DxOMark บริษัทผู้ทดสอบประสิทธิภาพกล้องสมาร์ตโฟนที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ได้เปิดเผยผลการทดสอบกล้องของ iPhone 13 Pro ซึ่งเป็นรุ่นรองท็อปของ Apple ในปี 2021 นี้ โดยมีจุดแตกต่างจาก iPhone 13 Pro Max เพียงแค่หน้าจอ Super Retina XDR ที่มีขนาดเล็กกว่า อยู่ที่ 6.1 นิ้ว แต่ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมชิปประมวลผล A15 Bionic เช่นเดียวกัน

สเปกกล้อง iPhone 13 Pro Max

  • กล้องหลัก: 12 ล้านพิกเซล, ความหนาแน่นพิกเซล 1.9µm, ความยาวโฟกันสเทียบเท่ากับ 26 มม., F/1.5, OIS, ออโตโฟกัส Dual Pixel
  • กล้อง Ultra-Wide: 12 ล้านพิกเซล, ความยาวโฟกัสเทียบเท่ากับ13 มม., F/1.8, ออโตโฟกัส Phase Detection, ถ่าย Macro ที่ระยะ 2 ซ.ม.
  • กล้อง Telephoto: 12 ล้านพิกเซล, ความยาวโฟกัสเทียบเท่ากับ 77 มม., F/2.8, OIS
  • เซนเซอร์ 3 มิติ
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 24/25/30/60 FPS, 1080p ที่ 25/30/60 FPS, รองรับวิดีโอ HDR ด้วย Dolby Vision
  • โหมด Cinematic: บันทึกวิดีโอโดยใช้ AI ประมวลผลความลึกตื้นของภาพ ความละเอียด 1080p ที่ 30 Fps
iPhone 13 Pro

ข้อดี

  • Exposure ของวัตถุเป้าหมายมีความแม่นยำ
  • เรนเดอร์สีและ White Balance ได้ดี
  • เรนเดอร์โทนสีผิวดีแทบทุกสภาวะแสง
  • ออโตโฟกัสทำได้รวดเร็วและแม่นยำ
  • เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีทั้งการถ่ายภาพกลางแจ้งและในร่ม
  • จัดการ Exposure ในการบันทึกวิดีโอได้มแ่นยำ, มีความเสถียร และ Dynamic Range กว้างมาก
  • จัดการเก็บรายละเอียดและลด Noise ในวิดีโอได้ดี
  • จัดการ White Balance ในการบันทึกวิดีโอได้แม่นยำ ทั้งในร่ม, กลางแจ้ง และการเปลี่ยนสภาวะแสงอย่างรวดเร็ว
  • ออโตโฟกัสในการบันทึกวิดีโอทำได้ดี และการเปลี่ยนระยะโฟกัสทำได้อย่างลื่นไหล

ข้อเสีย

  • มี Noise จากหลอดไฟ ปรากฏให้เห็นจากการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัก, Ultra-Wide และ Telephoto โดยเฉพาะการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย
  • มี Dynamic Range จำกัด หากถ่ายภาพในสภาวะที่มีคอนทราสต์สูง
  • มีความบิดเบือนของภาพปรากกให้เห็น เช่น แสงแฟลร์ (Flare) เป็นต้น
  • เก็บรายละเอียดได้จำกัด ในการซูมภาพ
  • จัดการ White Balance ผิดพลาดในบางครั้ง
  • มีแสงแฟลร์ปรากฏให้เห็นในการบันทึกวิดีโอในสภาวะแสงน้อย
  • เก็บรายละเอียดบนใบหน้าได้น้อยเป็นบางครั้ง จากการบันทึกวิดีโอทั้งกลางแจ้งและในร่ม
iPhone 13 Pro

iPhone 13 Pro ทำคะแนนทดสอบโดยรวมไปได้ 137 คะแนน โดยอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก รองจาก Huawei P50 Pro, Xiaomi Mi 11 Ultra และ Huawei Mate 40 Pro+ ที่ทำไป 144 คะแนน, 143 คะแนน และ 139 คะแนน ตามลำดับ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของสมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพกล้องสูงสุดในขณะนี้

iPhone 13 Pro สามารถทำคะแนนด้านการบันทึกภาพนิ่งไปได้อย่างน่าประทับใจถึง 144 คะแนน โดยยังคงมาพร้อมการเรนเดอร์สีที่แม่นยำ, โทนผิวที่ดีงาม และโทนภาพที่ดูอบอุ่นมากเล็กน้อย อีกทั้งกล้องยังมีความเสถียรมาก

iPhone 13 Pro

นอกจากนี้ยังได้รับการปรับปรุงสีและคอนทราสต์ ช่วยให้แสดงรายละเอียดของภาพได้มากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่ร่มหรือภายในตัวอาคาร แต่ยังคงมี Noise จากหลอดไฟปรากฏให้เห็นอยู่่

การซูมนั้นทำไป 76 คะแนน ซึ่งยังไม่อยู่ในระดับยอดเยี่ยม แต่ก็ได้รับการปรับปรุงขึ้นมากจาก iPhone 12 Pro โดยเป็นผลมาจากประสิทธิภาพการซูม 3x จากรุ่นก่อนที่ทำได้ 2.5x

นั่นอาจกล่าวได้ว่า การถ่ายภาพนั้นยังคงมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ iPhone 12 Pro แต่ได้รับการปรับปรุงศักยภาพในหลายๆ ด้าน ซึ่งทำให้ได้ภาพที่มีมิติมากยิ่งขึ้น

ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือ การบันทึกวิดีโอ ที่ทำไปถึง 119 คะแนน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กล้องของ iPhone 13 Pro จัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของ DxOMark

iPhone 13 Pro นั้น ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการบันทึกวิดีโอในหลายด้าน ทั้ง Exposure ที่มีความเสถียรมากขึ้น, ดึงศักยภาพออโตโฟกัสออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการติดตามวัตถุหรือการเลือกจุดโฟกัสใหม่บนวิดีโอยังทำได้อย่างรวดเร็ว, เรียบเนียน และลื่นไหลมาก จนแทบจะมองไม่เห็นจุดด้อยในการโฟกัสเลย

โดยรวมแล้ว Apple ยังคงสามารถยกระดับประสิทธิภาพการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอได้สมกับความเป็นสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมได้เช่นเดิม ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดย iPhone 13 Pro นั้น มาพร้อมเซนเซอร์กล้องหลักที่มีขนาดใหญ่และความละเอียดสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อน ซึ่งยิ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ในการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอที่น่าประทับใจมากทีเดียว

ข้อมูลอ้างอิง : dxomark

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส