Connect with us

ข่าววิทยาการ

ฝนดาวตกเจมินิดส์ VS ดาวหาง 46/P Wirtanen 2 ปรากฏการณ์กลางเดือนธ.ค.นี้

มาแล้ว!! ฤดูชมดาวที่รอคอยยยยย

หนาวนี้จะหนาวจริงรึหลอกก็ยังไม่แน่ แต่ที่แน่ๆ มีดวงดาวสุกสกาวให้เราชมแน่นอน เพราะสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชวนชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์” หลังเที่ยงคืนวันที่ 14 ถึงรุ่งเช้าวันที่ 15 ธันวาคมนี้ แถมโชว์ภาพดาวหาง 46/P Wirtanen ที่กำลังเดินทางมาประชิดโลกค่ำวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เอาใจสายดูดาวให้ตามติดกันอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

สำหรับฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. อธิบายว่า เกิดจากการที่โลกเคลื่อนที่เข้าตัดกับกระแสธารของเศษหินและเศษฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ที่ดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน ทิ้งไว้ในขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว สายธารของเศษหินและฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกเกิดเป็นลำแสงวาบ หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟที่มีสีสวยงาม (fireball) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุก ๆ ปี โดยปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 120 ดวงต่อชั่วโมง สามารถสังเกตฝนดาวตกได้ชัดเจนตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 14 ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 15 ธันวาคม 2561 เนื่องจากมีแสงจันทร์รบกวนช่วงหัวค่ำ ศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 

จุดเด่นของฝนดาวตกเจมินิดส์คือ มีความเร็วของดาวตกไม่มากนัก ประกอบกับมีอัตราตกค่อนข้างมากจึงสังเกตได้ง่าย สามารถมองเห็นได้รอบทิศ สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ ถือเป็นโอกาสดีในการสังเกตการณ์  ทั้งนี้ ควรเลือกสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงไฟรบกวน 

ภาพแสดงตำแหน่งฝนดาวตกเจมินิดส์บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ คืน 14 – 15 ธันวาคม 2561 เวลา 01.30 น.

พิเศษ!! ปีนี้  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ต่อเนื่องด้วยการชมฝนดาวตกเจมินิดส์ตลอดทั้งคืน ตั้งแต่ค่ำวันที่ 14 ธันวาคม ถึงรุ่งเช้าวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ณ

  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา (โทร. 084-088 -2264)
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา (โทร.086-429-1489)

ใครสนใจหรืออยู่ใกล้เคียงสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ฟรี!!! ไม่มีค่าใช้จ่าย ไปตำกันได้เลยยย

แล้ว ดาวหาง 46/P Wirtanen ล่ะ พิเศษยังไง?

นายศุภฤกษ์กล่าวว่า ดาวหาง 46P/Wirtanen เป็นดาวหางคาบสั้นขนาดเล็ก มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณแถบไคเปอร์ ถัดจากวงโคจรของดาวเนปจูน ค้นพบโดย คาร์ล เอ. เวอร์ทาเนน นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน  มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.2 กิโลเมตร จะโคจรมาใกล้โลกประมาณทุก 5 ปี แต่สำหรับปีนี้ นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีความสว่างมากที่สุด และมีโอกาสสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า จึงเป็นดาวหางที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ภาพดาวหาง 46/P Wirtanen ปรากฏบริเวณกลุ่มดาวแม่น้ำ บันทึกในคืนวันที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลา 23.16 น.
ณ ยอดดอยอินทนนท์ อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่

ขณะนี้ดาวหาง 46P/Wirtanen มีความสว่างปรากฏที่แมกนิจูด 10 สามารถสังเกตการณ์ได้ด้วยกล้องสองตาแล้ว และนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 ที่ระยะห่างจากโลกประมาณ 11.5 ล้านกิโลเมตร  และจะมีค่าความสว่างสูงสุดประมาณแมกนิจูด 3 อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ค่าความสว่างที่ตาคนเราสามารถสังเกตเห็นได้อยู่ที่แมกนิจูด 6 ยิ่งค่าน้อยยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าที่ต้องมืดสนิทปราศจากแสงและเมฆรบกวน สำหรับประเทศไทยสังเกตได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เวลาประมาณหนึ่งทุ่มถึงตีสี่ บริเวณกลุ่มดาววัว ใครสนใจรีบหากล้องสองตาหรือโทรทรรศน์ตามส่องได้ตั้งแต่วันนี้ และหากต้องการถ่ายภาพ ควรเลือกสถานที่มืดสนิทและช่วงเวลาที่ดาวหางอยู่ในตำแหน่งสูงจากขอบฟ้ามากที่สุด เพื่อหลีกหนีมวลอากาศที่บริเวณขอบฟ้า

ภาพจำลองทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวหาง 46P/Wirtanen ในช่วงเดือนธันวาคม 2561

และใครยังรักพี่เสียดายน้อง เราแนะนำว่าลาหยุดยาวไปนอนดูทั้งสองดาวส่งท้ายปีไปเลยยยยยย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

สภาคณบดี’สถาปัตย์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลจัดบ้าน สร้างสิ่งปลูกสร้างสู้ฝุ่น PM 2.5

Published

on

สภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมแห่งประเทศไทย ได้จัดเสวนาพิเศษเรื่อง “ฝุ่น PM 2.5 จะผ่านไป แล้วไงต่อ?” โดยได้พูดถึงแนวทางการออกแบบเมือง อาคาร บ้านพักอาศัย เพื่อรับมือวิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5 จากมุมมองด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อันธิการ สวัสดิ์ศรี ประธานสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย และคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า ทำไมสถาปัตยกรรมและการออกแบบถึงมาพูดเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังเป็นกระแสบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยให้เหตุผลว่า เพราะวิกฤตฝุ่นนั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลในทุกภาคส่วน ไม่เพียงแค่สถาปัตย์เท่านั้น และมีโอกาสที่จะซึมซับเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมจึงนำมาช่วยในการป้องกันและปกป้องคนในครอบครัวจากละอองฝุ่นได้

(ผู้หญิง) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อันธิการ สวัสดิ์ศรี ประธานสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย และคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ประเด็นที่น่าสนใจในการออกแบบ คือการออกแบบบ้านซึ่งเป็นหน่วยที่อยู่อาศัยที่ใกล้เรามากที่สุดและเล็กที่สุด เราสามารถทำอะไรกับบ้านของเราได้บ้าง เครื่องกรองอากาศ การออกแบบอาคารโดยดูทิศทางของแดดและลม การเอาต้นไม้มาช่วยในการกรองอากาศ โดยกล่าวเสริมในประเด็นเรื่องฝุ่นเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ที่สร้างฝุ่นดังกล่าวอย่างเดียว สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สร้างฝุ่นด้วยเช่นกัน เช่น บ้านที่ไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน หรือช่องเล็ก ๆ ระหว่างเฟอร์นิเจอร์ ดังนั้นต้องวางให้มีช่องเปิดรับลม เช่น ห้องนอนผู้สูงอายุ ตอนแรกตั้งไว้ในทางทิศตะวันออก หรือเหนือ เพื่อรับลมและอากาศที่ถ่ายเท ช่วยในการหายใจ อาจต้องเปลี่ยนมาตั้งไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้แทน และเอาต้นไม้มาช่วยในการกันลมพัดพาฝุ่นมา โดยหาต้นไม้ที่ไม่ต้องการแดดจัดและสามารถดักจับฝุ่นได้

จากงานวิจัยการนำต้นไม้มาช่วยกรองอากาศ ช่วยสร้างความขื้น โดยต้องดูว่าต้นไม้ประเภทไหนช่วยกรองฝุ่น 2.5 ได้ โดยดูที่ใบ ใบที่ดีต้องมีสักษณะคล้ายใบสน ใบเล็กแหลม และแน่น แต่บ้านเรามีต้นไม้ประเภทนี้ไม่เยอะ จึงแนะนำให้ปลูกต้นเข็มเล็ก ช่วยในการดักจับฝุ่นได้ โดยเฉพาะในเมืองที่มีการชุมนุมของฝุ่นเป็นจำนวนมาก ควรตกแต่งด้วยต้นไม้ โดยอาจจะนำมาประดับตกแต่งผนัง แทนการใช้กระเบื้อง และยังเป็นอีกหนทางที่ช่วยให้เมืองร่มรื่นและเพิ่มความชื้นในอากาศมากขึ้นอีกด้วย

