Connect with us

ข่าววิทยาการ

นักวิจัยพัฒนา AI ที่สามารถวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมผ่านการสแกนใบหน้าได้!

ในหนัง Sci-Fi ส่วนมากเรามักจะเจอกับระบบรักษาที่สามารถวินิจฉัยด้วยการสแกนใบหน้ามนุษย์แล้วระบุโรคที่เราเป็นได้ สิ่งนี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อนักวิจัยกลุ่มหนึ่งพัฒนาระบบ AI ที่สามารถตรวจโรคทางพันธุกรรมผ่านการสแกนใบหน้าผู้ป่วยได้

บริษัท Facial Dysmorphology Novel Analysis หรือ FDNA ในอเมริกา ได้ทำการพัฒนาระบบวิเคราะห์ใบหน้าเพื่อตรวจหาความผิดปกติผ่านใบหน้าของผู้ป่วย ที่เรียกว่า DeepGestalt ขึ้นมา ในระบบจะบรรจุรูปภาพใบหน้าของผู้ป่วยกว่า 17,000 รูป ที่มีอาการแตกต่างกันถึง 200 อาการ เพื่อใช้เปรียบเทียบหาอาการที่ผู้ป่วยเป็นผ่านใบหน้า ระบบนี้จะถูกใช้งานผ่านแอปบนโทรศัพท์มือถือที่มีชื่อว่า ‘Face2Gene’ ส่วนวิธีใช้ ก็เพียงแค่อัพโหลดรูปใบหน้าของผู้ป่วยเข้าไป ระบบก็จะทำการวิเคราะห์ใบหน้า และวินิจฉัยทันที

ในการทดสอบสองครั้งแรก DeepGestalt ถูกนำมาทดสอบกับโรคที่มีลักษณะเฉพาะอย่าง Cornelia de Lange syndrome และ Angelman syndrome ทั้งสองโรคนี้จะส่งผลต่อการพัฒนาการของสมอง และ การเคลื่อนไหวของผู้ป่วย ทั้งสองโรคสามารถแสดงลักษณะบางอย่างทางใบหน้าได้เช่น Cornelia de Lange syndrome จะมีมุมคิ้วที่เป็นลักษณะเฉพาะ ในขณะที่ Angelman syndrome ผู้ป่วยจะมีลักษณะผิว และ ผมขาวกว่าปกติ และ เมื่อทดสอบ DeepGestalt กับใบหน้าของผู้ป่วยโรคอื่นๆแบบสุ่ม พบว่าระบบนี้สามารถวินิจฉัยได้ถูกต้องมากกว่า 90% ในขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถวินิจฉัยได้เพียง 70% ในการทดสอบแบบเดียวกัน ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อทดสอบกับภาพใบหน้า 502 ภาพที่มีอาการ 92 อาการต่างๆ DeepGestalt ยังสามารถระบุโรคใกล้เคียงที่ผูู้ป่วยอาจะเป็นได้ถูกต้องมากกว่า 90% ภายในเวลาสั้นๆอีกด้วย

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีข้อจำกัดเพราะเมื่อทดสอบกับโรคที่เกิดจากการกลายพันธ์ุของพันธุกรรม ความแม่นยำของมันจะลดลง 20% และระบบจะสามารถวิเคราะห์ใบหน้าของคนผิวขาวได้ดีกว่าคนผิวสี ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นว่า DeepGestalt เป็นระบบที่น่าประทับใจ แต่อย่างไรก็ตามการแพทย์ก็ยังควรจะต้องมีการตรวจวินิจฉัยที่มีหลักฐานแน่ชัดมากกว่านี้ อีกอย่างหากนำระบบนี้ไปใช้กับผู้สูงอายุที่ใบหน้ามีริ้วรอย จะทำให้เป็นอุปสรรคในการวิเคราะห์ด้วยหรือไม่?

ถึงแม้ว่ามันจะยังคงมีข้อบกพร่อง ทาง FDNA ก็ยังคงพัฒนา DeepGestalt ต่อไป เพราะในเบื้องต้นระบบนี้ก็ช่วยลดระยะเวลาในการวินิจฉัยโรคบางโรคลงไปมาก ในทางกลับกันมันอาจจะจุดประกายวิธีการรักษาแบบใหม่ให้กับผู้ป่วยเหล่านี้ก็เป็นได้

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

NASA ใกล้คลอดระบบควบคุมการจราจรโดรนสำหรับการบินในเมืองต่าง ๆ แล้ว!

