Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว World Cyber Games 2018 กลับมาจัดครั้งนี้ที่ประเทศไทย!

Published

on

13 ธันวาคม 2560 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ มีงานแถลงข่าวเปิดตัว “World Cyber Games 2018” ซึ่งงาน “World Cyber Game” คืองานแข่งขันเกมระดับโลก และ WCG 2018 จะจัดที่ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 เมษายน ถึง 29 เมษายน 2018

คุณค็อน ฮ็อกบิน ประธานกรรมการบริหาร World Cyber Games ได้กล่าวว่า WCG นั้นจัดมานานเป็นระยะเวลา  10 ปี เริ่มต้นที่เกาหลีใต้ โดยมีเป้าหมายที่ไม่ใช่แค่การแข่งขันเกมธรรมดา แต่เป็นมหกรรมระดับโลกที่เชื่อมบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกวัฒนธรรมเข้าด้วยกันเหมือนกับการแข่งขันกีฬาจริงๆ ทำให้ทลายกำแพงความคิดของคนทั่วๆ ไป ที่มักจะมองว่าเกมต้องอยู่คู่กับเด็กๆ และวัยรุ่นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากการแข่งขัน WCG ในปี 2013 ที่เมือง Kunshan ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สิ้นสุดลง การจัดการแข่งขัน WCG ได้เว้นการจัดไปยาวนานถึง 4 ปี  ทางบริษัท Smilegate Holding ได้สิทธิในการจัดการแข่งขันอีกครั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายที่ต้องการผสมผสานระหว่างเกม เทคโนโลยีและดนตรีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเริ่มงานที่กรุงเทพตั้งแต่ 26 เมษายน ถึง 29 เมษายน ภายใต้ธีม “Global E-sports Festival for a Better World”

ทางด้าน TCEB (Thailand Convention & Exhibition Bureau) ได้กล่าวว่า งาน WCG2018 นอกจากเป็นการแข่งขัน  E-sports แล้วยังเป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและแสดงศักยภาพการเป็นเจ้าภาพงานขนาดใหญ่ระดับนานาชาติของประเทศไทยที่มีความพร้อมสูง

คุณ เกลลูม แพทรี่ อดีตผู้แข่งขันเกมระดับมืออาชีพ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาการจัดการแข่งขัน WCG 2018 กล่าวว่า WCG นั้นมีการนำเสนอวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ และมีความร่วมมือกัน จนทำให้ลืมว่าเป็นการแข่งขันเอาชัยชนะ แต่เป็นการสร้างคอนเนกชั่นอย่างแท้จริง เขารู้สึกดีใจที่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งนี้ โดยงานในปี 2018 นี้ประกอบด้วยในส่วนของ Super Arena ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแข่งขัน E-sports แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Master และ Premium ซึ่งในระดับ Master นั้นจะเป็นการแข่งขันเกมต่างๆ ที่รู้จักกันทั่วไป โดยครั้งนี้จะนำเกม DOTA 2, CS:GO และ Heroes of Newerth (HON) มาแข่งขันในระดับ Master ในส่วนของเกมอื่นๆ จะมีการอัพเดตเพิ่มเติมในอนาคต

 

ส่วนที่ 2 คือโซน New Horizons จะเป็นการแสดงนวัตกรรมล้ำยุคล้ำสมัย แสดงถึงโลกยุค Digital ที่ไร้ขีดจำกัด เช่นการประยุกต์ใช้ VR และ Drones กับเกม โดยมีการสนับสนุนโดย DJI Drones และมีทัวร์นาเมนท์การแข่งขัน Drone Champions League (DCL) อีกด้วย อีกทั้งยังมี HTC Vive เป็น Partner ด้วย

ส่วนที่ 3 เป็นโซน Festival เป็นการแสดงงานดนตรี ศิลปวัฒนธรรมชาติต่างๆ เชิง Digital และได้พบกับทีมงาน Cosplay “Spiral Cats” รวมถึงดีเจชื่อดัง Steve Aoki จะมาจัดคอนเสิร์ตด้วย และมีกิจกรรมจาก Partner คือ “TED Talks” ซึ่งจะมีการพูดถึงในเรื่องของการพัฒนา E-sports และทิศทางใหม่ๆ ของเทคโนโลยีในอนาคต 

