Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LINE TV ฉลอง 4 ปี ยึดตำแหน่งผู้นำแพลตฟอร์มวีดีโอออนไลน์!!

Published

on

LINE TV ผู้นำแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ในไทย ฉลองครบรอบ 4 ปี การันตีเนื้อหาคุณภาพ เริ่มต้นจากคอนเทนต์สัญชาติเกาหลี ถึงคอนเทนต์ชั้นดีที่มีบน LINE TV ที่เดียวพร้อมบุกตลาดแมสด้วยละครและรายการย้อนหลัง ด้วยการจับมือพันธมิตรทางธุรกิจรวมกว่า 161 ราย ยืนหยัดส่งเสริมทั้งฟรีทีวีและดิจิทัลทีวี พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 อย่างมั่นใจ ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่โตขึ้น 70% ทุกปี

แพลตฟอร์ม LINE TV เกิดขึ้นในปี 2557 โดยผู้ใช้สามารถรับชม LINE TV ผ่านทางคอมพิวเตอร์พีซี และ แอปพลิเคชัน LINE TV ซึ่งผลักดันให้ LINE TV ขึ้นเป็นผู้นำแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ในประเทศไทย ประกอบไปด้วย

คุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย

  • คอนเทนต์คุณภาพที่เข้าใจผู้ชมชาวไทย โดยในช่วงแรกคอนเทนต์บน LINE TV ส่วนใหญ่เป็นคอนเทนต์ฝั่งเกาหลี
  • ต่อมาในปี 2558 LINE TV จึงมีคอนเทนต์เป็นของตัวเองคือ “Stay ซากะ ฉันจะคิดถึงเธอ” ที่จับมือกับ GTH ผลิต
  • นอกจากนี้ยังได้เริ่มจับมือกับพาร์ทเนอร์หลายเจ้า เพื่อนำคอนเทนต์ทางช่องทีวีที่คนนิยมมารีรันบน LINE TV ส่งผลให้กระแสการชมย้อนหลังมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทั้งทางออนไลน์และทางออนแอร์
  • ความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจ ที่หลากหลายครอบคลุมทั้งช่องฟรีทีวี ทีวีดิจิตัล ผู้ผลิตทั้งไทยและต่างประเทศ และค่ายเพลงเป็นจำนวนกว่า 161 ราย
  • การเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาที่มีคุณภาพ ที่เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ คนจะเห็นโฆษณาบน LINE TV สูงกว่า และดูโฆษณาจนจบ รวมไปถึงมีความตั้งใจซื้อสินค้าหลังจากชมโฆษณาสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ

“สำหรับตัวคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่นำเสนอบน LINE TV เต็มไปด้วยคุณภาพ ความสนุก สด ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์ รายการวาไรตี้ มิวสิกวิดีโอ ซึ่งมาจากพาร์ทเนอร์ทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 800 ชาแนล จึงทำให้ LINE TV ตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมหลายกลุ่มในยุคดิจิตัล” โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้น คอนเทนต์รีรันที่ผู้ชมสนใจเข้าชมมากที่สุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา เรียงตามลำดับปี มีดังนี้

  1. 2558  รักนะเป็ดโง่ และ ฮอร์โมน 3
  2. 2559 ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ 1 และ Club Friday To Be Continued เพื่อนรักเพื่อนร้าย
  3. 2560 ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ 2 และ O-Negative รักออกแบบไม่ได้
  4. และ 2561 เมีย 2018 รวมถึงละครล่าสุดที่กำลังเข้มข้นกับ เลือดข้นคนจาง ที่ได้รับความนิยมอย่างมากกับยอดวิวสูงมากกว่า 170 ล้านวิว จนเกิดปรากฏการณ์ยิ่งดูย้อนหลังยิ่งอินบน LINE TV  ไปแล้ว

