ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

สื่อนอกชี้รายได้หลักในอนาคตของ Apple ที่มาแทนที่ไอโฟนคือ ‘โฆษณา’

Table of Content

Wall Street Journal สำนักข่าวดังรายงานว่า Apple กำลังวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจครั้งสำคัญในการเริ่มขยายตัวธุรกิจด้านโฆษณาของตัวเองอย่างจริงจัง หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาโฟกัสกับยอดขายฮาร์ดแวร์ซึ่งเป็นรายได้หลักมาโดยตลอด แต่จากสัญญาณเตือนที่แสดงให้เห็นถึงภาวะอิ่มตัวของตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มใช้งานสมาร์ทโฟนยาวนานขึ้น ทำให้ Apple ต้องมองหาตัวเลือกอื่นมาเป็นรายได้หลักของบริษัทในอนาคตแทนที่ไอโฟน

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Apple ได้มีการเริ่มเจรจากับหลาย ๆ บริษัทอย่าง Snap หรือ Pinterest เพื่อทำการประเมินชี้วัดความสนใจที่มีต่อแพลตฟอร์มโฆษณาของ Apple ว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยโมเดลใหม่นี้บริษัทจะกินส่วนแบ่งจากแอปต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น มีผู้ใช้เริ่มเสิร์ชหาภาพที่ต้องการใน Pinterest ก็จะปรากฏแอปจาก Apple Store ที่อยู่ในหมวดหรือประเภทใกล้เคียงกันมาเป็นตัวเลือกเพิ่มด้วย ซึ่งนี่ไม่ใช่โมเดลใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากก่อนหน้านี้ทาง Apple ก็ทำรายได้โฆษณาจากการค้นหาบน App Store มาแล้ว 1 พันล้านเหรียญฯ ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม โมเดลโฆษณาของ Apple นั้นยังต้องรอดูว่าจะเดินไปในทิศทางไหนอย่างเต็มตัว เนื่องจากทุกวันนี้ Google และ Facebook เองก็ทำรายได้จากฐานข้อมูลลูกค้าเป็นเงินมหาศาล ขณะที่ Apple นั้นมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่หากินจากข้อมูลผู้ใช้ ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญว่าพวกเขาจะยอมกลืนน้ำลายตัวเองหรือหาจุดลงตัวในธุรกิจนี้ได้มากน้อยเพียงใด

อ้างอิง

Highlight

ตัวพ่อ Meta ไม่เปลี่ยนโทรศัพท์ตามกระแส ยังใช้ ‘Samsung Galaxy S24 Ultra’ อยู่ แม้จะเลยรุ่นมาแล้ว 2 ปี

28/09/2026
Read More

เธอมาได้ทันเวลาพอดี ! Google เปิดตัว WeatherNext 3 เอไอพยากรณ์อากาศรายชั่วโมง

28/09/2026
Read More

Samsung เลื่อนอัปเดต One UI 9 ในไทย จาก 28 ก.ย. ยังไม่บอกวันใหม่

28/09/2026
Read More

ฉีดครั้งเดียว ลดไขมันในเลือดได้นานข้ามปี นักวิจัยทดลองตัดต่อยีนรักษาไขมันในเลือดสูง

28/09/2026
Read More

เพนตากอนของบ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พัฒนาเครื่องจับเท็จด้วย AI

28/09/2026
Read More

ขับรถลุยน้ำ ป้ายทะเบียนหาย ทำยังไงได้บ้าง ?

28/09/2026
Read More

Related Content