ส่วนสุดท้ายจะเป็นโซน Fan Stadium ซึ่งเป็นโซนนิทรรศการ

นอกจากนี้ยังมี “คุณปู ไปรยา ลุนด์เบิก หรือไปรยา สวนดอกไม้” ดารา นักแสดงนางแบบชื่อดังของไทย เป็น Ambassador ให้กับ WGC 2018 ด้วย

สำหรับทีมที่จะเข้าแข่งขันมีการ Invite มาแล้ว แต่อนาคตอาจจะมีการคัดเลือกคนไทยเข้ามาแข่งเพิ่มด้วย สำหรับใครหรือหน่วยงานไหนที่สนใจอยากเป็น Partner กับงานนี้ก็สามารถติดต่อทางงานเพื่อเป็น Partner ได้ 

WCG 2018 จะมีขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 26 – 29 เมษายน 2018 หากท่านต้องการข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติม ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.wcg.com 

เกี่ยวกับ WCG 

WCG ถือได้ว่าเป็นมหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ต ซึ่งมุ่งหวังในการสร้างโลกที่สวยงามและน่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นจุดศูนย์ กลางในการรวมตัวกันระหว่างคนหลากยุค หลากสมัย จากนานาประเทศ ที่มารวมกัน มีความสุขและก้าวผ่านความบันเทิงร่วมกันในบรรยา กาศของการแข่งขันเกมในโลกดิจิทัล ซึ่งการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ใหญ่เพื่อยกระดับ จากการแข่งขันอีสปอร์ต เป็นมหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก มีส่วนช่วยในการหลอมรวมโลกทั้งใบให้มาอยู่ใกล้กัน แชร์ความสุข ร่วมกัน ผ่านสังคมเกมยุคดิจิทัล

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
 

ข่าวไอทีในประเทศ

ธรรมดาที่ไหน สำนักพิมพ์ SALMON-BUN จับมือ MINIMORE ทำหนังสือให้อ่านบนมือถือ แบบไม่ใช่ e-book!

Published

on

หนึ่งในปัญหาที่ทำให้ e-book ทั่วโลกไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรคือการทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่ในรูปแบบของหนังสือเล่มมากเกินไป ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการอ่านบนหน้าจอเล็กๆ อย่างสมาร์ทโฟน (e-book เหมาะสำหรับการอ่านบนแท็บเล็ตเท่านั้น) แต่ SALMON-BUN และ MINIMORE เข้าใจปัญหาในจุดนี้ดี จึงพัฒนาแอปอ่านหนังสือในเครือของบริษัทที่สามารถอ่านได้ดีแม้อยู่บนสมาร์ทโฟน

จุดเด่นของแอป SALMON. และ BUNBOOKS คือหนังสือจะถูกจัดให้เหมาะสำหรับการอ่านบนหน้าสมาร์ทโฟน คือ 1 บทของหนังสือจะอยู่ในหน้าเดียว แล้วไถตามยาวลงไปอ่านเรื่อยๆ เหมือนอ่านหน้าเว็บ พอจบบทก็ปัดขวาเพื่ออ่านบทต่อไป ซึ่งภายในแต่ละบทก็มีภาพประกอบที่จัดรูปแบบเหมือนอ่านเว็บมือถือ (รูปอยู่ตรงกลางคั่นระหว่างย่อหน้า) ไม่ได้จัดรูปชิดซ้าย-ขวาเหมือนหนังสือ ทำให้เหมาะสำหรับจอที่มีขนาดเล็ก แถมยังมีไฟล์สื่อต่างๆ ประกอบเข้าไปและปุ่มสารบัญที่ใช้ง่ายด้วย

ปฏิกาล ภาคกาย บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แซลมอน

ปฏิกาล ภาคกาย บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แซลมอนกล่าวว่า ทางสำนักพิมพ์แซลมอนร่วมมือกับมินิมอร์ จัดทำแอปพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา เพราะคิดว่าการอ่านทุกวันนี้มีหลากหลายช่องทาง ด้วยปัจจุบันบุคคลทั่วไปใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต จึงคิดว่าการอ่านในรูปแบบ e-book น่าจะเข้ากับพฤติกรรมการอ่านของคนทุกวันนี้

