Panasonic เปิดตัว ToughBook Series ตอบโจทย์คนทำงานสายลุย!

Panasonic เปิดตัว ToughBook Series กลุ่มผลิตภัณฑ์สุดอึดอย่างเป็นทางการไทยใน เพื่อตอบสนองงานที่ต้องการความทนทานของอุปกรณ์สูงเช่น การทำงานในโกดังสินค้า ทำงานในสถานที่มีความชื้นเช่น โกดังท่าเรือ หรือการทำงานฝั่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ การทำงานช่างซ่อมบำรุง ทั้งหมดนี้ต้องมีอุปกรณ์ที่สามารถรองรับทำงานได้ทุกรูปแบบ ทุกสถานการณ์ และที่สำคัญคือต้องแข็งแรง ทนทานต่อการทำงานทุกรูปแบบ

Panasonic จึงได้มีผลิตภัณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคนทำงานกลุ่มนี้โดยเฉพาะอย่าง ToughBook Series ที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานสายลุยอย่างแท้จริง

Toughbook 55

Notebook ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการทำงานในทุกสถานการณ์ทุกรูปแบบ ด้วยความแข็งแรงทนทานระดับ Military Level และกันน้ำระดับ IP53 มาพร้อมสเปกที่จัดเต็ม สามารถเลือกได้สูงสุดเป็น CPU Core i7 Gen 8th Ram 64 GB SSD ขนาด 1 TB และหน้าจอความละเอียด FullHD ความสว่าง 1000 nits และสามารถรองรับการทำงานได้สูงสุดถึง 20 ชั่วโมง

Modules พิเศษต่าง ๆ ที่เราสามารถเลือกประกอบใส่ใน Toughbook 55 ได้อย่างอิสระ

และที่พิเศษที่สุดของรุ่นนี้คือเรื่องของอุปกรณ์ Module พิเศษแยกต่างหากที่เราสามารถซื้อมาประกอบเพิ่มเติม ทำให้ Toughbook ของเราสามารถตอบโจทย์การทำงานได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอแยก, NFC, SSD ตัวที่ 2, แบตเตอรีเสริมที่ช่วยเพิ่มระยะเวลาทำงานให้สูงสุดถึง 40 ชั่วโมง, Blu Ray Drive, SmartCard Reader ได้อย่างอิสระ ซึ่งถอดประกอบได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าใครก็สามารถประกอบได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้ไขควงในการถอด ประกอบแต่อย่างใด

นอกจากนี้เรายังสามารถเปลี่ยน Keyboard Layout ได้อย่างง่ายดายในกรณีที่เครื่องที่ใช้จะต้องมีการส่งต่อให้กับชาวต่างชาติอื่น ๆ ใช้ ก็เปลี่ยนตรงนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้เป็นอย่างดี

โดยในงานก็ได้ให้นักข่าวทำการทดสอบประกอบเครื่องด้วยตัวเอง ก็จะเห็นได้ว่าแม้จะจับเครื่องเป็นครั้งแรกก็สามารถประกอบเครื่องด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย

Toughbook 33

เป็นโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ที่มาพร้อมกับความทนทานระดับ Military Level โดยมาพร้อมกับการกันน้ำระดับ IP 65 ไม่ต้องกลัวตกน้ำ พร้อมทำงานได้ทุกสถานการณ์ และยังสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรีแบบ Hot Swap เพื่อการทำงานที่ต่อเนื่องได้อีกด้วย

Toughbook A3

Tablet ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานได้ทุกสถานการณ์ ถูกพัฒนาจาก ToughPad โดยเฉพาะด้าน Logistic ที่ต้องการระบบเชื่อมต่อ WiFi ที่ทรงพลัง เพราะรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถเชื่อมต่อ WiFi ได้อย่างลื่นไหล ซึ่งได้มีการพัฒนาโดยเปลี่ยนจาก CPU Intel กลายเป็น Qualcomm Snapdragon 660 ทำให้แบตเตอรีอึดกว่าเดิม และยังคงตอบสนองการทำงานได้เป็นอย่างดี มาพร้อม Ram 4 GB Rom 64 GB หน้าจอ 10.1 นิ้วแบบ WUXGA ความสว่าง 800 nits ได้มีการทดสอบการดรอปเทสต์ 1.5 เมตรกับพื้นปูนได้โดยที่เครื่องไม่แตกหักเสียหาย ทดสอบทำงานได้ในอุณหภูมิ -20 องศาหรือห้องแช่แข็ง

จุดเด่นคือตัวเครื่องสามารถ Hot Swap เปลี่ยนแบตเตอรีที่ด้านหลังได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง มี Built-in NFC
รองรับการสัมผัสได้แม้ใส่ถุงมือหนาอยู่ และรวมไปถึงโหมดที่สามารถทำงานได้แม้จะอยู่กลางสายฝน
โดยจะมีปากกาเฉพาะของ Panasonic ที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ

โดยที่รุ่นนี้สามารถติด Option เสริมได้ ไม่ว่าจะเป็น Dummy Cover ที่มีตัวสแกนบาร์โคดได้และมี USB ช่องพิเศษเพิ่ม หรือ SmartCard Reader สำหรับอ่านบัตรประชาชนได้ เป็นต้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ซึ่งเขาได้มีการยกตัวอย่างการนำไปใช้งานในด้าน Logistic ภายในโกดังสินค้า ซึ่งระบบการสแกนบาร์โค้ดก็สามารถตอบสนองได้รวดเร็วฉับไว ช่วยให้การทำงานของพนักงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพิ่มศักยภาพในการทำงานของพนักงานได้เป็นอย่างดี

