Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS Fibre จับมือ NOKIA ร่วมพัฒนา “เทคโนโลยี Mesh Wi-Fi” รุกตลาดบรอดแบนด์ระดับพรี่เมียม!!

  • AIS Fibre ผนึก NOKIA ร่วมยกระดับประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงของคนไทยให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น ด้วยนวัตกรรมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi ระดับพรีเมี่ยม “NOKIA WiFi Beacon 3” บนสุดยอดเทคโนโลยี Mesh Wi-Fi เสริมประสิทธิภาพการใช้งานเน็ตบ้านให้กับลูกค้า AIS Fibre ด้วยคุณภาพการกระจายสัญญาณที่เต็มเปี่ยม พร้อมความเสถียรและแรงเต็มสปีด ครอบคลุมทั่วทุกมุมของบ้าน และช่วยแก้ปัญหาสัญญาณรบกวน ทำให้ลูกค้าใช้เน็ตบ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตอบโจทย์สำหรับครอบครัวใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการใช้เน็ตสปีดสูง

AIS Fibre และ NOKIA ได้ทำงานร่วมกันแบบ CO-Creation เพื่อศึกษาและทดสอบ เทคโนโลยี Mesh Wi-Fi เพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า AIS Fibre โดยมาพร้อมไฮไลท์ฟีเจอร์ที่แตกต่าง อาทิ

  • Home Portal ที่ผู้ใช้งานสามารถเห็นสถานะการทำงานได้แบบเรียลไทม์,
  • รองรับ 1024 QAM และ 5 GHz 4×4 MU-MIMO, Detect non Wi-Fi interference
  • และเสริมขีดความสามารถในการ hand over สัญญาณ ทำให้ใช้งานได้สปีดสูงสุดทั่วถึงทั้งบ้าน
  • ผนวกกับรูปลักษณ์ ดีไซน์สวย โดดเด่น
  • การันตีด้วยรางวัลออกแบบยอดเยี่ยมระดับสากล ฉีกกรอบจากเราเตอร์อื่น ๆ ที่เคยมีมา ติดตั้งง่าย พร้อมใช้ทันที

โซลูชั่น Wi-Fi ของ Nokia ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเรื่องการใช้งาน Wi-Fi ที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ให้บริการฯมีเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทำให้การบริการลูกค้าเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นขึ้น เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับเอไอเอส ไฟเบอร์ ในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างด้านบริการเครือข่าย Wi-Fi ในบ้านของลูกค้าของเอไอเอส ไฟเบอร์ ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ในการใช้บรอดแบรนด์ความเร็วสูงมากที่ดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย จากทุกมุมภายในบ้านอย่างแท้จริง”

  • เทคโนโลยี Mesh Wi-Fi คือ อุปกรณ์ หรือ เราเตอร์ Wi-Fi ที่สามารถสื่อสารกับเราเตอร์ Wi-Fi ตัวอื่น ๆ ได้อัตโนมัติ สามารถรวมตัวกันช่วยกระจายสัญญาณ Wi-Fi ให้ครอบคลุมทั่วทั้งสถานที่ หรือช่วยลดจุดอับสัญญาณต่างๆ เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เนื่องด้วยประสิทธิภาพของเครือข่าย Wi-Fi ภายในบ้าน มักจะได้รับผลกระทบจากจำนวนของอุปกรณ์เชื่อมต่อ และสัญญาณรบกวนที่อาจเกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เตาไมโครเวฟ หรือเครือข่าย Wi-Fi จากที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง สัญญาณรบกวนเหล่านี้อาจลดความเร็วของบรอดแบรนด์ลง การทำให้บ้านของลูกค้ามีสัญญาณ Wi-Fi ครอบคลุมเพียงพอเป็นเรื่องที่ท้าทาย และในหลายกรณี จะต้องมีการติดตั้ง access point เพิ่มหลายจุด เพื่อลดจุดอับสัญญาณ
  • “NOKIA WiFi Beacon 3” เปี่ยมประสิทธิภาพ ติดตั้งง่าย ให้สัญญาณครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณที่พักอาศัย และมีคุณสมบัติรองรับบรอดแบนด์ความเร็วสูงมากได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยถูกออกแบบมาให้สามารถตรวจจับแหล่งที่มาของสัญญาณรบกวน ทั้งที่เป็นสัญญาณ Wi-Fi และไม่ใช่ Wi-Fi ได้ 100% และมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับช่องสัญญาณที่แรงที่สุดโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการวิเคราะห์ข้อมูล และยังสามารถแก้ไขปัญหาได้เองโดยอัตโนมัติ ลดความจำเป็นที่ลูกค้าต้องจัดการเครือข่ายด้วยตนเอง  รวมทั้ง ยังได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก iF Design Foundation ด้วย

