Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ฟูจิฟิล์ม รุกตลาดกล้องมิลเลอร์เลส เปิดตัว X-E3 เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

Published

on

บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล ต่อยอดความสำเร็จในรุ่น X-A3 ล่าสุดจากฟูจิฟิล์ม และเพื่อการสร้างฐานการตลาดขยายใหญ่ยิ่งขึ้น ฟูจิฟิล์มได้เปิดตัวกล้องดิจิตอลระดับ Middle Segment กล้อง X-E3  ในคอนเซ็ปท์ “Minimalism” เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลการถ่ายภาพ ในดีไซน์แบบ rangefinder style ที่ให้คุณภาพไฟล์ตามปรัชญาของบริษัทคือ “The No. 1 of image quality”

ซึ่งนับเป็นแฟลกชิพโมเดลรุ่นล่าสุด

  • โดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III และ X Processor Pro 
  • พร้อมความละเอียดสูงถึง 24.3 ล้านพิกเซล
  • ออโต้โฟกัสความเร็วสูง ที่จับภาพเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี
  • รองรับการถ่ายวิดีโอ ระดับ 4K
  • จอภาพแบบทัชกรีน
  • สามารถเชื่อมต่อภาพแบบ Bluetooth
  • ในบอดี้สวยหรู คลาสสิก มีระดับ
  • ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีรูปทรง classic retro สามารถพกพาไปได้ทุกที่
  • และให้คุณภาพไฟล์ภาพที่สวยที่สุด

เป็นกล้องที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่หลงใหลการถ่ายภาพ พร้อมคุณภาพที่ยอดเยี่ยม โดยเตรียมแผนการตลาดโฆษณาและประชาสัมพันธ์แบบ Total Communication เพื่อสร้างการรับรู้  และสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย  เตรียมใช้งบการตลาดกว่า 50  ล้านบาท หวังดันมาร์เกตแชร์เป็น 40% ในสิ้นปี 2560 นี้

This slideshow requires JavaScript.

นายซึโตมุ วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า  “ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิลเลอร์เลสจาก กล้องในตระกูล  X-Series และทุก Lineup ของผลิตภัณฑ์ที่เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยได้รับความนิยมในตลาดโดยเฉพาะกล้องในระดับ Beginner ในรุ่นของ X-A2 และต่อเนื่องมายังรุ่น X-A3 และในปีนี้ เราได้มองเป้าหมายขยายตลาดของกลุ่ม Middle Segment เพิ่มขึ้น โดยจากการทำวิจัยตลาด พบว่า มีกลุ่มผู้ใช้กล้องในกลุ่มของ Beginner คือ  X-A series ได้ Step up มาสู่กลุ่ม Middle Segment ซึ่งกลุ่มนี้ คือกลุ่มไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ มีความหลงใหลการถ่ายภาพ มีเอกลักษณ์ในการถ่ายภาพของตนเอง ชอบกล้องระดับพรีเมี่ยม ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีรูปทรง classic retro

ล่าสุด ฟูจิฟิล์มได้ทำการเปิดตัวกล้องระดับ Middle Segment คือ X-E3 เป็นกล้องในระดับพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี ภายใต้แนวคิด คือ “Minimalism” ที่จะให้ความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของและสนุกกับการถ่ายภาพ” (A pleasure to own and fun to shoot with) ซึ่งกล้อง X-E3 จะทำให้คุณได้สนุกกับการถ่ายภาพ พร้อมกับประสิทธิภาพที่ดีของกล้อง ที่ให้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม

ปีนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังคงเป็นผู้นำตลาดกล้องมิลเลอร์เลส ครองมาร์เกตแชร์ถึง 37% (ข้อมูล จาก GFK) ซึ่งทางบริษัทฯ หวังว่า การเปิดตัวกล้องดิจิตอลของ ฟูจิฟิล์ม X-E3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จะได้รับความสำเร็จอย่างดี และจะสร้างปรากฏการณ์การตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในกลุ่ม Middle segment เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ตามปรัชญาของฟูจิฟิล์ม “คุณภาพไฟล์ภาพเป็นอันดับ 1” (The No.1 Image Quality) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมแผนการตลาดแบบ Total Communication ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย  ผ่านทางสื่อต่าง ๆ อย่างครบวงจร  เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้า”

