Connect with us

ข่าววงการไอที

Dreamlight เปิดตัวหน้ากากที่จะมาช่วยปรับการนอนหลับให้เข้ากับคุณโดยใช้ข้อมูลจาก DNA!

Published

on

เวปไซต์ The Verge ได้ทำการทดสอบหน้ากากจากบริษัทสตาร์ทอัพ Dreamlight จากงาน CES ที่ผ่านมา โดยทาง Dreamlight ได้มีการโฆษณาว่าหน้ากากดังกล่าวจะสามารถช่วยส่งเสริมการนอนหลับ ช่วยบรรเทาอาการเจ็ตแล็ก และแนะนำโปรแกรมนอนหลับที่เหมาะสมกับคนตามแต่ละ DNA ของคน ๆ นั้น

หน้ากากที่ว่านี้มีลักษณะเป็นแผ่นยาว ที่เมื่อจะนำมาใช้จะต้องนำมาพันรอบหัวของผู้ใช้ และใช้แผ่นตีนตุ๊กแกสำหรับการยึดให้แน่น (คล้าย ๆ กับเครื่องวัดความดัน) โดยหน้ากากดังกล่วาถูกดีไซน์มาให้กระจายแรงกดทับไปรอบ ๆ ศีรษะของผู้ใช้ให้มากที่สุดเพื่อลดแรงกดทับนั่นเอง นอกจากนี้ หน้ากากตัวนี้จะมีเซ็นเซอร์ติดอยู่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น อินฟราเรด accelerometer และ gyroscope รวมถึงลำโพง 4 ตัวภายในอีกด้วย

The Verge ได้กล่าวอีกว่า ตัวหน้ากากนี้สามารถเชื่อมกับแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ เพื่อช่วยคำนวณว่าผู้ใช้ควรจะตื่นช่วงใดของ cycle การนอน เพื่อให้ได้การนอนหลับที่ดีที่สุด

ส่วนฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดอันหนึ่งของหน้ากากนี้คือ ฟีเจอร์การกล่อม และปลุกผู้ใช้ด้วยการใช้แสงเข้าช่วย สำหรับฟีเจอร์การกล่อมให้หลับนั้นผู้ทดลองใช้จาก The Verge กล่าวว่าจะมีลักษณะเป็นแสงกระพริบให้ผู้ใช้หายใจตามจังหวะ และมีเสียงกล่อมที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ใช้นอนหลับได้เร็วขึ้น ในส่วนของฟีเจอร์การปลุกนั้น ตัวหน้ากากจะใช้แสงเป็นการปลุกผู้ใช้นั่นเอง

ฟีเจอร์อีกอันที่เรียกได้ว่าล้ำที่สุดบนหน้ากากนี้ก็คือฟีเจอร์ออกแบบการนอนหลับให้เข้ากับ DNA ของผู้ใช้แต่ละคน โดยหน้ากากของทาง Dreamlight จะใช้โปรไฟล์ของผู้ใช้บนเวปไซต์ 23andme ซึ่งเป็นเวปฯ ที่ให้บริการตรวจ DNA ของคนทั่วไป และทำการวิเคราะห์ผลต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นการปรับการนอนหลับโดยอ้างอิงจาก DNA เฉพาะบุคคลแบบสุด ๆ เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามทาง Dreamlight ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องพิสูจน์ว่ามันทำงานได้จริงหรือไม่สำหรับผู้ใช้หลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นระบบแนะนำการนอนที่มีการกล่าวอ้างว่าจะช่วยบรรเทาเจ็ตแล็กหรือการที่จะปรับการนอนหลับให้สอดคล้องกับ DNA ของเรา ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง The Verge ได้ยืนยันแล้วว่าฟีเจอร์ปลุกโดยการใช้แสงนั้น สามารถปลุกให้ตื่นได้จริง ๆ

อ้างอิง The Vergecnet

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
 

ข่าววงการไอที

Microsoft ออก App “Microsoft Photos Companion” ถ่ายโอนภาพจากมือถือไปยัง PC ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียบสาย

Published

on

By

Microsoft เปิดตัว Microsoft Photos Companion หลังจากพัฒนามานาน ซึ่งเป็น App ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ Windows 10 บนคอมพิวเตอร์สามารถถ่ายโอนรูปจากมือถือได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียบสาย ไม่ต้องใช้ Bluetooth ไม่ต้องอัพผ่าน Cloud หรือส่งอีเมล เพียงแค่มือถือกับคอมพิวเตอร์ จะต้องต่อ Wi-Fi เดียวกัน ตอนนี้เปิดให้ได้ทดสอบใช้งานแล้ว สำหรับวิธีการใช้งานก็ทำได้ดังนี้

 

  • ดาวน์โหลด App “Photos Companion” ไอคอนดังภาพบนมือถือ Android หรือ iOS

  • ไปที่ App “Photos” บน Windows 10 (ุถ้าหาไม่เจอพิมพ์หาใน Start เลย)

  • หากเป็นการใช้งานครั้งแรก ให้ไปที่จุดสามจุด แล้วคลิก “Settings” และหา “Preview” แล้วเปิดเป็น “On” จากนั้นปิด App “Photos” บนคอมพิวเตอร์ และเปิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 

 

  • คลิกที่ “Import” จากนั้นคลิกที่ “From mobile over Wi-Fi”

  • จากนั้นจะปรากฎ “QR Code” ขึ้น ให้นำมือถือเปิด App “Photos Companion” แล้วกดที่ “Send photos” จากนั้นสแกน QR Code นี้

 

  • จากนั้นเลือกภาพบนมือถือของคุณได้เลย โดยเลือกได้หลายภาพพร้อมกัน แล้วกดส่ง จะมีการถ่ายโอนภาพไปยังคอมพิวเตอร์ผ่าน Wi-Fi เมื่อเสร็จแล้วจะขึ้นตามภาพ (สามารถกด Send more หากต้องการส่งเพิ่มอีกได้)

  • ภาพที่ส่งเสร็จ จะปรากฎใน App “Photos” และจะไปอยู่ที่โฟล์เดอร์ “Picture” และอยู่ในโฟลเดอร์ย่อย “Imported from Photos Companion”

 

เนื่องจากยังอยู่ในการให้บริการระดับ Preview (อยู่ระหว่างการพัฒนา) ยังไม่ใช่ตัวสมบูรณ์ พบปัญหาอะไรบ้าง?

ทางเว็บแบไต๋ได้ทดสอบ พบว่าบางครั้งไม่สามารถส่งภาพได้ โดยจะขึ้นตามภาพ

แม้ว่าจะต่อ Wi-Fi เดียวกันอยู่แล้วทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ แต่บางครั้งกด Try again ก็ไม่ได้ ออกจาก App แล้วเข้าใหม่ก็ไม่ได้ ต้องปิด Wi-Fi ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ จากนั้นเชื่อมต่อใหม่ คิดว่าในอนาคตพอ Microsoft ปรับปรุงเป็นตัวจริงจะไม่มีปัญหานี้นะครับ

 

หาก Windows 10 ใครยังไม่มี Preview ใน App “Photos” ทางเว็บแบไต๋ขอแนะนำให้อัพเกรดเป็น Windows 10 Fall Creators Update ก่อนครับ [คลิกดูวิธีเลย]

อ้างอิงจาก: gadgets.ndtv.com

ภาพหัวบทความ: Pixabay

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการไอที

Samsung จดสิทธิบัตรใหม่ล่าสุดบอกใบ้อนาคตอาจได้เห็น ‘หน้าจอบินได้’