เราตั้งใจให้ ‘แอปฯพร้อมอ่าน’ ตอบโจทย์ในแง่ของการเข้าถึงเพราะว่ามีนักอ่านหลายต่อหลายคนที่ถามไถ่หนังสือของพวกเราในรูปแบบดิจิทัล และอยากให้เราจัดทำในแบบ e-book เพราะนอกจากจะซื้อได้ง่าย ยังตอบโจทย์เรื่องการอ่านที่ไม่จำเป็นต้องรอส่งหรือเสียค่าจัดส่ง หรือเสียเวลาออกไปหาซื้ออีก หรือเวลาไปเที่ยวไกลๆ ก็คั่นเวลาด้วยการอ่านหนังสือได้ทันที การทำแอปพลิเคชั่นนี้มาก็หวังว่าจะรองรับนักอ่านเหล่านี้ได้ทุกที่ทุกเวลา และความพิเศษอีกอย่างคือเรากำหนดให้ราคาหนังสือในแอปฯ ราคาถูกกว่าหนังสือจริง เพราะเราได้ลดต้นทุนบางส่วนออก เช่น ค่ากระดาษ ค่าขนส่ง ซึ่งราคา e-book จะอยู่ระหว่าง 179-199 บาทต่อเล่ม

ในเฟสแรกของแอพฯ มีหนังสือที่ถูกจัดทำในแบบ e-book มีอยู่ 5 เล่ม คือ

  1. NEW YORK 1ST TIME นิวยอร์กตอนแรกๆ
  2. MOSTLY CLOUDY มีเมฆเป็นส่วนมาก
  3. POWERISM
  4. THAIS IN WORLD HISTORY ผจญไทยในแดนเทศ
  5. ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

ซึ่งหนังสือเหล่านี้ล้วนถูกผู้อ่านถามถึงว่าอยากให้มีเป็น e-book เยอะเป็นพิเศษ และเป็นหนังสือที่ความยาวในแต่ละบทไม่สั้นหรือไม่ยาวเกินไป ทางสำนักพิมพ์เชื่อว่าด้วยความยาวประมาณนี้น่าจะทำให้คนอ่านมีสมาธิ พร้อมเกิดความอยากอ่านเรื่องต่อๆ ไปได้ไม่รู้จบ ​ ซึ่งคิดว่าเหมาะกับการอ่านวันละบทสองบท หรือเปิดเข้าไปอ่านเวลาเครียดๆ ได้

บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แซลมอนกล่าวอีกว่า ปกติหนังสือของสำนักพิมพ์แซลมอนจะมี extra content หรือเนื้อหาเพิ่มเติมจากในหนังสือเล่มอยู่แล้ว ซึ่งให้ผู้อ่านนำโค้ดที่มีอยู่ในหนังสือเข้าไปอ่านบนเว็บไซต์ของทางมินิมอร์ เมื่อมีแอปพลิเคชั่นขึ้นมา เนื้อหาเหล่านั้นก็จะถูกนำมารวมไว้ในแอปฯ โดยอัตโนมัติ และในอนาคตหนังสือบางเล่มก็อาจจะมีรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลายขึ้น อาจมีวิดีโอ รูปภาพ หรือไฟล์เสียงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการอ่าน อย่างหนังสือ  NEW YORK 1ST TIME นิวยอร์กตอนแรกๆ ผู้เขียน เบ๊น ธนชาติ ศิริภัทราชัย ได้กลับมาอ่านหนังสือของตัวเอง แล้วเกิดความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ทางสำนักพิมพ์จึงชวนเขามาบันทึกความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากเรื่องราวในหนังสือจบไป ด้วยการเพิ่มเนื้อหาเหล่านั้นเข้าไปในฉบับ e-book ด้วยรูปแบบไฟล์เสียง