และในครึ่งปีหลังนี้ ฟูจิฟิล์มได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส เพิ่มขึ้นเป็น 40% แม้ว่าการแข่งขันด้านราคาของกล้องมิลเลอร์เลสจะรุนแรงและการนำเสนอกล้องรุ่นใหม่จากคู่แข่งขัน  แต่ด้วยทิศทางของกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมุ่งเน้นในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมกับนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของกล้องระดับ Middle segment X-E3 นี้ หลังจากได้ทำวิจัยด้านการตลาดพบว่า กลุมคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปีทั้งชายและหญิง คือกลุ่มลูกค้าหลักของฟูจิฟิล์ม เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายนี้ชอบ ในดีไซน์ แบบ classic retro อันเป็น DNA ของฟูจิฟิล์ม สามารถพกพาไปได้ทุกที่ พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเสมอ เพื่อให้คุณภาพไฟล์ที่สวยโดนใจ โดยเฉพาะโทนสีผิวที่ถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ และมีเลนส์ให้เลือกใช้ได้หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการถ่ายภาพได้สมบรูณ์แบบ

นอกจากนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังได้รับเกียรติจากช่างภาพ คุณชลิต ผดุงชีพ และ คุณมหาลาภ ตรีเดชโยธิน  ซึ่งเป็น X Photographer ของประเทศไทย มาร่วมแชร์ประสบการณ์และแสดงผลงานการถ่ายภาพจาก กล้อง X-E3 พร้อมนำเสนอผลงาน Photo Gallery อีกด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดราคา OPPO R17 Pro พร้อมโปรฯ พิเศษเหลือไม่ถึง 10,000 เผยบทสัมภาษณ์ผู้สร้าง Super VOOC Flash Charge

Published

on

OPPO เปิดตัวมือถือรุ่นล่าสุด OPPO R17 Pro ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่าง #SuperVOOC ชาร์จแรง ชาร์จไว 10 นาที แบตฯ 40% (ที่มาครั้งแรกบนรุ่น Oppo Find x Automobili Lamborghini edition) และจุดเด่นพิเศษอย่างกล้องหลังที่จัดเต็มด้วยค่า F ต่ำสุด 1.5 เลยทีเดียว !!

สเปค

  • CPU Snapdragon 710 Octa-Core 2.2 GHz GPU Adreno 616
  • ระบบปฎิบัติการ ColorOS 5.2 บน Android 8.1
  • Ram 8 GB + Rom 128 GB (ไม่มีช่องใส่ microSD)
  • กล้องหลัง 12 ล้าน F1.5 + 20 ล้าน F2.6 + กล้องถ่าย 3 มิติ TOF มาพร้อม OIS ระบบกันสั่น
  • กล้องหน้า 25 ล้าน F2.0 ใช้ Sensor Sony IMX 576
  • แบตเตอรี่ 3700 mAh มาพร้อมระบบ Super VOOC Flash Charge
  • ระบบเชื่อมต่อ WLAN 802.11 a/b/g/n/ac Bluetooth 5.0, NFC, Type-C USB 3.1
  • เชื่อมต่อ 4G / 4G+: TD-LTE, LTE FDD;
    • 3G WCDMA, TD-SCDMA, CDMA2000
    • 2G: GSM, CDMA
  • ใส่ได้ 2 nano sim
  • มาพร้อมระบบ Hidden Fingerprint Unlock (ปลดล็อคผ่านหน้าจอ) / Face Unlock

ทดสอบการถ่ายภาพ

จุดเด่นของ OPPO R17 Pro คือด้านกล้อง ที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว 12 ล้าน F1.5/2.4 + 20 ล้าน F2.0 และกล้อง TOF สำหรับถ่ายภาพ 3 มิติสุดล้ำ มีระบบอินฟาเรดเพื่อการจับภาพวัตถุระยะไกล พร้อมโหมดถ่ายภาพกลางคืนจัดเต็มด้วย Ultra Night Mode ถ่ายกลางคืนดีมาก ๆ และกล้องหน้าจัดหนัก 25 ล้าน ถ่าย Selfie สวยงาม ก็ถือได้ว่าค่อนข้างตอบโจทย์คนชอบถ่ายภาพจริง ๆ สำหรับมือถือตัวนี้

ราคาและโปรโมชันพิเศษ

ปิดท้ายด้วยราคา 24,990 บาท ใครจองรับของแถมรวมมูลค่า 9,200 บาทดังนี้

  • OPPO VIP Card ประกันหน้าจอแตก เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง
  • OPPO Tripod ขาตั้งกล้องมือถือจัดเต็ม

