Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ดิจิทัล เวนเจอร์ส พัฒนาแพลตฟอร์ม B.VER ตรวจสอบเอกสารการศึกษาผ่าน Blockchain รายแรกในไทย!!

บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณค่าสู่ภาคเศรษฐกิจ การเงิน และสังคมไทย ล่าสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและองค์กรชั้นนำของประเทศ ร่วมเปิดตัว “B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification)” แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบเอกสารทางการศึกษา ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่ให้สถาบันการศึกษา หรือองค์กรต่าง ๆ ตรวจสอบวุฒิการศึกษา หรือ Transcript ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ครั้งแรกของไทย ป้องกันปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษา ที่สร้างความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันให้ B.VER เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนบุคคลทั่วไปให้สามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

การประยุกต์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Blockchain มาพัฒนาเป็น แพลตฟอร์ม “B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification)” ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อาทิ

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มหาวิทยาลัยรังสิต
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด

รวมถึงองค์กรภาคธุรกิจ ได้แก่

  • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

ดิจิทัล เวนเจอร์ส ยังมีเป้าหมายให้ B.VERเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานของประเทศสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในวงกว้างได้ และในอนาคตเราได้วางแผนพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์มนี้ ให้สามารถเป็นช่องทางในการแนะนำงานที่เหมาะสม และตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้สมัครงานและองค์กรไปพร้อมกันได้ โดยใช้เทคโนโลยี Big Data และ Artificial Intelligence ในการจัดการข้อมูลและประมวลผล

การนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์ม B.VER ครั้งนี้ ได้เลือกแพลตฟอร์ม Ethereum ซึ่งเป็น Public Blockchain เก็บข้อมูลสำคัญอย่างถาวรในลักษณะกระจายข้อมูล (Decentralized Ledger of Information) โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้เท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ มีศักยภาพด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ Ethereum เหมาะสมกับการนำมาพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการเก็บและตรวจสอบข้อมูลสำคัญนี้

แพลตฟอร์ม B.VER ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบว่าในแต่ละปีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะได้รับคำขอ Transcript ย้อนหลังจากศิษย์เก่าที่อาจทำเอกสารสูญหาย หรือต้องการเอกสารตัวจริงหลายฉบับเพื่อนำไปสมัครงานหลายแห่ง ในขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจก็จำเป็นต้องยื่นคำขอกับแต่ละมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของผู้สมัครงาน เพื่อให้ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทางการศึกษาของผู้สมัครงานเป็นจำนวนมาก ขั้นตอนการทำงานของ B.VER ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก

  • ส่วนแรกคือ : การอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัย
    • จากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ใน Blockchain ในรูปแบบที่เรียกว่า Fingerprint ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละเอกสาร เปรียบเสมือนลายนิ้วมือที่ไม่ซ้ำกันของคน
    • ในขณะเดียวกัน เมื่อองค์กรต่าง ๆ ต้องการตรวจสอบ สามารถทำได้ทันทีด้วยการอัพโหลดเอกสารที่ต้องการตรวจสอบเข้าสู่แพลตฟอร์ม
  • จากนั้นระบบจะเข้ารหัสเอกสารนั้นในรูปแบบ Fingerprint เช่นกัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Fingerprint ของเอกสารต้นฉบับที่ถูกเก็บไว้ใน Blockchain ว่าเหมือนกันหรือไม่
    • ซึ่งสามารถแสดงผลการตรวจสอบได้ทันที หาก Fingerprint ตรงกันแสดงว่าเอกสารนั้นถูกต้อง แต่หากไม่ตรงกัน แสดงว่าเอกสารที่นำมาตรวจสอบนั้นเป็นเอกสารปลอม
    • ทั้งนี้ การเก็บและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Blockchain นี้ ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบ
    • และในอนาคตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ยังสามารถขอเอกสารทางการศึกษาจากสถาบันต้นสังกัด หรือส่งต่อเอกสารให้กับผู้ว่าจ้างผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้โดยตรงอีกด้วย