หลังจากลูกค้า AIS Fibre ได้รับอุปกรณ์ Nokia WiFi Beacon 3 ลูกค้าสามารถทำการติดตั้งเองได้อย่างรวดเร็ว เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นลงบนมือถือ และทำตามขั้นตอนการตั้งค่าที่แนะนำ เมื่อการติดตั้งเสร็จ ลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อดูการแสดงข้อมูลภาพซึ่งแสดงความครอบคลุมของสัญญาณ (heat map) เพื่อระบุและจัดการจุดอับสัญญาณได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถระบุจุดที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่ม access point เพื่ออุดช่องว่างความครอบคลุมของสัญญาณ นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถเข้าถึงรายการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและสร้างเครือข่ายแยกสำหรับผู้มาเยือน (guest networks) และตั้งค่าความปลอดภัยตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

“NOKIA WiFi Beacon 3” เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้า AIS Fibre เตรียมจัดจำหน่ายในประเทศไทย เป็นรายแรกในโลก ในวันที่ 14 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป ผ่านทาง AIS Online Store พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ จำหน่ายแบบ Duo-Pack (2 ชิ้น) ในราคาเพียง 10,990 บาท (จากปกติ 14,990 บาท) พิเศษยิ่งกว่า!! ต้อนรับการเปิดตัวในไทยเป็นที่แรกของโลก จัดหนักโปรสุดร้อนแรง!! ลดเหลือเพียง 9,990 บาท เมื่อซื้อภายในวันที่ 31 มกราคม 2562

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

เตรียมพบนิยามใหม่ความเร็วแรงขั้นสุดระหว่าง “OnePlus – McLaren” กับ “OnePlus 6T McLaren Edition”

Published

on

OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำร่วมมือกับ McLaren แบรนด์รถแข่ง ผู้นำด้านเทคโนโลยีรถสปอร์ต และนวัตกรรมซูปเปอร์คาร์ความเร็วสูง สัญชาติอังกฤษ ร่วมเปิดตัวสมาร์ทโฟน OnePlus รุ่น 6T McLaren Edition ที่มีประสิทธิภาพความเร็วขั้นสุด กับเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อฉลองความหลงใหลในนวัตกรรมความเร็วแรงของสองแบรนด์

“OnePlus 6T McLaren Edition ถูกออกแบบและคิดค้นมาด้วยความแม่นยำ พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน มาพัฒนาเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัย เร็ว และแรง” โดย Pete Lau  CEO ของ OnePlus กล่าวว่า “นี่เป็นการเริ่มต้นของการร่วมมือกันที่น่าตื่นเต้นกับ McLaren ที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความเร็งแรง และประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง” OnePlus รุ่น 6T McLaren คือการผสมผสานกันระหว่างความเร็วแรงของเทคโนโลยี และความสง่างาม ซึ่ง OnePlus และ McLaren ได้ออกแบบมาอย่างลงตัว เพื่อสร้างประสบการณ์อันทรงพลังและหลากหลาย

OnePlus 6T McLaren Edition มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น

  • Warp Charge 30 การชาร์จแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ ที่ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่อย่างรวดเร็วภายใน 20 นาที เพื่อให้แบตเตอรี่มีพลังงานเพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวัน และ
  • ตลอดจนการพัฒนาการจัดส่งกำลังพลังงานไฟฟ้า อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 30 วัตต์ ซึ่งสามารถถ่ายโอนพลังงานไปยังโทรศัพท์มือถือได้โดยไม่ทำให้ความเร็วของการชาร์จแบตเตอรี่ลดลง
  • แม้ในขณะการใช้งานปกติ หรือการใช้งานที่กินพลังงานมากก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ที่มีกราฟิคสูง ๆ การถ่ายวีดีโอในรูปแบบ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที หรือการแก้ไขภาพเคลื่อนไหว
  • รวมไปถึงการสลับการใช้งานระหว่างแอปพลิเคชั่น
  • OnePlus 6T McLaren Edition ยังสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วยหน่วยประมาวลผล RAM สูงถึง 10 GB