และพิเศษสุด สำหรับการซื้อผ่าน Operator + โปรฯ ลดจัดหนักเหลือเพียง 9,990 บาทเท่านั้น (ยังไม่เปิดเผยโปรฯ ที่ต้องจ่าย)

ซึ่ง OPPO R17 Pro จะเปิดให้จองวันที่ 17 – 30 พฤศจิกายนนี้

สัมภาษณ์ Engineer จาก OPPO China เรื่อง SUPER VOOC Flash Charge

ปัจจุบันคิดว่ายังเร็วที่สุดไหม สำหรับ SUPER VOOC Flash Charge

มั่นใจว่าเร็วที่สุด ด้วยพลังไฟชาร์จ 50 W ซึ่งสูงที่สุด และใช้ระบบการแบ่งแบตเตอรี่เป็น 2 ก้อน จึงมั่นใจได้ว่าชาร์จแล้วแบตฯ ไม่ร้อน และชาร์จได้ไวกว่ามือถือทุกรุ่นในปัจจุบัน

ชาร์จ 10 นาทีแบตฯ ขึ้นมาสูงสุด 40% ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเจ้าไหนสามารถทำได้

ในอนาคจจะมีการพัฒนาการชาร์จที่ไวกว่า Super VOOC Flash Charge หรือไม่?

มีแน่นอน โดยทีมงานกำลังพัฒนาเพื่อใช้กับมือถือรุ่นถัดไปในอนาคต แต่จะเป็นรุ่นไหนทางเราขอยังไม่เปิดเผย

และในอนาคตจะมีการนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ นอกจากมือถือของ OPPO หรือไม่?

เรื่องเทคโนโลยี Super VOOC นี้สามารถใช้งานกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แต่ยังไม่มีแผนในอนาคตว่าจะมีการนำไปใช้กับอะไร และปัจจุบันมี SuperVOOC ที่เป็น Powerbank มีอยู่ในจีนแล้ว แต่อาจจะมีโอกาสมาไทยได้

มีแผนการทำแบตเตอรี่รูปแบบใหม่นอกเหนือจาก Lithum ion หรือไม่?

ซึ่งปัจจุบันมองวัตถุดิบอื่น ๆ ที่จะมาทำเช่นกัน โดยกำลังทดสอบและวิเคราะห์อยู่ ถ้าได้ผลดีก็จะนำมาใช้แทนลิเทียมไอออน

ทำไมนำเอา SuperVOOC มาใช้กับ R17Pro เป็นรุ่นที่ 2 ถัดจาก Find X ?

เป็นแนวทางของ Product ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้ Super Charge Fast Charge เข้ามามากขึ้นในหลากหลายแบรนด์ และ R Series นี้เป็น 1 ในมือถือรุ่นที่นิยมที่สุด โดย Series Find นั้นถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มาพร้อมการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ และได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้งานบน R 17 Pro เป็นรุ่นถัดไป

และในตระกูล A Series ยังตอบไม่ได้ว่าจะมี SuperVOOC หรือไม่ แต่ VOOC อาจจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

ทำไมนำเอา Super VOOC Flash Charge  มาใช้ในปีนี้ เพราะตัวเทคโนโลยีได้เปิดตัวมากว่า 2 ปีแล้ว

เพราะ ณ ช่วงนั้นตั้งใจที่จะนำเอาลง Find X อยู่แล้ว จึงได้รอเทคโนโลยีอื่น ๆ ทุกอย่างเข้ามารวมกันกลายเป็น OPPO Find X ในปัจจุบัน

ถ้าใช้สายชาร์จอื่น ๆ มาใช้กับ Super VOOC Flash Charge จะเป็นอย่างไร?

ถ้าใช้สายชาร์จ VOOC มาใช้กับ เครื่องรองรับ SuperVOOC จะกลายเป็นการชาร์จปกติ ถ้าใช้ SuperVOOC ชาร์จ USB-PD จะเป็นการชาร์จแบบปกติ แต่กำลังพัฒนาให้สามารถทำ Super VOOC ได้

การใช้แบต 2 ก้อนจะทำให้ Cycle แบตฯ ลดหรือไม่?