Toughbook N1

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของสมาร์ตโฟนที่ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ทุกรูปแบบ โดยชูจุดเด่นในเรื่องของการทำงานได้ทุกสถานการณ์ มาพร้อม Qualcomm Snapdragon 660 และแบตเตอรีที่ใช้งานได้ 12 ชั่วโมง และการกันน้ำได้สูงสุดระดับ IP68

ซึ่งสมาร์ตโฟนรุ่นนี้จะออกแบบมาให้มีการเชื่อมต่อกับระบบได้อัตโนมัติ ทำให้ตัวระบบสามารถตรวจสอบได้ว่า ปัจจุบันตัวเครื่องอยู่ที่ไหน ใครกำลัง Login เชื่อมต่ออยู่ และมีการเข้าถึงการใช้งานช่วงใดบ้างเพื่อตรวจสอบการทำงานของพนักงานได้ตลอดเวลา

และความพิเศษคือมีระบบ Launcher ที่ออกแบบมาให้พนักงานไม่สามารถลงโปรแกรมได้ด้วยตัวเอง และจะบังคับให้ใช้งานได้เฉพาะแอปที่ไว้ทำงานเท่านั้น แม้จะรีสตาร์ตก็ไม่สามารถเปลี่ยนหน้าจอได้ ลดโอกาสการใช้งานนอกเหนือจากการทำงานได้เป็นอย่างดี

buddycom

อีก 1 ความน่าสนใจคือความร่วมมือระหว่าง Panasonic กับ App buddycom Software ผู้ทำ Walky Talky ที่สามารถใช้ในการสนทนาในรูปแบบพิเศษที่สื่อสารได้คล้ายกับมีเครื่องสื่อสารติดตัวได้อย่างง่ายดายผ่านอุปกรณ์ ToughBook ของ Panasonic สามารถสื่อสารได้ทั่วโลก และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างการแปลภาษาเป็นภาษาอื่นเพื่อสื่อสารกับคนต่างชาติได้ทันที

ระบบ CCTV ที่ตรวจจับบุคคลได้

ทำสินค้า Toughbook ทำ Solution ร่วมกับกล้องวงจรปิด CCTV ในการทำภารกิจพื้นที่ได้ โดยมีระบบ AI ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าวัตถุที่ตรวจจับได้คืออะไร เช่นตรวจจับคนหรือรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์ได้ และยังสามารถพัฒนา Software เพิ่มเติมได้อีกด้วย

และยังมีกล้องที่มีระบบ Face Recognition ตรวจจับใบหน้าที่เราเฝ้าระวังได้ เมื่อมีคน ๆ นั้นผ่านเข้ามา ก็จะแจ้งเตือน รวมไปถึงการตรวจจับว่ามีคนแปลกหน้าเข้าพื้นที่หวงห้าม ก็จะสามารถแจ้งเตือนได้เช่นกัน

โดยที่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เช่น ผู้เข้าสถานที่ให้เป็น Big Data และเอาไปวิเคราะห์ประมวลผลในภายหลังได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมี Deep Learning ในการตรวจสอบได้แม้ว่าผู้ที่เดินเข้ามาจะใส่แว่นดำหรือใส่หน้ากากก็สามารถรู้ได้ทันท

ชมการผลิต Toughbook ถึงโรงงานญี่ปุ่น

Panasonic พาชมโรงงานที่ผลิต Toughbook ว่าปัจจุบันใช้หุ่นยนต์แทนมนุษย์ไปแล้วกว่า 70% ทำให้การผลิตมีความรวดเร็วแม่นยำ และยังทำงานได้แบบ 24/7 ไม่มีหยุดพัก แต่อย่างไรก็ตามยังคงใช้บุคลากรอีก 30% ในการ Config ค่าต่าง ๆ เพื่อเข้ามาประกอบและติด Option ต่าง ๆ ตามที่ลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาตาม โดยแต่ละคนจะทำเพียง Function เดียว และส่งต่อไปยังคนต่อไปเพื่อลดความผิดพลาดในการทำงาน

หลังจากประกอบเรียบร้อยก็จะมีเครื่องตรวจสอบความสมบูรณ์ของตัวเครื่องในการวิเคราะห์ตรวจสอบ ว่าสามารถทำงานได้ปกติหรือไม่แบบ Automation และยังมีในส่วนของ Stress Test สำหรับทดสอบความทนทานของตัวเครื่องแบบ 100% ทุกเครื่องที่ผลิต เอามาทำการทดสอบความทนทานของ CPU ก่อนทำการแพ็กลงกล่อง รวมไปถึงมีตู้สำหรับ QA ทดสอบความร้อน ความเย็น การเปลี่ยนอุณหภูมิ เพื่อการตรวจสอบว่า อุปกรณ์ของ Panasonic สามารถอยู่ได้ถึงอายุ 3 ปีหรือไม่ ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเครื่องที่ใช้มีความแข็งแรงทนทานตลอดอายุการใช้งาน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส