Connect with us

ข่าววงการไอที

วิเคราะห์จากคดีลัลลาเบล: Smart Watch มีความจำเป็นอย่างไรในชีวิตเราบ้าง

วิเคราะห์จากคดีลัลลาเบล: Smart Watch มีความจำเป็นอย่างไรในชีวิตเราบ้าง

จากประเด็นล่าสุดที่มีชาวเน็ตตาดีสังเกตช่วงเวลาที่ “น้ำอุ่น” ลากร่างของผู้เสียชีวิตขณะที่ใส่สมาร์ตวอชต์อยู่จึงสามารถใช้เป็นหลักฐานได้ว่าเธอเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อไหร่เนื่องจากสมาร์ตวอตช์ที่ลัลลาเบลใส่คือ Galaxy Watch ที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตหลายคนเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของสมาร์ตวอตช์ เพราะนอกจากใส่สวย ๆ และดูไฮเทคแล้ว มันยังมีประโยชน์อีกมากมายเลยครับ

วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ยกตัวอย่างตรงจากกรณีลัลลาเบล สมาร์ตวอตช์หรือสมาร์ตแบนด์ส่วนใหญ่จะมีฟีเจอร์ “Heart Rate Tracking” หรือการวัดอัตราการเต้นของหัวใจมาให้หมดแล้ว แน่นอนว่าฟีเจอร์นี้จะวัดอัตราการเต้นหัวใจของผู้มีชีวิตอยู่เท่านั้น หากนำไปใส่กับกิ่งไม้ หรืออย่างอื่นย่อมไม่สามารถวัดได้ ดังนั้นหากดูจากประวัติการตรวจจับจาก Galaxy Watch ก็พอจะทราบได้ว่าลัลลาเบลเสียชีวิตลงเมื่อใด หรือลักษณะการเต้นของหัวใจช่วงก่อนสิ้นลมเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีผลต่อการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตแน่นอน

ยังมีกรณี Paul Hutton ชายอายุ 48 ปีผู้ใช้งานชาวต่างชาติที่อยู่ดี ๆ อัตราการเต้นของหัวใจตกลงไปเหลือ 40bpm ซึ่งค่ามาตรฐานนั้นอยู่ที่ 60 – 100bpm หลังจาก Hutton พบแพทย์จึงได้รับการวินิจฉัยเป็นอัตราการเต้นของหัวใจต่ำเกินไป ให้ลดกาเฟอีนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว (อ้างอิง)

อีกกรณีหนึ่งคือ Gaston D’Aquino ชายวัย 76 ปี ตัวสมาร์ตวอตช์แจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจสูงเกินไป จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและแพทย์พบว่าเส้นเลือด coronary arteries สองในสามเกิดตีบ ทำงานได้เพียง 10% เท่านั้น จึงรับการรักษาต่อไป (อ้างอิง)

coronary arteries

ติดตามคนหาย

กรณีล่าสุดที่เพิ่งเป็นข่าวไปเลยคือชาวต่างชาติชื่อ Gabe Burdet ได้นัดคุณพ่อปั่นจักรยานที่ Riverside State Park แต่ดันมีข้อความว่า Emergency SOS, detect hard fall พร้อมกับโลเคชันส่งมาที่ Apple Watch ของเขา Burdet คนลูกจึงเรียกเจ้าหน้าที่และตามโลเคชันไปแล้วพบว่าพ่อของเขานอนหมดสติอยู่เนื่องจากจักรยานตกเขา สถานการณ์ล่าสุดปลอดภัยดีครับ

ช่วยชีวิตจากอุบัติเหตุ

คุณแม่ Kacie Anderson พร้อมกับลูก 9 ขวบระหว่างติดไฟแดงในช่วงค่ำขณะกลับบ้าน ดันมีคนเมาไม่ได้สติขับรถมาด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชนท้ายรถเธอจัง ๆ จังหวะนั้น Anderson กระแทกกับวัตถุในรถ (อาจเป็นพวงมาลัยหรืออื่น ๆ ) ทำให้ตาดับชั่วขณะ มองอะไรไม่เห็น สิ่งที่เธอมีเหลืออยู่ในขณะนั้นคือ “ยังฟังเสียงได้” เธอจึงกด SOS ที่ตัว Apple Watch และสั่งให้ Siri โทร 911 โดย Apple Watch ไม่ได้เพียงแค่โทรเท่านั้น แต่ยังส่งโลเคชันไปให้อีกด้วย (อ้างอิง)

ที่กล่าวมานี้เป็นเพียตัวอย่างที่สมาร์ตวอตช์ได้ช่วยเหลือชีวิตผู้คนเหล่านี้เอาไว้ จริง ๆ ต้องบอกว่าอุปกรณ์เหล่านี้มีประโยชน์ค่อนข้างมากเลยทีเดียว ไม่ใช่เพียงแค่ใส่เอาไว้เท่ ๆ เท่านั้น โดยเฉพาะสายออกกำลังกายจะทราบกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่มีบทบาทมากในตอนนี้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น