ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

TSMC คอนเฟิร์มจะไม่ส่งชิป 3nm จนกว่าจะถึง Q1 ปี 2023

Table of Content

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม TSMC ประกาศว่า ความซับซ้อนในการผลิตชิป 3nm ทำให้บริษัทจะเลื่อนการใช้ชิปดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี นั่นหมายความว่า iPhone ปี 2022 จะใช้ชิป A16 Bionic ที่สร้างจากโหนด 4nm แทนที่จะเป็น 3nm ส่งผลให้ตระกูล iPhone 14 จะมีประสิทธิภาพและความแรงน้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้

Tom’s Hardware เผยว่า TSMC จะไม่ส่งชิป 3nm จนกว่าจะถึงไตรมาสแรกของปี 2023 และ TSMC กำลังพัฒนาชิป 3nm รุ่นที่ 2 “enhanced 3nm” ซึ่งจะมีความแรงและประสิทธิภาพที่ดีกว่าชิปที่ผลิตด้วยกระบวนการ 3nm แบบเดิม

TSMC จะเริ่มต้นผลิตชิป 3nm ปริมาณมากในครึ่งปีหลังของปี 2022

การผลิตโหนด 3nm ปริมาณมากจะเริ่มต้นในครึ่งปีหลังของปี 2022 ซึ่งค่าเฉลี่ยของการขนส่งชิปจะอยู่ที่ประมาณ 100 วัน ดังนั้นลูกค้าของ TSMC จะได้รับสินค้าอย่างเร็วที่สุดในช่วง Q1 ของปี 2023 โดยรายได้ของบริษัทจากการขายชิป 3nm ก็จะเพิ่มขึ้นในปี 2023 เช่นกัน

ชิป 3nm รุ่น 2 ที่ใช้เทคโนโลยี N3 จะยังคงใช้ทรานซิสเตอร์ FinFET แต่จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมด้วยระบบการผลิตที่จะช่วยเพิ่มผลผลิต ประสิทธิภาพ และการประหยัดพลังงานให้ดียิ่งขึ้น

หลังจากนั้นในปี 2025 คาดการณ์ว่า TSMC จะแทนที่ทรานซิสเตอร์แบบ FinFET เป็นแบบ GAAFET เพื่อการผลิตด้วยกระบวนการ 2nm ซึ่งในอนาคต การออกแบบสถาปัตยกรรมของชิปจะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะผู้พัฒนาและผู้ผลิตจะต้องทำงานกับการออกแบบที่ซับซ้อนมากขึ้นและต้องพยายามใส่ทรานซิสเตอร์หลายพันล้านตัวลงไปในพื้นที่ขนาดเล็ก

อ้างอิง: PhoneArena

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

จดโน้ตลง PDF บน Google Chrome ไม่ต้องลงแอปฯ เพิ่ม

06/03/2026
Read More

โดนใจสายส่อง ! ฟีเจอร์ใหม่ IG ส่องสตอรี่ แต่ไม่ขึ้นว่าดู

06/03/2026
Read More

ประกาศรางวัลผู้ได้รับรางวัล SDGs Awards ใน The 2nd BT Awards: The Impact Makers

06/03/2026
Read More

ตุนน้ำมันผิดวิธีอันตราย เปิดวิธีเก็บน้ำมันให้ปลอดภัยต้องทำยังไง ?

06/03/2026
Read More

เทียบความต่างระหว่าง iPhone 16e VS iPhone 17e เลือกซื้ออะไรคุ้มสุด ?

06/03/2026
Read More

COMMART GAMEFORCE 2026 ช้อปสนั่น มันเต็มแม็กซ์ 5 – 8 มีนาคม 2569

06/03/2026
Read More

Related Content