(กลาง) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พลเดช เชาวรัตน์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภูมิสถาปนิก กล่าวเสริมด้านภูมิสถาปัตย์ว่า เมืองมีความหนาแน่นค่อนข้างสูง และมีพื้นที่สีเขียวน้อยต่อพื้นที่ทั้งหมด เช่น ในกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวเพียง 10% ต่อพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งหากเปรียบเทียบกับ สิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียว 47% ต่อพื้นที่ทั้งหมด การวางเมืองในพื้นที่ว่างให้มีพื้นที่สีเขียวเพื่อกรองฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศมีความจำเป็น โดยกรุงเทพฯ มีความหนาแน่นสูงแต่ช่องว่างน้อยมาก ทำให้ช่วงที่มีปัญหาด้านมลภาวะ จึงสร้างปัญหา และส่งผลกระทบต่อเราอย่างมาก ซึ่งภูมิสถาปนิกจึงมาช่วยในเรื่องดังกล่าว ในการจัดการพื้นที่สีเขียว เช่น การสร้างเมืองอยู่ในสวน ซึ่งพื้นที่สีเขียวควรมี 9 ตร.ม./คน และควรกระจายและแทรกในตัวเมืองให้ช่วยเป็นฟิลเตอร์กรองอากาศ ซึ่งในยุทธศาสตร์ 20 ปี ก็มีพูดถึงพื้นที่สีเขียว แต่อยู่ในช่วงเริ่มต้น อาจจะต้องเริ่มปรับปรุงยุทธศาสตร์ให้เร็วขึ้นต่อไป
  • ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พลเดช เชาวรัตน์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเทศเยอรมนีนั้นมีปัญหาฝุ่นมาก่อนเราหลายปี โดยเยอรมนีเป็นประเทศอุตสาหกรรม จึงเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดวิกฤตการณ์ดังกล่าว การปรับที่ผังเมือง การพัฒนาระดับย่านจึงมีความสำคัญและต้องรีบเร่งแก้ไข เช่น การปรับให้แหล่งอำนวยความสะดวกเดินไปถึงได้ โดยไม่ต้องใช้รถ การใช้แนวคิดเมืองต้องเติบโตพร้อมพื้นที่สีเขียว คนเดินไม่เกิน 500 เมตรต้องเจอต้นไม้ เจอสวน เพราะสัตว์และแมลงทำหน้าที่สำคัญในระบบนิเวศน์ การเพิ่มและลดอุณหภูมิในเมืองนอกเมือง และระบบการขนส่ง มีการจำกัดการใช้รถยนต์ ห้ามรถยนต์ที่ไม่มีมาตรฐานเข้าเมืองในโซนที่กำหนด และใช้จักรยานในการเดินทางมากขึ้นหากมีการปรับผังเมือง

(ขวาสุด) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภูมิสถาปนิก

นี่เป็นโอกาศในการปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม หากไม่มีปัญหาก็จะไม่มีทางแก้ไข เราสามารถนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วย เช่น การกรองอากาศจากข้างนอกสู่ข้างใน เช่น การใช้ ภูมิทัศน์ข้างนอกเพื่อกรองอากาศ และนำเข้าสู่ภายในบ้าน

งานนี้ไม่ใช่เพียงเราคนเดียว ทุกคนมีส่วนรวมกันหมด เรามามองตัวเองว่าเราทำให้สิ่งแวดล้อมกระทบอะไรบ้าง หันมาดูแลบ้านตัวเอง ทำความสะอาดรถยนต์นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยส่งคม ทำหน้าที่ต่อตัวเองและสังคม

สรุปเสวนาครั้งนี้ได้ความว่า…เมื่อเกิดวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับทุกคน เราควรมาดูตัวเอง ทำอะไรได้บ้าง เพราะทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ในตนเองต่อสังคม สื่อทุกท่านมีส่วนช่วยในการให้ข้อมูล เพราะเป็นกระบอกเสียง ให้คนตระหนักไม่ใช่ตระหนก ค่อย ๆ ทำไปทีละก้าว ประชาชนกับรัฐช่วยกัน รัฐก็มีงานน้อยลง โดยในวันนี้ เริ่มจากตัวเองก่อน ทำความสะอาดบ้านของตนให้สะอาด เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่ทุกท่านสามารถทำเองได้ที่บ้านของตน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