ที่สุดแห่งดีไซน์ของความเร็วแรง

  • McLaren โดดเด่นด้วยเอกลักษ์เฉพาะตัว กับสีส้มมะละกอ สีสวยงามรอบด้าน และสุดขอบด้วยสีดำสวยหรู กับรูปแบบฝาหลังดีไซน์กระจกด้านหลัง ที่สะท้อนลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ McLaren หัวใจสำคัญของรถยนต์ McLaren ปี 1981 เริ่มใช้งานตั้งแต่การผลิตรถ Formula 1
  • อีกหนึ่งไฮไลท์ในรุ่นนี้คือ ฝาหลังมีลวดลายเส้นแนวทะแยง จะปรากฏขึ้นมาและหายตัวไปในทันทีเมื่อโดนแสงกระทบคล้ายกับโลโก้ของ McLaren พร้อมกับชุดสายไฟ Warp Charge 30 ที่มีสายเคเบิลเป็นสีส้มมะละกออีกด้วย
  • โดยภายในกล่องมีโลโก้ McLaren สัญลักษณ์แห่งความเร็วแรง มาไว้บนฝาหลังของสมาร์ทโฟน ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์เกรด AA  ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกันกับการผลิตรถ McLaren MCL33 2018 Formula 1 และได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตรถ F1 มากกว่า6รุ่น
  • ตัวกล่องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะมาพร้อมกับหนังสือประวัติความเป็นมาของทั้งสองบริษัท และยังสามารถเพลิดเพลินไปกับซอฟต์แวร์อนิเมชั่นสุดพิเศษที่เป็นเอกสิทธิ์สำหรับรุ่นนี้เท่านั้น

“ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เป็นอุปกรณ์ที่นำประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ต้องขอขอบคุณพันธมิตรอย่าง OnePlus ที่นำประสิทธิภาพในการทำงาน และความเร็วแรงของพวกเรามาสร้างเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่”

OnePlus 6T McLaren Edition เตรียมวางจำหน่ายที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการผ่านทาง AIS , JD Central ในวันที่ 20 ธันวาคม 2561 และ Power Buy ในเร็ว ๆ นี้นะจ๊ะ!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

OPPO F9 เปิดตัวสีใหม่ Limited Edition สี Jade Green ต้อนรับปีใหม่

Published

on

เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับ OPPO F9 ที่เปิดตัวมาพร้อมกับดีไซน์สุดล้ำ กับการไล่เฉดสีที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการดีไซน์สมาร์ทโฟน จนเป็นที่พูดถึงมากมาย

และนอกจากดีไซน์แล้ว OPPO F9 ยังมาพร้อมกับ

  • กล้องหลังคู่ 16+2 MP และกล้องหน้าที่มีความละเอียดถึง 25 MP
  • พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไวที่ปลอดภัยถึง 5 ขั้น อย่าง VOOC Flash Charge ชาร์จ 5 นาทีคุยได้นาน 2 ชั่วโมง

และล่าสุด OPPO ได้เปิดตัวสีใหม่ที่เป็น Limited Edition กับสี Jade Green เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ ด้วยดีไซน์ไล่เฉดสีสุดพรีเมี่ยมของสีขาวมุกและสีเขียวหยก พร้อมขอบสีทองให้ความรู้สึกเรียบหรูพรีเมี่ยมน่าสัมผัส และสำหรับใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ OPPO F9 Jade Green Limited Edition สามารถทำการพรีออเดอร์ได้แล้วตั้งแต่ วันที่ 15 – 21 ธันวาคม 2561 ที่ OPPO Brand Shop และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ ในราคา 10,990 บาท พร้อมรับฟรีของขวัญสุดพิเศษเป็น OPPO Gift Box และ OPPO VIP Card พิเศษขนาดนี้รอช้าไม่ได้แล้วนะ!!

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

MediaTek เปิดตัว Helio P90 ดึง AI เสริมประสบการณ์การใช้งานและถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟน!