คุณพัลภา มาโนช หัวหน้าธุรกิจ LINE TV, LINE ประเทศไทย

ด้าน LINE TV Originals นั้น เริ่มมีการผลิตเรื่องแรกในปี 2558 กับเรื่อง Stay ซากะ ฉันจะคิดถึงเธอ และต่อมาในปี 2559 ถือเป็นปีที่  LINE TV เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นจากซีรีส์สุดปังอย่างแก๊สโซฮัก รักเต็มถัง และ I HATE YOU I LOVE YOU ที่ออกอากาศเพียงแค่ตอนแรกยอดวิวก็พุ่งทะลุ 10 ล้านวิวภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นในปี 2560 ก็มีจำนวน LINE TV Originals เพิ่มขึ้น ปลุกกระแสความแรงของ LINE TV อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น Make It Right รักออกเดิน , Together With Me อกหักมารักกับผม, คุณแม่วัยใส และ เป็นต่อ Uncensored Pool Party พี่ไม่ลืม จนถึงในปีนี้ที่เราเริ่มปล่อย LINE TV Originals ที่มีพล็อตเรื่องที่แปลก แหวกแนว และน่าสนใจยิ่งขึ้น อย่างเช่น The Collector คนประกอบผี ซีรีส์เขย่าขวัญ เรื่องแรกบน LINE TV หรือจะเป็น โลกโซเชี่ย Social Syndrome ซีรีส์ที่นำเสนอ 8 เรื่องราวของคนยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตหมกมุ่นอยู่ในด้านมืดของ “โลกโซเชีย(ล)” ด้านมืดของโลกโซเชียล

“จะเห็นได้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมาคอนเทนต์ทุกกลุ่มของ LINE TV มีการเติบโตที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • คอนเทนต์รีรันโตกว่า 70% LINE TV Originals ที่โตขึ้น 67%
  • รวมไปถึงคอนเทนต์เพลงที่โตสูงสุดถึง 135%
  • เรียกได้ว่าปี 2561 นี้เป็นปีที่ LINE TV สร้างสถิติใหม่ในทุก ๆ ด้านเลยก็ว่าได้

“สำหรับก้าวต่อไปในปีที่ 5  LINE TV จะตอกย้ำความเป็น HUB of Rerun ที่มีคุณภาพที่สุด อัดแน่นความบันเทิงครบรูปแบบ ทั้งละคร ซีรีส์ รายการบันเทิง อะนิเมชั่น กีฬา เพื่อขยายฐานคนดู LINE TV ให้กว้างมากขึ้น ด้าน LINE TV Originals จะเน้นความหลากหลายของคอนเทนต์ที่นำเทรนด์ และฟอร์แมทใหม่ ๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับเรา ที่จะทำให้ LINE TV Originals มีความโดดเด่นเฉพาะตัวกว่าคอนเทนต์ทั่ว ๆ ไป หาชมที่ไหนไม่ใด้นอกจากบน LINE TV เท่านั้น หากเราสร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งในกลุ่มนี้ได้ จะยิ่งช่วยสร้างความแตกต่าง และ ผลักดันให้ LINE TV เป็นแพลตฟอร์มวีดีโอออนไลน์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมสูงขึ้น รวมถึงเป็นช่องทางแรกที่นักการตลาดเลือกใช้เพื่อเพิ่มพลังในการทำตลาดให้แบรนด์สินค้า เพื่อสร้างความจดจำในตัวสินค้าอีกด้วย”

“หากจะดูการเติบโตของ LINE TV ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราสามารถพูดได้เต็มปากว่า เราเติบโตในทุกมุม ทั้งยอดวิวที่เพิ่มขึ้น 100% เฉลี่ยทุกปี และยอดผู้ชมเฉลี่ยต่อปีโตขึ้น 70%”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ATSI ปักหมุดเป็น Change Agent ขับเคลื่อนซอฟต์แวร์ไทยให้เติบโต!!

Published

on

สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ ATSI ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมดิจิทัล สู่ ATSI Change Agent ที่มุ่งเน้น Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce ยกระดับการขับเคลื่อนบุคลากรในองค์กรธุรกิจ และภาคการศึกษาในระดับชาติให้มากขึ้น โดยร่วมทำงานกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด พร้อมประกาศจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

จุดประสงค์การจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” เพื่อแสดงผลงานซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ในกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายของภาครัฐ และอุตสาหกรรมทั่วไป โดยเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ให้มีข้อมูลเพื่อการใช้ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการธุรกิจเพื่อเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยได้มีเวทีนำเสนอผลงานต่อกลุ่มเป้าหมาย และองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

ในวันจัดงานที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยได้รับเกียรติจาก ท่านพลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ  “พลังซอฟต์แวร์ไทย ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” ร่วมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ

  • คุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนและประธานโรงเรียนมีชัยพัฒนา กล่าวถึง “เส้นทางสายใหม่ของการศึกษาไทยในชนบท และความร่วมมือของ ATSI ด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ประยุกต์”
  • คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  และประธานมูลนิธิอมตะ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “วิสัยทัศน์ อมตะ คอร์ปอเรชั่น ต่ออุตสาหกรรม 4.0”
  • ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวถึง “depa กับการพัฒนากำลังคนของประเทศ เพื่อรองรับศตวรรษ21”
  • คุณนวชัย เกียรติก่อเกื้อ Head of Enterprise Marketing Management Unit Enterprise Marketing Management บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวถึง “SME Digital Transformation by AIS”
  • คุณเจษฎา วานิชสัมพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง “บทบาท E-Tax Invoice กับ Business Transformation –  ของ SMEs ไทย” และ
  • คุณเกรียงไกร สุทธินราธร กรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวถึง “การเลือกและลงทุนด้านซอฟต์แวร์แบบเจาะลึก !! (ROI/TCO) พร้อม Business ROI Showcase in action”

งาน “Thailand Software Fair 2018” ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวบรวมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์พื้นฐานเพื่อธุรกิจทุกระดับ และนวัตกรรมเด่น ผลงานโดยคนไทย มาแสดงในงาน อาทิ

  • Digital Transformation Solution สำหรับ SMEs by AIS
  • บทบาท E-TAX Invoice กับ Business Transformation ของ SMEs ไทย โดยบริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด
  • ทางออกเรื่องเงินทุนสำหรับ SME ด้วยโครงการเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเป้ารวม 100 ล้านบาท จาก ธพว. หรือเอสเอ็มอี ดีแบงค์
  • SMEs รับสิทธิส่วนลดสำหรับการซื้อซอฟต์แวร์มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท ในโครงการ depa Mini-Transformation Voucher จำนวน 400 ทุน มูลค่ารวม 4 ล้านบาท
  • ยังมีตัวอย่างความสำเร็จของการปรับตัวเข้าสู่การเป็น Leadership Digital Entrepreneur อีกด้วย

นับจากนี้ไป ATSI  จะทำงานอย่างมุ่งมั่น ในทิศทางของการก้าวไปสู่การเป็น Change Agent ที่มุ่งสร้าง Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce เพื่อขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ในระดับชาติมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับสมาชิก และพันธมิตรภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ผนวกกับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ทุกธุรกิจเปลี่ยนตนเองเป็นธุรกิจดิจิทัล ให้สำเร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า”

พบกันในงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม , สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

#NARIT ชวนชมและถ่ายภาพฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” คืนเสาร์ 17 พย.นี้

Published

on

สาวกดวงดาวห้ามพลาด ! คืนเสาร์ 17 พย ตั้งแต่ตีสองจนถึงย่ำรุ่งเช้า 18 พย นี้ มีโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” ทั่วทั้งประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์ – ราชาแห่งฝนดาวตก” หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย. 61 เวลาประมาณตี 2 เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย. 61 อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10-15 ดวงต่อชั่วโมง ช่วงดังกล่าวปราศจากแสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์อย่างยิ่ง ดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสิงโต

“ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ตัดผ่านวงโคจรของโลก เมื่อเศษฝุ่นของดาวหางเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก จึงเกิดการเผาไหม้เป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ผนวกกับทิศทางวงโคจรของเศษฝุ่นนั้นสวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที แสงวาบที่เห็นจึงสว่างสุกสกาว เป็นที่มาของฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จนได้สมญา “ราชาแห่งฝนดาวตก” นั่นเอง