Published

on

สำนักข่าว LetsGoDigital รายงานเปิดเผยสิทธิบัตรฉบับล่าสุดของทาง Samsung ที่เพิ่งได้รับการรับรองนั้นระบุถึงอุปกรณ์โดรนที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลซึ่งจะมีคุณสมบัติสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของใบหน้า ท่าทางรวมทั้งตำแหน่งของการแสดงท่าทางจากมือ โดยตัวสิทธิบัตรนั้นแสดงให้เห็นถึงการติดตั้งหน้าจอไว้ตรงกลางของโดรนและล้อมรอบด้วยใบพัดทั้ง 4 ด้าน ซึ่งเมื่อพิจารณาตามภาพตัวอย่างแล้วสามารถจำกัดความถึงดีไซน์ได้ว่าเป็นหน้าจอบินได้จริง ๆ

สำหรับตัวโดรนดังกล่าวนั้นคาดว่าจะมีทั้งกล้องและระบบตรวจจับและสังเกตการณ์ในการแปลงข้อมูลไปยังส่วนการคอนโทรล มีการเปิดเผยว่าระบบนั้นจะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ได้ ตั้งแต่ดวงตา, ศีรษะ, มือหรือนิ้วมือแบบเรียลไทม์ อาทิ เช่น คุณสามารถบังคับโดรนได้ด้วยการขยับศีรษะไปมา, กลอกตา หรือขยับนิ้วมือของคุณดั่งใจนึก ซึ่งระบบก็จะสั่งการอัตโนมัติตามการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ได้ทันที

นอกจากนี้ ตัวโดรนก็จะยังมีความสามารถในการบินในมุมองศาหรือความลาดเอียงต่าง ๆ ได้อิสระ (Joint Manipulators) รวมทั้งยังทำให้สามารถปรับองศาของหน้าจอแสดงผลตามมุมมองต่าง ๆ ได้ด้วย ซึ่งโดรนในปัจจุบันนั้นมีข้อจำกัดที่องศาการบินแบบ 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขณะเดียวกันก็จะมีเซ็นเซอร์ gyroscorpe, เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และระบบสั่น, รับรู้เสียงต่าง ๆ, รองรับ GPS  และการกำหนดตำแหน่ง Wi-Fi ด้วยเช่นกัน

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการไอที

Bitcoin พุ่งถึง $11,000 เป็นครั้งแรกหลังมูลค่าลดอย่างต่อเนื่อง!

Published

on

มูลค่า Bitcoin ทะลุ $11,000 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่มูลค่าค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม โดยมีมูลค่าสูงสุดในวันอาทิตย์ที่ $11,279.18 อ้างอิงจาก CoinDesk ซึ่งมีการติดตามสถิติมูลค่าของสกุลเงินดิจิตอลหลักต่างๆ

ราคา Bitcoin เพิ่มมากขึ้นหลังมีการทุ่มขายในต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเกิดจากบางคนกลัวว่า กฏข้อบังคับที่เปลี่ยนไป ซึ่งเกิดจากปัญหาการแฮค และการถูกโขมย Bitcoin ครับ

ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นถึง 80% เทียบจากวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่มูลค่าตกลงเหลือ $5947.40

ในช่วงต้นเดือน Christopher Giancarlo ผู้บริหารของ Commodity Futures Trading Commission (CFTC) และ Jay Clayton ผู้บริหารของ Securities and Exchange Commission (SEC) ได้ให้สัมภาษณ์ใจความในเชิงบวกว่า กฏข้อบังคับที่เพิ่มขึ้นมานั้นมาจากการคิดอย่างรอบคอบ และทำขึ้นเพื่อสร้างความสมดุล ไม่ใช่กฏข้อบังคับที่ทำเพื่อให้มันแย่ลง ซึ่งช่วยให้ความกลัวเกี่ยวกับกฏข้อบังคับลดน้อยลง

Tom Lee กล่าวว่า Bitcoin จะมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง $25,000 ในปีนี้ ส่วน Kay VanPetersen ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์จาก Saxo Bank ที่เคยคาดเดามูลค่าสกุลเงินดิจิตอลได้อย่างแม่นยำในปีที่แล้วกล่าว่า Bitcoin อาจมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง $100,000 เลยทีเดียวครับ

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!