได้สมบรูณ์แบบ

นอกจากนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังได้รับเกียรติจากช่างภาพ คุณชลิต ผดุงชีพ และ คุณมหาลาภ ตรีเดชโยธิน  ซึ่งเป็น X Photographer ของประเทศไทย มาร่วมแชร์ประสบการณ์และแสดงผลงานการถ่ายภาพจาก กล้อง X-E3 พร้อมนำเสนอผลงาน Photo Gallery อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

AIS ชำระค่าประมูลงวดที่ 1 ในความถี่ 1800 MHz แล้ว

Published

on

By

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือ AIS หลังจากชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz (1740-1745 MHz คู่กับ 1835-1840 MHz) จำนวน 1 ใบอนุญาต วันนี้คุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO ของ AIS ก็ได้เข้าไปที่กสทช. เพื่อชำระเงินค่าประมูลงวดแรก จำนวน 6,693,385,000 บาท

โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2555 – 2561 AIS ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ ตั้งแต่การประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz มูลค่า 14,625 ล้านบาท ,คลื่น 1800 MHz (ชุดแรก) มูลค่า 40,987 ล้านบาท ,คลื่น 900 MHz มูลค่า 75,654 ล้านบาท ซึ่งคุณสมชัยเล่าให้ฟังผ่านเฟซบุ๊กว่า AIS ได้ชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเสมอ เพราะเข้าใจดีว่าเงินเหล่านี้จะไปพัฒนาประเทศต่อไป

ปัจจุบันทาง AIS มีคลื่นอยู่ในมือดังนี้

  • 2100 MHz
  • 1800 MHz (ชุดแรก)
  • 1800 MHz (ชุดสอง)
  • 900 MHz
  • 2100 อีกชุด (โรมมิ่งกับ TOT)

ให้บริการครอบคลุมทั้งในระบบ 2G, 3G และ 4G

วันจันทร์หน้า AWN (AIS) จะได้รับใบอนุญาตและพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายนนี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

กลับมาอีกครั้งและยิ่งใหญ่เช่นเดิมกับ “RetailEX ASEAN 2018” งานแสดงสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจค้าปลีก

Published

on

งาน RetailEX ASEAN 2018 งานแสดงสินค้า นวัตกรรม และการประชุมนานาชาติ เพื่อธุรกิจค้าปลีกครบวงจร พร้อมจัดเสวนาหัวข้อพิเศษ อาทิ

  • จุดขายของการค้าออนไลน์,
  • วิธีการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการสำรวจเทรนด์ตลาด เป็นต้น

จากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการการค้านำโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, เซ็นทรัล, เดอะ มอลล์, KFC, DHL, Unilever, และ ลอรีอัล เป็นต้น โดยงาน RetailEX ASEAN 2018 ถือได้ว่าเป็นจุดนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างธุรกิจที่ผู้ค้าปลีกพลาดไม่ได้ ทั้งงานจัดแสดงนวัตกรรมครบวงจรเพื่อผู้ค้าปลีก และงานสัมมนาเพื่อการต่อยอดธุรกิจอีกมากมาย สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่…วันที่ 19 – 21 กันยายน 2561 ณ อาคาร 3 และ 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งาน RetailEX ASEAN 2018 จัดโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับ แคลเรียน อีเว้นท์ และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และได้รับความสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB  เพื่อรวบรวมผู้ประกอบการจากด้านต่าง ๆ อาทิ

  • การบริการ นวัตกรรม และสินค้า
  • รวมถึงการสัมมนาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดและเทคโนโลยีสำหรับผู้ค้าปลีก โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายแขนง เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่อยู่ในธุรกิจการค้าปลีก
  • ตลอดทั้งสามวันไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมชมงาน

ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและก้าวหน้า ทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก ธุรกิจการค้าปลีกจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการตลาดในยุคใหม่  งาน RetailEX ASEAN 2018 มุ่งมั่นในการยกระดับธุรกิจการค้าปลีกในไทย พร้อมนำเสนอไฮไลท์ภายในงานที่พลาดไม่ได้ ได้แก่

  • โชว์เคสแนวคิดการออกแบบร้านค้าใหม่ล่าสุด เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
  • การแสดงเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบบริการตนเอง อาทิ
    • บูธถ่ายรูป (Photo Booths)
    • ตู้ชาร์จโทรศัพท์มือถือ
    • อุปกรณ์ซักรีดแบบดูแลตัวเอง
    • ทั้งยังมีการเปิดตัวรางวัลใหม่ล่าสุดเพื่อยกย่องผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกที่ดีที่สุดในอาเซียน
    • และโปรแกรมบริการจับคู่เจรจาธุรกิจ ที่จะมีบริการผู้ช่วยส่วนตัวในการติดต่อระหว่างผู้ซื้อระดับภูมิภาคและท้องถิ่น กับผู้จัดแสดงสินค้าและผู้สนับสนุนการจัดงาน
    • นอกจากนี้ยังมีโซนใหม่ภายในงานรีเทลเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพโซน กับ RetailEX Elevator Pitch ที่จะให้ 10 โครงการสตาร์ทอัพ ได้มีเวลา 2 นาทีในการนำเสนอไอเดียให้แก่นักลงทุนชั้นนำ 10 ราย

งาน RetailEX ASEAN ยังคงเป็นงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจการค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 70 แบรนด์ และผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 4,000 ราย ซึ่งงาน RetailEX ASEAN สามารถตอบสนองการพัฒนา และเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคได้อย่างครบวงจร