ม.จุฬาฯ ชี้ หน้ากากอนามัยธรรมดากับทิชชู 2 ชั้นไม่มีประสิทธิภาพกันฝุ่นถึง 90%

Published

on

หลังจากที่ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทย ไม่นานหน้ากาก N95 ก็กลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก ถึงขั้นหายากกันเลยก็ว่าได้ หลังจากที่หน้ากากดังกล่าวหายากก็ได้มีการแชร์ข้อมูลอย่างแพร่หลายในเรื่องการใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และ การใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา กับทิชชู 2 ชั้นสามารถป้องกัน PM 2.5 ได้มากถึง 90% ซึ่งใกล้เคียงกับหน้ากาก N95 ก็เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการรับรองค่ะ

เราต้องมาขยายความกันหน่อยว่าหน้ากากอนามัยแบบธรรมดานั้นถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันฝุ่นละออง และมลภาวะต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 ไมครอน โดยหน้ากากแบบธรรมดา ฝุ่นขนาด PM 2.5 ยังคงสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้บางส่วน แต่เมื่อเราใส่พร้อมกับกระดาษทิชชูอีก 2 ชั้น จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกรองได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่เทียบเท่ากับ N95 ที่สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน

ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดีด้านการวิจัย พัฒนา และ นวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้ คณะแพทย์ศาสตร์จุฬา ก็ออกมาชี้แจงว่า การใส่หน้ากากอนามัยกับกระดาษทิชชู 2 ชั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าป้องกันฝุ่นได้ถึง 90% จริง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือทุกๆคนหยุดเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวก่อน จนกว่าจะมีการยืนยันที่ชัดเจน หรือข้อมูลใหม่ๆออกมา

เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้คือซื้อหน้ากากที่ได้มาตรฐาน N95 จริงๆ มาใช้ค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

หุ่นยนต์ตกงาน! โรงแรมในญี่ปุ่นสั่งปลดพนักงานหุ่นยนต์หลังจากสร้างปัญหาให้ผู้เข้าพัก

Published

on

ในยุคไอทีที่หุ่นยนต์ และระบบ AI สามารถเข้ามาทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ได้คงจะทำให้หลายๆ คนตกงาน แต่! อย่าเพิ่งนึกโกรธหุ่นพวกนั้นไปละ เพราะที่ญี่ปุ่นเค้าก็มีการปลดหุ่นยนต์เหล่านี้ออกจากการทำงานเหมือนกัน

โรงแรม Henn-na ในประเทศญี่ปุ่นที่เคยเปิดตัวไปว่าเป็นโรงแรมที่มีความทันสมัย ที่มีพนักงานส่วนมากเป็นหุ่นยนต์ในปี 2015 ได้ทำการปลดพนักงานหุ่นยนต์บางส่วนออกหลังจากที่พวกมันสร้างปัญหาให้กับผู้เข้าพัก

Churi หุ่นยนต์ผู้ช่วยที่ประจำแต่ละห้องพัก

หนึ่งในหุ่นที่ถูกปลดนั้นมีชื่อว่า ‘Churi’ หุ่นยนต์ผู้ช่วยที่อยู่ในห้องพักแต่ละห้อง เมื่อ Churi ไม่สามารถตอบคำถามของผู้เข้าพักอย่าง ‘ร้านในถ้องถิ่นเปิดปิดกี่โมง’ ได้ ในขณะที่ Siri (จาก Apple) Google Assistant (จาก Google) และ Alexa (จาก Amazon) สามารถตอบคำถามนี้ได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีปัญหาต่างๆอีกเช่น หุ่นยนต์ขนกระเป๋า 2 ตัวมักจะเกิดปัญหาขัดข้องทุกครั้งเมื่อฝน และ หิมะตก ยังไม่พอมันยังขวางกันและกันตลอดเมื่อมันเดินสวนกันตรงทรงเดิน หุ่นยนต์ที่เคาน์เตอร์ Check-in ก็ไม่สามารถถ่ายสำเนาเอกสารของแขกที่เข้าพักได้ และ หุ่นยนต์ต้อนรับก็ไม่สามารถตอบคำถามที่ซับซ้อนเกี่ยวกับเที่ยวบินได้ เป็นต้น

หุ่นยนต์ที่จุด Check-in

หุ่นยนต์จำนวนมากถูกปลดออกหลังจากใช้งานมาเป็นเวลาหลายปี อาจเพราะด้วยเทคโนโลยีที่เริ่มล้าสมัยทำให้พวกมันทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และท้ายที่สุดงานจำนวนมากต้องถูกทิ้งไว้ให้มนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องถามคำถามที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าที่หุ่นยนต์จะเข้าใจ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!