ไม่ลด ยังคงมีอายุการใช้งาน 1 ปีเท่ากัน และการเปลี่ยนแบตฯ นั้นจะถูกนับเป็น 1 ก้อนเช่นกัน ไม่สามารถเปลี่ยนแยกได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

แกะกล่อง New iPad Pro 2018 จาก Apple Store สาขา IconSiam

Published

on

ช่วงหัวค่ำของวันนี้ 14 พ.ย. 2561 ระหว่างเข้าคลาสที่จองไว้ก่อนหน้านี้ “Photo Lab : สร้างช็อตสุดเพอร์เฟ็กต์กับ Chase Jarvis” ทั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้มาสอนด้วยตัวเอง แต่ถูกถ่ายทอดบทเรียนจากคุณ Chase Jarvis ผ่านน้องตาโต สาวน้อยหน้าใส ดีกรีปริญญาตรีจากรั้วจามจุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง สนุกสนาน แต่แล้วความสนใจของผมก็ถูกดึง (เสียสมาธิ) ด้วยประโยคสั้นๆ โดนใจที่ว่า “วันนี้ iPad Pro รับเครื่องได้แล้วนะครับ” เอาหละสิ 555 จัดไม่จัดดี ลังเล เพราะผมเองก็มีโปรแกรม trade-in (โปรแกรมนำเครื่องเก่า แลกเครื่องใหม่) ค้างอยู่กับ Apple ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ (ไว้มาเขียนเล่าให้อ่านกันครับ) ถ้าได้มาก็ว่าจะนำมาเป็นส่วนลดในการซื้อเครื่อง แต่แล้ว … ก็ลองกดเข้าไปดูใน App Apple Store มีเครื่องพร้อมระบุรับเครื่องได้ที่ Apple Store IconSiam นั่นไง ภาพตัดเครื่องก็มาวางอยู่ตรงหน้า ให้ได้มาถ่ายภาพให้เพื่อนๆ ได้ชมกันแล้ว ปล. iPad รุ่นล่าสุดของผมก็คือ iPad Air 2 ใช้มานานปี ได้เวลาเปลี่ยนใหม่เสียที

ผมเลือกรุ่น 11 นิ้ว ไวไฟ ความจุ 256GB สีเทา มาถึงบ้านก็แกะกล่องถ่ายรูป เปิดเครื่องเพื่อลงโปรแกรม ความฟินก็ตรงที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล์อะไรให้วุ่นวาย เพราะช่วงหลังมานี้ Apple ทำให้เรา Setup ง่ายขึ้น ด้วยการนำ iPhone ที่อยู่ใกล้เคียงของเรามาอยู่ข้างๆ เอากล้องไอโฟนส่องที่หน้าจอ iPad ระบบก็จะจัดการให้ต่อเอง โดยที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลใดใดให้วุ่นวาย

ประสบการณ์แรกสัมผัสคือดีย์ จอภาพ Liquid Retina คมขนลุก คือดี การที่หน้าจอติดขอบแล้วจอใหญ่ดีแบบนี้นี่เอง ประสบการณ์ด้านอื่นยังไม่ได้ลอง ไปชมภาพมุมต่างๆ ของเครื่องกันครับ


 
https://www.apple.com/th/trade-in/

https://www.apple.com/th/ipad-pro/

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว JBL LINK ลำโพงไร้สายอัจฉริยะในไทย สั่งงาน Google Assistant ได้ ฟังเพลงไม่ต้องต่อมือถือ!

Published

on

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ผู้นำเข้าเครื่องเสียงแบรนด์ JBL เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล JBL LINK ที่เป็นลำโพงอัจฉริยะ สามารถเชื่อมต่อกับ WiFi ได้ พร้อมใช้งาน Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะของกูเกิ้ล ซึ่ง JBL LINK น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน Google Assistant ชุดแรกๆ ที่ขายในไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 5 รุ่น ตั้งแต่ลำโพงรุ่นเล็ก จนถึงลำโพงที่มาพร้อมหน้าจอ

JBL Link มีด้วยกัน 5 รุ่น

  • JBL LINK 10 ลำโพงตัวเล็กที่สุดในตระกูล ใช้งานได้ 5 ชั่วโมง กำลังขับ 10 W 4,990 บาท 
  • JBL LINK 20 ลำโพงขนาดย่อม ตัวสูงกว่า LINK 10 ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง กำลังขับ 20 W 6,990 บาท 
  • JBL LINK 300 ลำโพงขนาดกลางสำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 50 W 9,990 บาท
  • JBL LINK 500 ลำโพงขนาดใหญ่สำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 60 W 13,900 บาท
  • JBL LINK View ลำโพงรุ่นพิเศษที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสเพื่อดูข้อมูล หรือแสดงข้อมูลที่ Google Assistant หามา จะขายเร็วๆ นี้ ในเดือนธันวาคม ราคายังไม่ประกาศ