Published

on

Helio P90 เปิดตัวพร้อมกับ APU 2.0 และเทคโนโลยี AI ที่ออกแบบโดย MediaTek ตั้งเป้าพัฒนาสู่ประสบการณ์อีกระดับด้วยชิปเซ็ตที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Helio P70 และ Helio P60 ถึง 4 เท่า! ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อีกด้วย

TL Lee ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารไร้สายของ MediaTek กล่าวว่า “Helio P90 จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาศักยภาพของอุปกรณ์สมาร์ตโฟน ทั้งฟีเจอร์กล้อง อายุการใช้งาน และ ขีดความสามารถต่างๆ ด้วย AI พร้อมกับการทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้คนหมู่มากได้ด้วย นอกจากนี้ Helio P90 ยังมีการประมวลผลด้วย AI ที่รวดเร็ว รวมถึงมีการปรับปรุงระบบถ่ายภาพให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับภาพความละเอียดสูงแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากสมาร์ตโฟน”

Helio P90 แบบ octa-core ถูกออกแบบมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ ARM A75 สองตัวที่ทำงานได้ถึง 2.2GHz และโปรเซสเซอร์ A55 หกตัว ที่ทำงานได้ 2.0GHz พร้อมด้วยเทคโนโลยี CorePilot รุ่นล่าสุดของ MediaTek ที่ช่วยให้มั่นใจว่าการประมวลผลจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน จึงปฎิเสธไม่ได้ว่า Helio P90 เกิดมาเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาสมรรถนะแบบเต็มสูบด้วยการใช้พลังงานที่ต่ำ คงความสมดุลระหว่างอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และพลังงานที่ต้องใช้ได้อย่างเหมาะสม

และด้วยศักยภาพของเทคโนโลยี AI ทำให้ Helio P90 มีนวัตกรรมรองรับการใช้งานที่มีความซับซ้อนและรวดเร็วมากขึ้น เช่น การติดตามและวิเคราะห์ท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Google Lens, การตรวจจับใบหน้าด้วยเทคโนโลยี deep-learning, การแยกแยะวัตถุและฉากหลัง, เทคโนโลยี AR/ MR รวมถึงระบบปรับแต่งภาพและวีดีโอแบบเรียลไทม์

นักพัฒนาและผู้ผลิตจะสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่เป็นนวัตกรรมด้าน AI อย่างง่ายดายด้วย framework พื้นฐานของ Helio P90 เช่น TensorFlow, TF Lite, Caffe และ Caffe2 ซึ่งอยู่บน NeuroPilot SDK ของ MediaTek และสามารถใช้กับ API ของ Google Android ได้อย่างเต็มที่

ในขณะที่กล้องของ Helio P90 ก็รองรับภาพขนาดใหญ่ได้ถึง 48MP ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้ภาพที่มีรายละเอียดคมชัดสูงสุดด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟน ตัวกล้องสามารถบันทึกภาพขนาด 48MP ได้มากถึง 40 เฟรมต่อ 1 วินาที (FPS) โดยไม่เกิดการดีเลย์ของชัตเตอร์ อีกทั้งยังสามารถบันทึกภาพ HD ด้วยโหมด super slow-motion ที่ 480FPS

MediaTek ปฏิวัติความละเอียดของภาพถ่ายด้วยการอัพเกรดโปรเซสเซอร์ ISPs ให้ประมวลผลไฟล์ RAW 14 บิตและประมวลผล YUV 10 บิตได้ ตอบโจทย์ผู้รักการถ่ายภาพให้มีความยืดหยุ่น ทั้งในการถ่ายภาพและการประมวลผลภาพอย่างสวยงาม นอกจากนี้ กล้อง AI สุดพิเศษยังได้ถูกดีไซน์มาให้สามารถตรวจจับใบหน้าและฉากหลังในแบบเรียลไทม์แม้ท่ามกลางแสงมืดและขณะเคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้ง่ายขึ้นด้วย

Helio P90 รองรับ Dual SIM Dual VoLTE 4G LTE WorldMode พร้อมโมเด็ม Cat-12 (DL) / Cat-13 (UL) 4G LTE ที่รวดเร็ว และยังมี 4×4 MIMO และ 256QAM ที่ให้ข้อมูลได้ดีกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง นอกจากนี้ยังสนับสนุน 2×2 802.11ac และ Bluetooth 5.0

คาดว่า Helio P90 จะออกสู่ตลาดทั่วโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ MediaTek Helio P90

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!