ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

เดือดอีก สหรัฐฯ​ สั่งจับ 2 แฮกเกอร์ที่ลอบขโมยข้อมูลวัคซีน Covid-19 อ้าง ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน

Table of Content

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐสั่งจับแฮกเกอร์ชาวจีนสองคนลอบโจมตีสหรัฐฯ เพื่อขโมยความลับของบริษัทรวมถึงงานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนสำหรับไวรัสโคโรนาด้วย

เอกสารจากศาลสหรัฐอเมริการะบุว่า ทางการได้สั่งจับแฮกเกอร์ชาวจีนสองคนที่มีชื่อว่า Li Xiaoyu และ Dong Jiazhi ที่ลอบแฮกในนามของรัฐบาลจีน โดยมีข้อสันนิษฐานว่าทั้งสองพยายามแฮกเพื่อเข้าถึงข้อมูลสำหรับการพัฒนาวัคซีนไวรัสโคโรนาหรือ Covid-19

ก่อนการระบาดของไวรัสจะเกิดขึ้น ทั้งสองคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการแฮกธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่ ซอฟต์แวร์เกม, ข้อมูลทางเภสัชกรรมและบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าการโจมตีครั้งแรกถูกค้นพบใน Hanford, Washington โดยบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อมีอยู่ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, เบลเยียม, เยอรมัน, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักรและเกาหลีใต้ ซึ่ง FBI กล่าวในงานแถลงข่าวว่า การแฮกในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา FBI กล่าวว่าพบว่ามีการแฮกเข้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีน Covid-19 จากประเทศจีน ซึ่งจีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่หวังผลประโยชน์ด้วยการโจมตีทางไซเบอร์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในครั้งนี้ จ้าหน้าที่จากสหราชอาณาจักร, แคนาดาและสหรัฐอเมริกายังตั้งข้อสังเกตว่าแฮกเกอร์ชาวรัสเซียก็พยายามขโมยข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน Covid-19 เช่นเดียวกัน

อ้างอิง CNET

Highlight

[Interview] สัมภาษณ์พิเศษทีมผู้สร้าง Captain Tsubasa 2: World Fighters เกมปล่อยพลังนักเตะในตัวคุณ !

08/07/2026
Read More

[Preview] Captain Tsubasa 2: World Fighters เกมเตะบอลมันส์ ๆ ที่เหมือนเล่นเกมต่อสู้ !

07/07/2026
Read More

สิงคโปร์แก้เกมคนไม่ยอมมีลูก ! ปิ๊งไอเดียเปิดเซอร์วิซหาคู่ ‘เดตแรกกินฟรี’

07/07/2026
Read More

AI ไม่ปล่อยให้คนตายได้พัก ธุรกิจ ‘ร่างอวตาร’ ดาราผู้ล่วงลับควรขีดเส้นที่ตรงไหน ? 

07/07/2026
Read More

เมื่อการจัดบอร์ดเป็นเรื่องของ AI ไม่ใช่ฝีมือนักเรียน

07/07/2026
Read More

ความหวังใหม่ ! ร่างกายมนุษย์อาจงอกอวัยวะใหม่ได้ หลังนักวิจัยพบวิธีเปลี่ยน ‘แผลเป็น’ เป็น ‘เนื้อเยื่อเจริญ’

06/07/2026
Read More

Related Content