ด้านสำนักพิมพ์บันมีหนังสืออยู่ในเฟสแรกด้วยกัน 4 เล่ม ได้แก่

  1. เราไม่ได้อยู่คนเดียว อยู่คนเดียว
  2. The Boy Who Never Grows: เด็กไม่รู้จักโต
  3. “FAIRYTALES CAN’T TELL EVERYTHING” —เจ้าชาย, ไม่ได้กล่าว
  4. HOW I LIVE MY LIFE

นางสาว ศิษฏา ดาราวลี  (หนุงหนิง) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์บัน

นางสาว ศิษฏา ดาราวลี  (หนุงหนิง) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์บัน บอกถึงเหตุผลที่เลือกหนังสือสี่เล่มนี้ว่า ส่วนหนึ่งเป็น หนังสือใหม่ที่ขายดี หรือถูกถามหาในงานหนังสือบ่อยมาก และมักขาดสต๊อกหรือบางเล่มยังไม่ได้ตีพิมพ์เพิ่มเป็นหนังสือหายาก เลยคิดว่าเอามาทำเป็น e-book จะทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งในอนาคตก็อยากทำให้มีหนังสือทุกเล่มของสำนักพิมพ์ เพราะหลายเล่มอาจจะหาซื้อไม่ได้แล้ว หรือหนังสือมีสภาพเก่ามากจนไม่น่าซื้อแต่เนื้อหาในหนังสือมันอยู่ได้นานกว่านั้น ถ้ามองข้ามเรื่องรูปแบบไป e-book จะทำให้คนเข้าถึงหนังสือที่ตัวเองต้องการได้ ถึงหนังสือเล่มนั้นอาจจะไม่มีขายตามแผงหนังสือแล้วก็ตาม

เราว่า e-book ตอบโจทย์แง่ของความสะดวกในการเข้าถึงหนังสือ สมมติเกิดอยากอ่านหนังสือขึ้นมาเล่มนึง ถ้าปกติก็ต้องไปซื้อที่ร้าน หรือสั่งออนไลน์ ซึ่งมันต้องรอการจัดส่งเราอาจจะเลิกอยากอ่านแล้ว แต่ถ้าคิดแล้วซื้อ อ่านได้เลยจบในมือถือ ทุกอย่างมันก็ง่ายขึ้น ถึงในไทย e-book อาจจะไม่ได้เติบโตเท่าที่ควร อาจเพราะจริงๆ e-book ก็ไม่ได้เหมาะกับการอ่านในมือถือขนาดนั้น แต่ในขณะเดียวกัน e-book ก็ตอบโจทย์คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีเวลาออกไปหาซื้อ หรือหนังสือเล่มนั้นไม่ได้มีตีพิมพ์แล้ว หรือคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งเรามองว่าการจัดทำ e-book ขึ้นมาของทั้งสองสำนักพิมพ์คือการตอบโจทย์ในส่วนนี้ และความท้าทายของมันคือการพัฒนารูปแบบอย่างไรให้  e-book ของสำนักพิมพ์ตอบโจทย์การอ่านบนหน้าจอได้มากที่สุด

นาย ปฏิญญา เสงี่ยมจิตร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท มินิมอร์ จำกัด

นาย ปฏิญญา เสงี่ยมจิตร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท มินิมอร์ จำกัดกล่าวว่า แอปพลิเคชั่นของทั้งสองสำนักพิมพ์ ถูกดีไซน์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอ่านบนสมาร์ตโฟนมากที่สุด หนังสือแต่ละเล่มในแอปฯ จะต่างกับ e-book ส่วนใหญ่ในไทยที่จะนำเลย์เอาท์แบบหนังสือฉบับกระดาษมาให้อ่านเป็นหน้าๆ ในแง่หนึ่งอาจจะทำให้รู้สึกเหมือนหนังสือจริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขนาดหน้าจอที่ไม่เท่ากับหน้ากระดาษมันก็อาจสร้างปัญหาได้เช่นกันซึ่งปัจจุบันทางมินิมอร์เองรับงานพัฒนารูปแบบแอปพลิเคชั่นต่างๆ แก่องค์กรที่สนใจจะขยับขยายแพลตฟอร์มใหม่ๆ อยู่แล้ว

เราจึงเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์ม e-book ของทั้งสองสนพ.ให้อ่านง่าย ปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นได้ตามความสะดวกของบุคคล  โดย ศึกษารูปแบบจากแอปพลิเคชั่นของต่างประเทศ เช่น iBook หรือ Kindle คือมีการแยกส่วนของภาพ กับข้อความออกจากกัน สามารถทำ text reflow หรือการปล่อยข้อความให้ไหลตามหน้าจอขนาดต่างๆ ได้ ทำให้เวลาขยายขนาดฟ้อนต์ ไม่ต้องขยายไปทั้งหน้าจนเกินจอแล้วเลื่อนอ่านซ้ายขวาทุกบรรทัด นอกจากนี้ยังสามารถรวมสื่อมัลติมีเดียเข้าไปในเล่มได้  ตัวอย่างเช่นในเล่ม NEW YORK 1ST TIME ได้มีการเพิ่มคลิปเสียงของเบ๊นเข้าไปเป็นโบนัสในทุกๆ บทของหนังสือ และนอกจากนั้นหนังสือทุกเล่มยังสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาตัวอย่าง 1-2 บทแรกของหนังสือให้ทดลองอ่านฟรี ก่อน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักอ่านให้ลองอ่านก่อนว่าตรงกับใจของเขาไหมถ้าชอบค่อยซื้อทั้งเล่ม

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น SALMON. และ BUNBOOKS ได้ที่ App Store หรือ Google Play Store  หรือลิงก์ minimore.com/e

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

บราเดอร์เผยโฉมสแกนเนอร์ 2 รุ่นล่าสุด เสริมความเหนือชั้นกลุ่มธุรกิจโซลูชั่น

Published

on

บราเดอร์ เดินเกมรุกกลุ่มธุรกิจโซลูชั่นอีกครั้ง หลังตัดสินใจส่ง สแกนเนอร์ อัจฉริยะ 2 รุ่นล่าสุด ADS-2200 และ ADS-2700W เป็นหัวหอกหลักในการขยายส่วนแบ่งการตลาดในปี 61  เสริมแกร่งด้วยนวัตกรรม Network และ WIFI ความใหม่ของธุรกิจสแกนเนอร์เมืองไทยที่พร้อมจะเติมเต็มความต้องการของตลาดยุค Digital Transformation 4.0 อย่างลงตัว

นายกฤษฏภพ ศรีขาว ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์-เครื่องสแกนเนอร์ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บราเดอร์ ได้สร้างการเติบโตอย่างมากแก่ กลุ่มธุรกิจสแกนเนอร์ในไทย โดยปัจจุบันสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้สูงถึง 10% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของตลาดรวมที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 5% ของกลุ่มตลาดเครื่องสแกนเนอร์แบบ Feed กระดาษขนาด A4 อย่างรวดเร็ว ทำให้สแกนเนอร์ของบราเดอร์ก้าวสู่การเป็น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำตลาดอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ตลาดสแกนเนอร์ยังมีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะการขยับขึ้นไปขยายส่วนแบ่งในกลุ่มลูกค้าองค์กรด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานและเติมเต็มความต้องการในยุคเครือข่ายดังเช่นปัจจุบัน ด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริงดังกล่าวนี้ ทำให้บราเดอร์ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาคุณภาพสินค้า และล่าสุดสามารถพัฒนาสแกนเนอร์ที่โดดเด่นและแตกต่างด้าน Network และ ระบบ WIFI เพิ่มความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อผลลัพธ์ในการทำงานที่ดียิ่งกว่า”

“จากการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ บราเดอร์ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์รุ่นล่าสุดให้เหมาะต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าองค์กรอย่างลงตัว โดยเริ่มแนะนำสแกนเนอร์ 2 รุ่นใหม่เข้ามาแทนที่โมเดลเดิม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าที่มีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ โดยบราเดอร์พร้อมจะนำผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์เข้าไปเสริมความแข็งแกร่งให้แก่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ในแบบโซลูชั่น ต่อยอดการทำงานที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ สแกนเนอร์ของบราเดอร์ 2 รุ่นใหม่ ประกอบด้วย