มั่นใจว่า การจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจของ สสปน.ในการใช้งานแสดงสินค้าและการประชุมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และพันธมิตรต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นเวทีแสดงสินค้าสำคัญของอาเซียน ดังนั้นสสปน.จึงจัดให้มีแคมเปญสนับสนุนทั้งผู้จัดงานแสดงสินค้า ผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงาน ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับรีเทลเอ็กซ์ อาเซียน 2018อย่างแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว “Nokia 6.1 Plus” สมาร์ทโฟนจอใหญ่ไร้ขอบ พร้อมสมรรถนะอัดแน่นเพื่อผู้ใช้งาน

Published

on

เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกีย ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Nokia 6.1 Plus ที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นด้วยความสามารถในการทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยในการสร้างคอนเทนต์ของคุณ Nokia 6.1 Plus เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Android One

โนเกีย มุ่งมั่นเดินหน้าทำการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้เรามุ่งเน้นในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับโลก เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าของโนเกีย อาทิ

  • การส่งสมาร์ทโฟนโนเกียเข้าร่วมโปรแกรม Android One จาก Google เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานเพียวแอนดรอยด์ ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และอัปเดตก่อนใคร
  • นอกจากนั้นยังร่วมมือกับพันธมิตรอื่น ๆ ในการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง
  • และการขยายช่องทางในการจัดจำหน่ายไปยังออนไลน์โดยได้ร่วมมือกับ Shopee และ JD Central เพื่อเปิด Nokia Official Shop บนแพล็ตฟอร์มออนไลน์
  • สำหรับช่องทางในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ยังคงมุ่งเน้นการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โนเกียที่มีความสามารถในการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการบอกเล่าเรื่องราวหรือสร้างคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยช่องทางในการสื่อสารยังคงทำควบคู่ไปทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

Nokia 6.1 Plus

  • โดดเด่นด้วยหน้าจอไร้ขอบและประสิทธิภาพในการใช้งาน
  • มอบประสบการณ์การใช้งาน แบบเต็มจอในขนาดที่จับถนัดมือ ด้วยสัดส่วนแสดงผล 19:9 บนหน้าจอ 5.8 นิ้ว
  • จอแสดงผลแบบ Full HD+ พร้อมค่า Color Gamut 96%
  • มาพร้อมกระจก Gorilla® Glass จาก Corning® ทรงโค้ง
  • และใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 636 รุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่จาก Qualcomm ซึ่งประมวลผลได้รวดเร็วกว่ารุ่นที่แล้วถึง 40% ทำให้สามารถเล่นเกมและใช้งานสตรีมได้แบบไม่มีสะดุด
  • ระบบการใช้งานแบตเตอรี่ที่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการฟังเพลง และรับชมวิดีโอได้ยาวนานขึ้นด้วย ด้วยฮาร์ดแวร์สมรรถนะสูงกับ USB Type-C ที่รองรับระบบ Fast Charging

  • กล้องหลังคู่16/5 MP ช่วยเก็บรายละเอียดภาพให้มีความคมชัดเหนือระดับ และโหมด HDR ช่วยทำให้ภาพมีชีวิตชีวาด้วยสีสัน เด่นชัดในทุกรายละเอียด
  • และเทคโนโลยี Depth Sensor ทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ราวกับมืออาชีพ เมื่อใช้ Bokeh Effect ซึ่งสามารถปรับแก้ให้สวยงามยิ่งขึ้นในภายหลังได้
  • และเก็บภาพเซลฟี่ความละเอียดสูงได้ด้วยกล้องหน้า 16 MP พร้อมโหมด Bothie ที่ทำให้ถ่ายภาพจากกล้องหน้า และกล้องหลังได้พร้อมกัน มีเทคโนโลยี AI ช่วยปรับภาพให้สวยงามขึ้นโดยอัตโนมัติเป็นครั้งแรกในโลก
  • ยังสามารถแชร์ภาพ Bothie จากทั้งสองฝั่งของกล้อง ลงในโซเดียลมีเดีย ผ่านการสตรีมแบบสด ๆ ได้ โดยใช้ฟีเจอร์ Dual-Sight
  • และยังมีระบบปรับปรุงภาพอัตโนมัติ ที่ทำให้เรื่องราวของคุณมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ด้วยฟิลเตอร์สนุก ๆ สติกเกอร์หน้ากาก และภาพสามมิติ เสริมด้วยระบบแสงสำหรับถ่ายภาพ Portrait
  • ระบบปฏิบัติการ Android Oreo™ ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดต่าง ๆ ได้ทันที เช่น Google Lens, Picture-in-Picture และ Google Play Instant
  • และ Nokia 6.1 Plus ยังพร้อมสำหรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android Pie อีกด้วย
  • มี 3 สีให้เลือกได้แก่ สีดำ (Gloss Black) , สีขาว (Gloss White) , สีน้ำเงินเข้ม (Gloss Midnight Blue)

ระบบปฏิบัติการเพียวแอนดรอยด์จาก Android One ออกแบบโดย Google ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัย ปลอดภัย ให้กับผู้ใช้งานทุกคน ทำให้ Nokia 6.1 Plus ได้รับการการอัปเดตอยู่เสมอ มีทุกเดือนตลอดเวลาสามปี และการรับประกันว่าจะมีการอัปเดตระบบปฏิบัติการทันทีที่มีการเปิดให้ใช้งานตลอดเวลาสองปี

และคุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลและแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแอปที่ติดตั้งมากับเครื่องนั้นมีจำนวนน้อย นอกจากนั้นคุณยังจะได้ใช้บริการใหม่ล่าสุดจาก Google ที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยก่อนใครเสมอ เช่น Google Assistant และ Google Photos พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลภาพความละเอียดสูงแบบไม่จำกัดและไม่มีค่าใช้จ่าย

การจัดจำหน่าย

เริ่มจัดจำหน่ายภายในเดือนกันยายน ในราคา 8,990 บาท ที่ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือโนเกียทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!