นอกจากนี้ JBL ยังมีลำโพงรุ่น Control Xtreme ตัวใหญ่พิเศษสำหรับใช้ในงาน Party ด้วย ซึ่งลำโพงตัวนี้ก็เชื่อม Wifi ได้เหมือนกัน

จุดเด่นของลำโพง WiFi ที่แตกต่างจากลำโพง Bluetooth ทั่วไป

แม้ว่า JBL LINK จะสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ตามปกติได้ แต่การที่มันเชื่อม WiFi ได้นั้นมันเจ๋งกว่าการต่อ Bluetooth ทั่วไปเยอะ โดยเฉพาะสำหรับนักฟังเพลง เมื่อใช้กับบริการที่รองรับ Chromecast Audio อย่าง Spotify ตัวลำโพงจะสามารถดึงเพลงต้นฉบับจาก Server มาเปิดให้ฟังโดยตรงได้เลย ไม่ต้องดึงผ่านโทรศัพท์ แล้วส่งผ่านมาถึงลำโพงผ่าน Bluetooth อีกทีเหมือนลำโพงทั่วไป ทำให้คุณภาพเสียงดีกว่าเพราะไม่มีการบีบอัดเสียงซ้ำ นอกจากนี้พวกเสียง Noti หรือเสียงรบกวนต่างๆ จากโทรศัพท์มือถือจะไม่ไปดังที่ลำโพงให้กวนใจด้วย ให้มันดังอยู่ที่สมาร์ทโฟนก็พอ

Google Assistant ทำอะไรได้บ้าง

JBL LINK View

Google นั้นเติบโตเร็วมากในกลุ่มลำโพงอัจฉริยะ เมื่อเปิดตัว Google Assistant ก็แย่งส่วนแบ่ง Amazon ที่ทำ Alexa มาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในไทยจะยังไม่สามารถใช้ Google Assistant บนอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยคำสั่งเสียงภาษาไทยได้ (ส่วนบนมือถือใช้ภาษาไทยได้แล้ว) แต่เราก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษสำเนียงไทยๆ ของเรานี่แหละเพื่อสั่งงานต่างๆ ได้ เช่นพูดว่า Good Morning เพื่อให้มันเปิดไฟ ปิดแอร์ เล่าข่าวตอนเช้าให้ฟัง หรือพูด Broadcast เพื่อกระจายเสียงของเราไปทั่วบ้านผ่านทุกลำโพงที่เชื่อม Google Assistant อยู่

ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ Google Assistant ได้นั้นมีหลากหลายมากครับ เช่นหลอดไฟ Phlips Hue ก็เชื่อมเพื่อเปลี่ยนสีสันหรือควมคุมระดับแสงไฟในห้องได้ หรือกล้องวงจรปิดจาก Nest ก็เชื่อมเพื่อส่งภาพมาดูในทีวีได้ หรือการควบคุมแอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้รีโมทก็จะมีตัวสั่งงานโดยการยิงแสง IR เข้าไปที่แอร์เพื่อควบคุมระยะเวลาการปิด-เปิดได้ ลองดูในวิดีโอสาธิตการใช้ Google Assistant ร่วมกับ JBL Link นี้น่าจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ

นอกจากนี้ JBL ยังออกหูฟังชุดใหม่ที่มี Google Assistant ในตัวคือสามารถแตะที่หูฟังเพื่อสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวได้เลย เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวติดหูไปด้วย

  • JBL Everest 110GA หูฟังแบบ in-ear ฟังได้ 8 ชั่วโมง ราคา 3,990 บาท
  • JBL Everest 310GA หูฟังแบบทับหู ฟังได้ 20 ชั่วโมง ราคา 7,990 บาท
  • JBL Everest 710GA หูฟังแบบครอบหู ฟังได้ 25 ชั่วโมง ราคา 9,990 บาท

JBL Everest 710GA

ก็ติดตามรีวิว JBL LINK จากแบไต๋ได้เร็วๆ นี้ครับ ว่าจะสั่งงานดี เสียงดี น่าใช้แค่ไหน

หนุ่ย พงศ์สุขและพัชรวดี ว่องปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ.มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!