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า แม้คืนดังกล่าวเป็นคืนข้างขึ้น แต่ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อไร้อิทธิพลของแสงจันทร์รบกวน ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการรับชมฝนดาวตกจึงเป็นเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แนะชมในที่มืดสนิทจะเห็นชัดยิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพฝนดาวตก เนื่องจากฝนดาวตกกระจายทั่วท้องฟ้า ไม่สามารถระบุทิศทางได้ ช่างภาพจึงต้องอาศัยการคาดเดาและการกะจังหวะเปิดหน้ากล้องค้างไว้

นักล่าดาวทั้งหลายเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อม พกโชคอีกสักหน่อย แล้วไปลุ้นเก็บภาพฝนดาวตกงวดนี้กัน ไม่ได้ภาพก็ขอให้เห็นดาวตกสักสี่ห้าดวงอย่างเต็มตาก็แล้วกัน เพี้ยง!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“MVL , โอมิเซะโก” ร่วมมือ ดัน “เทคโนโลยีบล็อกเชน” สู่การคมนาคมขนส่งและการชำระเงิน

Published

on

บริษัท MVL Foundation จํากัด  และ บริษัท โอมิเซะโก จํากัด (OmiseGO) ประกาศความร่วมมือพัฒนา Proof of Concept (POC) รวมถึงร่วมพัฒนาในเชิงเทคนิค และการค้นคว้าวิจัยเกียวกับบล็อกเชน

MVL เป็นโปรโตคอลบล็อกเชนซึ่งพัฒนาขึนเพือสนับสนุนธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการใช้โปรโตคอลกับ TADA ธุรกิจที่ให้บริการแบบร่วมเดินทางหรือ ride hailing ทีมีการนําเอาบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้เข้ากับแพลตฟอร์มเป็นรายแรกในสิงคโปร์ ส่วนโอมิเซะโกเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการชําระเงินบนอีทีเรียม (Ethereum)

ทั้งสองมีแผนที่จะนําเทคโนโลยีมาประสานและประยุกต์ใช้ร่วมกันเพือพัฒนาเป็น Proof of Concept การทํา Proof of Concept นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพการทํางานของ OMG Network ซึ่งทาง MVL มีแผนที่จะนําไปใช้เพื่อเป็นระบบฐานข้อมูล สําหรับจัดเก็บข้อมูลสําคัญต่าง ๆ ของบริการร่วมเดินทาง TADA

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง MVL และ โอมิเซะโก ครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาเชิงเทคนิคด้วย รวมไปถึงการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการนําบล็อกเชนมาใช้ในธุรกิจของ TADA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการร่วมเดินทางที่กําลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสิงคโปร์ ทั้งสองบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านบล็อกเชน รวมถึงฐานธุรกิจในประเทศไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ได้ คาดว่าจะสามารถสร้างกรณีศึกษาจากธุรกิจของ TADA ซึ่งจะอนุญาตการชําระเงินด้วยสกุลดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มโอมิเซะโก

โอมิเซะโก มีความตั้งใจอยู่เสมอที่จะผลักดัน นําเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้กับธุรกิจในปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรมและแพร่หลายยิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนากรณีศึกษา เพื่อสร้างความรู้รวมถึงแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีที่โอมิเซะโกกําลังพัฒนาขึ้น และยังจะได้ร่วมงานกับองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง ความโปร่งใส่ ผ่านโครงสร้างการทํางานแบบ incentive-based ที่จะทําให้เกิดระบบนิเวศน์ที่มีการร่วมจัดเก็บข้อมูลและแชร์ทรัพยากรระหว่างกัน”

TADA ถือเป็นธุรกิจรายแรก ๆ ของโลกที่มีระบบซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยบล็อกเชน ที่เปิดให้บริการแก่มวลชนหมายความว่าบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและเรียกใช้บริการได้ นอกจากจะช่วยยกระดับการทํางานของระบบและส่งเสริมธุรกิจ TADA ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดทางและช่วยสร้างการยอมรับในผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ที่อยู่บนบล็อกเชนด้วย!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!