  • รุ่น ADS-2200
    • สแกนเนอร์ความเร็วสูง
    • โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการสแกน Dual CIS
    • รองรับการสแกนเอกสารตั้งแต่ขนาดนามบัตรไปจนถึงกระดาษจดหมายขนาดยาว
    • สามารถสแกนแบบ 2 หน้าได้จากการฟีดกระดาษเพียงครั้งเดียว
    • ความเร็วในการสแกนสูงสุด 35 แผ่นต่อนาที (Simplex) และ 70 หน้าต่อนาที (Duplex)
    • ความละเอียดสูงสุดในการสแกนเท่ากับ 1200×1200 dpi
    • สามารถเลือกเก็บเอกสารที่สแกนไว้ใน USB แฟลชไดรฟ์ โดยไม่จำเป็นต้องต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์
    • จำหน่ายในราคา 18,900 บาท

  • และ ADS-2700W
    • สแกนเนอร์ความเร็วสูง ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับรุ่น ADS-2200
    • แต่เพิ่ม การรองรับการเชื่อมต่อผ่านเน็ตเวิร์ค
    • และระบบเครือข่ายไร้สาย เพื่อตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบองค์กรได้มากยิ่งขึ้น
    • จำหน่ายในราคา 22,900 บาท

บราเดอร์ เชื่อมั่นว่าตลาดสแกนเนอร์ยังเติบโตได้อีกมาก สังเกตุจากการเติบโตของ กลุ่มธุรกิจ Outsourcing ด้านการจัดการเอกสารที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลโดยตรงกับการเติบโตของกลุ่มสแกนเนอร์ และแน่นอนว่าจากนี้ไปเราจะเห็นการแข่งขันด้านนวัตกรรมเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะหัวใจสู่ความสำเร็จของธุรกิจสแกนเนอร์คือ ความแม่นยำ ความคมชัด ที่มาพร้อมกับความรวดเร็ว ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในสแกนเนอร์ของบราเดอร์ และเราพร้อมจะปูรากฐานที่มั่นคง ขยายตลาดกลุ่มนี้ในไทย เพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจในอนาคตอันใกล้”

ด้านบริการหลังการขายปัจจุบัน บราเดอร์ มีศูนย์บริการทั่วประเทศรวม 141 แห่ง โดยแบ่งเป็นศูนย์บริการที่บริหารโดยบราเดอร์ในแต่ละภูมิภาคจำนวน 5 แห่ง และศูนย์บริการแต่งตั้งซึ่งบริหารงานโดยตัวแทนแต่งตั้งจำนวน 136 แห่ง ลูกค้าจึงมั่นใจได้ด้านงานบริการ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว AsianMoneyGuide.com เว็บไซต์สาระด้านการเงินและไลฟ์สไตล์ โดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง

Published

on

เปิดตัวเว็บไซต์ AsianMoneyGuide.com  หรือ AMG อย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลังจากที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจาก สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์  เป็นเว็บไซต์ที่เน้นเนื้อหาสาระด้านการบริหารจัดการด้านการเงิน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงโดยเฉพาะเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเรื่องเงินอย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซับซ้อน ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันและตอบโจทย์ผู้หญิงได้อย่างดี

นางสาว โรชนิ ชูกานิ (Roshni Chugani)  ผู้อำนวยการเว็บไซต์เอเชี่ยนมันนี่ไกด  (AMG) เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า “จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  ประเทศไทยมีประชากรกว่า 65 ล้านคน แบ่งเป็น ประชากรหญิงร้อยละ 51 และชายร้อยละ 49 หรือคิดเป็นอัตราส่วนเพศ ชาย 96.2 คนต่อหญิง 100 คน  โครงสร้างประชากรของสังคมไทยมีประชากรผู้หญิงเพิ่มขึ้น พลังทางสังคมของผู้หญิงมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น จากผลสำรวจจาก พบว่ามีเพียง 27% ของคนไทยที่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการเงิน และในจำนวนผู้หญิงทั่วโลกมีถึง 70% ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการด้านการเงิน (S&P Ratings Services Global Financial Literacy Survey) โดย 38% ของผู้หญิงมีความไม่มั่นใจในการบริหารจัดการและวางแผนด้านการเงินเมื่อยามเกษียณ (HSBC Global Report on The Future of Retirement) ดังนั้นการทำการตลาดโดยคำนึงถึงกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวจึงเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ”

AsianMoneyGuide.com ที่เป็นแหล่งความรู้ทางการเงิน โดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง  เพื่อที่จะช่วยผู้หญิงให้มีความรู้ ความสามารถในการดูแลตัวเองได้ และมีความเป็นอิสระในด้านความคิดในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน

โครงสร้างของเว็บไซต์ Asian Money Guide (AMG) ได้ถูถออกแบบมา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้ “การเงินเป็นเรื่องง่ายดาย” ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องความจำเป็นด้านการเงินของผู้หญิง  เราแตกต่างจากหนังสือ หรือเวปไซต์ที่มีแต่คำศัพท์วิชาการ ซึ่งล้วนเข้าใจยากและไม่เหมาะกับผู้อ่านที่ไม่พื้นฐานเรื่องการเงิน  AMG เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคน แม้คุณจะอยู่ต่างสถานการณ์หรือมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน แต่เราจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้คุณในการตัดสินใจและสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด

เว็บไซต์ AMG ได้ถูกก่อตั้งขึ้นใน 4 ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย และ ฟิลิปปินส์ โดย บริษัท ทิคเคิลด์ มีเดีย จำกัด โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ให้ผู้หญิงแข็งแกร่งขึ้นด้วยคำแนะนำทางด้านการเงินและการทำงาน โดยข้อมูลที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างเหมาะสมแล้วจะถูกนำเสนออย่างถูกที่ถูกเวลา AsianMoneyGuide.com เรามีคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ AMG อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาจำนวนหลายร้อยบทความ เรื่องจริงจากประสบการณ์ วิดีโอ รายการ และเนื้อหาในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งถูกแบ่งตามหมวดหมู่ ดังนี้ การออม, บัตรเครดิต/บัตรเดบิต, การลงทุน, การเกษียณอายุ, คริปโตเคอเรนซี่และฟินเทค, เรื่องของภาษี, ประกันชีวิตและประกันภัย, อสังหาริมทรัพย์, ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ, กิจกรรมทางสังคมและอีเว้นท์, หางาน, ท่องเที่ยว, บ้านและที่อยู่อาศัยรอบรู้เรื่องสุขภาพ และสมดุลในชีวิตการทำงาน เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้ยังมี แอพพลิชั่น นำเสนอเครื่องมือทางด้านการเงิน ที่เหมาะกับความต้องการที่หลากหลายของ ผู้หญิงในวัยต่าง ๆ อาทิ

  • การบริหารการเงินในวัยเกษียณ (retirement)
  • การบริหารเงินในการกู้ยืม (Loan and Morgate)
  • หรือการออม  (Saving) เป็นต้น

เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการวิเคราะห์คำนวนได้ด้วยตนเองก่อนการตัดสินใจด้านการเงิน

ปัจจุบันสถาบันการเงินได้ปรับการให้บริการมาในแนวการให้คำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน  เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้หญิงที่ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่ง ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้จัดทำ SCB Investment Center หรือศูนย์บริหารความมั่งคั่ง เพื่อตอบโจทย์สมาชิกในเรื่องของการเงินและการลงทุนไว้ อย่างครบวงจร

คุณศลิษา หาญพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย First และ ผู้บริหารสาย Segment  Management ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม “การลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคุณผู้หญิงที่สามารถสร้าง ความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับชีวิตได้ด้วยเช่นกัน คุณณัฐธนธร ฟอร์ด กรรมการผู้จัดการ Dot Property Portals กล่าวเพิ่มเติม”

จุดแข็งของเราคือ “การที่เรามีนักเขียนผู้หญิงและ Influencer ที่มาจากหลากหลายวงการใน ภูมิภาคนี้ เพราะเราเข้าใจผู้หญิง   ที่สำคัญคือเราทำโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง AsianMoneyGuide.com.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!