Published

on

NASA ร่วมกับ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) เตรียมนำระบบการจัดการจราจรโดรนเข้าสู่การทดสอบขั้นสุดท้าย ที่ Nevada และ Texas ก่อนที่จะเริ่มใช้งานจริง

ทั้งสององค์กรจับมือกัน ดำเนินการพัฒนาการจัดระเบียบการจราจรอากาศยานแบบไร้คนขับ (UTM) ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อค้นหาวิธีการบินโดรนอย่างปลอดภัยในเมืองซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดสอบสุดท้าย ทั้งนี้การทดสอบได้รับความร่วมมือจาก สถาบัน Nevada สำหรับระบบปกครองตนเองใน Las Vegas และศูนย์ LAS Star UAS เพื่อสาธิตวิธีการทางเทคนิคขั้นสุดท้ายนี้ เที่ยวบินทดสอบขั้นสุดท้ายของโครงการจะมีขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ภายในและรอบ ๆ ตัวเมือง Reno รวมถึงในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมในเมือง Corpus Christi อีกด้วย

ทั้ง NASA และ FAA วางแผนที่จะแสดงเทคโนโลยีที่ช่วยประสาน ตรวจจับ และหลีกเลี่ยง รวมถึงการลงจอดอย่างปลอดภัย เพื่อให้ผู้บินโดรนใช้งานโดรนของพวกเขาได้อย่างปลอดภัยที่สุด ในพื้นที่ที่มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

FDA เตือนกระแสฉีดเลือดเด็กเข้าเส้นเลือดไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ!

Published

on

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอย่างเป็นทางการในการใช้เลือดเด็กในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพของพวกเขา หลังจากที่มีคนคิดว่าวิธีนี้สามารถชะลอความแก่ชราได้

กลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อสถานประกอบการในหลายรัฐ ฉีดพลาสม่าจากผู้บริจาคที่มีอายุน้อย ให้แก่ผู้รับบริจาคที่ต้องการ พวกเขาอ้างว่าการกระทำเช่นนี้สามารถชะลอความแก่ชรา ช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ สมองเสื่อม สภาวะป่วยทางจิต และอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และสำหรับหลายที่ก็มีการคิดเงินหลายพันดอลลาร์ในการฉีดเลือดเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่ต้องการ

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว องค์การอาหารและยาได้จัดการแถลงข่าวถึงความกังวลทางด้านสุขภาพที่ประชาชนอาจได้รับ เกี่ยวกับการฉีดเลือดเข้าเส้นเลือดและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่พวกเขาอาจได้รับ

ถึงแม้การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่าอาจสามารถช่วยชีวิตคนได้ในบางกรณี แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่แน่ชัดว่าการฉีดเลือดของเด็กเข้าเส้นเลือดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

สถาบันเทคโนโลยี MIT พัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจับสิ่งของกับหุ่นยนต์โดยใช้คลื่นวิทยุ!

Published

on

นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศอังกฤษ ได้พัฒนาระบบใหม่ให้กับหุ่นยนต์และแขนกล เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยิบจับสิ่งของมากยิ่งขึ้น โดยเรียกเทคโนโลยีใหม่นี้ว่า Turbo Track

Turbo Track นี้คือ RFID หรือเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้ในการระบุสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยคลื่นวิทยุ แท็ก RFID จะถูกนำไปติดกับเป้าหมาย ทำให้หุ่นสามารถจับสัญญาณได้แม่นยำว่าเป้าหมายอยู่ตำแหน่งไหน ระบบนี้สามารถแทนที่การมองเห็นของคอมพิวเตอร์ซึ่งมักถูกจำกัด ด้วยสิ่งที่อยู่ในระยะมองเห็น และอาจสูญเสียการติดตามวัตถุในสถานการณ์ที่วุ่นวายและเมื่อวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว แต่ RFID สามารถระบุตำแหน่งของเป้าหมายผ่านกำแพงหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ได้ นักวิจัยหุ่นยนต์กล่าวว่า มันสามารถค้นหาเป้าหมายเจอภายใน 7.5 มิลลิวินาที โดยมีระยะการจับคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 1 เซนติเมตร

เนื่องจากความแม่นยำและความผิดพลาดที่น้อยมากจากการใช้ Turbo Track มันจึงมีศักยภาพมากในการนำมาผลิตหุ่นยนต์และ แขนกลต่าง ๆ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้มันยังช่วยกำหนดรูปแบบการบินโดรน รวมถึงการส่งของที่แม่นยำ และที่สำคัญเทคโนโลยี RIFD นี้ราคาไม่แพง มันจึงเหมาะที่จะถูกนำมาปรับใช้กับหลาย ๆ สถานการณ์

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!