แพลตฟอร์ม B.VER สามารถเข้ามาช่วยลดภาระให้กับทุกฝ่าย 

  • การยืนยันเอกสารของมหาวิทยาลัย เพราะองค์กรสามารถตรวจสอบเอกสารโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มได้ทันที
  • แพลตฟอร์ม B.VER ยังเปิด API ไว้ให้แต่ละองค์กรสามารถเชื่อมต่อให้สามารถใช้งาน B.VER ร่วมกับระบบ HR เดิมที่มีอยู่ได้
  • แพลตฟอร์ม B.VER จะเปิดให้บริการตรวจสอบเอกสารได้ตั้งแต่ มกราคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างนี้ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะทยอยอัพโหลด Transcript ของปีการศึกษา 2560 ไว้บนแพลตฟอร์มเพื่อเตรียมพร้อมในการให้บริการ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Get ขยายพื้นที่ให้บริการ ยังเปิดให้คนกรุงฯทดลองใช้บริการ “ฟรี” ได้อยู่!!

Published

on

Get แอปพลิเคชั่นใหม่ บริการเรียกรถจักรยานยนต์วินและรับส่งพัสดุ ได้ขยายพื้นที่การให้บริการครอบคลุม 14 เขต ได้แก่

  1. จตุจักร
  2. ลาดพร้าว
  3. วังทองหลาง
  4. สาทร
  5. บางรัก
  6. คลองเตย
  7. ยานนาวา
  8. บางกะปิ
  9. ราชเทวี
  10. ปทุมวัน
  11. พญาไท
  12. บึงกุ่ม
  13. บางคอแหลม
  14. และ ราษร์บูรณะ

โดย “เก็ท” ที่ได้รับการสนับสนุนจากโกเจ็ก จะให้บริการทั้งการเรียกรถจักรยานยนต์วินและบริการรับส่งพัสดุ ภายในระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยจะยังให้บริการฟรีในช่วงซอฟต์ลอนช์ ที่เป็นการเปิดตัวแบบไม่เป็นทางการนี้

เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา “เก็ท” ได้เปิดทดลองเบต้าแอปใน 3 เขต ได้แก่ จตุจักร ลาดพร้าว และวังทองหลาง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชั่นและบริการให้พร้อมที่สุด และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากแนวทางที่ใช้จักรยานยนต์วินที่ถูกกฎหมายสำหรับการรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งคนขับและผู้โดยสาร ทำให้ “เก็ท” สามารถขยายเขตการให้บริการได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบรับกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น

“เราต้องการให้ “เก็ท” เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับบริการเรียกรถและส่งพัสดุให้กับคนกรุงเทพฯ เราเชื่อว่ารถจักรยานยนต์เป็นกุญแจไขสำคัญ ในการช่วยลดปัญหาการจราจร และช่วยให้คนเมืองสามารถเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เราจึงตัดสินใจที่จะเริ่มด้วยบริการ “เก็ทวิน” และ “เก็ทเดลิเวอรี่” ก่อนจะขยายไปยังบริการอื่น ๆต่อไป”นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการและผู้ร่วมก่อตั้ง “เก็ท” กล่าว

ประเทศไทย เป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตที่สูง แต่ก็มีความซับซ้อนและแตกต่างจากที่อื่น ทีมงานของ “เก็ท” ทำงานกันหนักกันอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาแอปให้เหมาะสมกับบริบทของไทยให้มากที่สุด มั่นใจว่า “เก็ท” จะสามารถมอบบริการที่ตรงใจคนไทย

โดยลูกค้าในช่วงแรกจะสามารถใช้บริการของ “เก็ท” ได้ฟรีในระยะทาง 8 กิโลเมตร ในทั้ง 14 เขต ที่ให้บริการ ทั้งบริการเก็ทวิน (GET WIN) และ เก็ทเดลิเวอรี่ (GET DELIVERY) โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้แล้วทั้งทาง App Store และ Play Store  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

LINE MOBILE ฉีกกฎการทำโฆษณา ใช้สื่อพื้นที่โฆษณาบนตัวคน ครั้งแรกในไทย

Published

on

LINE MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัล 100% รายแรกในไทย สร้างปรากฏการณ์ความ “ว้าว” ให้วงการ Telco ต้อนรับปีหมู ฉีกกฎการทำโฆษณาแบบเดิม ๆ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “โฆษณาสุดครีเอทครั้งแรกในไทย” ที่การันตีว่าจะสร้างความฮือฮาและ disrupt แวดวงการตลาด

โดยใช้สื่อพื้นที่โฆษณาบนตัวคน หรือ Human Media ครั้งแรกในประเทศไทย โดยคุณวี – ปวริศา ชุมวิกรานต์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด LINE MOBILE ประเทศไทย ดึงนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังอย่าง “ไอซ์-พาริส” หรือ อาฉี่ ในเลือดข้นคนจาง มาเปิดพื้นที่บนหน้าผากส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ไม่เคยเปิดให้ใครมาก่อน พร้อมชวนทุกคนมาเปิดใจให้ LINE MOBILE

พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ บน FACEBOOK LINE MOBILE TH ให้แฟน ๆ ลุ้นไปเจอหนุ่มไอซ์ตัวจริงได้ในงานอีเวนต์ “LINE MOBILE ยิ่งเปิด…ก็ยิ่งรัก สแกนเปิดใจกับไอซ์ พาริส” ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ที่ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

#อะไรอยู่ใต้ผมไอซ์ #ลองเปิดใจแล้วคุณจะรัก #LINEMOBILETH #รักได้ง่ายๆ #ICEMostExclusiveAdSpace

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“ดิจิทัล เวนเจอร์ส และ ม.เชียงใหม่” ร่วมดันโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เร่งพัฒนาความสามารถนักศึกษา

Published

on

บริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด และ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมสนับสนุนโครงการ “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” เพื่อพัฒนาความสามารถของนักศึกษา ให้เป็นบัณฑิตที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจในยุคของการแข่งขันทางเศรษฐกิจในเชิงดิจิทัลของประเทศ ร่วมสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน การร่วมออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดสรรที่ปรึกษาพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ รวมถึงให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงกับบริษัทฯ ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมต่อยอดโครงการกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในอนาคต

 

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “นอกจากภารกิจหลักของบริษัทฯ​ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและสรรหานวัตกรรมเพื่อนำมาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้กับภาคธุรกิจและสังคมของไทยแล้ว เรายังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษา อันเป็นปัจจัยพื้นฐานให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะเชิงลึก พร้อมที่จะรองรับความท้าทายต่าง ๆ ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนี้ การร่วมมือกับ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นี้ในโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ให้กลายเป็นบัณฑิตที่มีคุณลักษณะและทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นจากความร่วมมือ 3 ส่วน ได้แก่

  • มหาวิทยาลัย (วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
  • ภาคธุรกิจ (บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด) และ
  • นักศึกษา (จากวิทยาลัยฯ)

 

โดยบริษัทฯ ให้การสนับสนุนโครงการในต่าง ๆ ทั้งด้านเงินทุน การร่วมออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน เป็นที่ปรึกษาพร้อมกับจัดสรรผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ รวมถึงให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงกับบริษัท ตลอดระเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อให้น้องนักศึกษาได้มีโอกาสนำความรู้มาประยุกต์และเรียนรู้การทำงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ หากนักศึกษาในโครงการผ่านเกณฑ์การคัดเลือก นักศึกษาจะได้รับข้อเสนอให้เป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ ต่อไป ระยะเวลาของโครงการออกเป็น 3 ช่วง ดังต่อไปนี้

  1. Pre-Bootcamp & Matching (แผนการจับคู่ตำแหน่งงาน) : สิงหาคม – ธันวาคม 2561
  2. Bootcamp (แผนการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิบัติ) : มกราคม – เมษายน 2562
  3. Work Integrated Learning (การปฏิบัติงานที่บริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด) : พฤษภาคม 2562 – เมษายน 2563

 

ในอนาคต บริษัทฯ มีความยินดีที่จะเปิดรับความร่วมมือในลักษณะนี้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะแรงงานและมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลต่อไป นายอรพงศ์ กล่าวเสริม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!