Tags
| TECH
07/04/2020
วัชรกุล พัฒนาประทีป | 2105 days ago
การอึจะไม่ธรรมดาอีกต่อไป รู้จัก “โถส้วมอัจฉริยะ” มีสแกนลายนิ้วมือ ช่วยจดจำรูก้นของคุณพร้อมวิเคราะห์คุณภาพอุจจาระให้!
การเข้าส้วมพร้อมกับปลดปล่อยสิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในท้องนับเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ดีมากทางหนึ่ง แต่ต่อไปนี้การเข้าส้วมจะไม่ธรรมดาอีกต่อไปเมื่อความ "อัจฉริยะ" กำลังเดินทางมาถึงสินค้าประเภท "โถส้วม" แล้วครับ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิทยาศาสตร์วิศวกรรมชีวการแพทย์ธรรมชาติ โดยมีผู้เข้ารับการทดสอบใช้งานโถส้วมอัจฉริยะถึง 21 เป็นระยะเวลาหลายเดือน โดยหัวหน้าโครงการ Sanjiv Gambhir กล่าวว่า "โถส้วมอัจฉริยะตัวนี้เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับเก็บข้อมูลที่สำคัญซึ่งมักถูกมองข้าม โดยที่การใช้งานนั้นง่าย ไม่ลำบากอะไรกับคนนั่งส้วมอีกด้วย" โถส้วมอัจฉริยะตัวนี้ ดูรูปร่างภายนอกก็เหมือนโถส้วมธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่ผู้วิจัยได้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว พร้อมกล้องบันทึกวิดีโอสำหรับบันทึกปัสสาวะและอุจจาระ โดยมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยวิเคราะห์ เวลา ปริมาณปัสสาวะ ปริมาณเม็ดเลือดขาวและโปรตีนที่ออกมากับปัสสาวะซึ่งสามารถใช้ตรวจสุขภาพไตเบื้องต้น รวมถึงความเหนียวของอุจจาระด้วย ที่เด็ดยิ่งกว่าโถส้วมอัจฉริยะตัวนี้มีระบบจดจำลายนิ้วมือรวมถึงระบบจดจำรูทวารหนักหรือรูก้นมาให้ด้วย ซึ่ง Gambhir กล่าวว่าเนื่องจากการวิเคราะห์ผลของอุจจาระและปัสสาวะนั้นต้องวิเคราะห์เป็นรายบุคคลและต้องมีความแม่นยำ และต้องมั่นใจว่าโถส้วมสามารถแยกแยะผู้ใช้งานแต่ละคนได้ เราว่ามันดูแปลกน่ะแหละ แต่รูก้นของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะ - Gambhir การมีระบบสแกนลายนิ้วมือช่วยให้ตัวเครื่องสามารถจับคู่ข้อมูลของอุจจาระและปัสสาวะได้ถูกคน โดยข้อมูลที่เก็บมาได้นั้นจะถูกขึ้นไปเก็บไว้บนระบบคลาวด์ที่มีความปลอดภัย ไม่ต้องกลัวว่ารูปก้นของคุณจะหลุดไปให้ใครเห็นได้ ทั้งนี้โถส้วมดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา Gambhir ระบุว่าทางผู้วิจัยยังต้องพัฒนาต่อไปเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ได้ถึงระดับโมเลกุลของอุจจาระได้ อ้างอิง CNET พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส07/01/2020
ซื้อให้แฟนสิคะ L’Oréal เปิดตัวอุปกรณ์ผสมสีลิปสติก รองพื้นและครีมบำรุงตามใจผู้ใช้งาน!
ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นกับวงการเครื่องสำอางและเทคโนโลยีเมื่อ L’Oréal ประกาศเปิดตัว Perso อุปกรณ์ Bluetooth ที่สามารถผสมลิปสติก รองพื้น หรือแม้แต่สกินแคร์ที่สามารถปรับแต่งส่วนผสมเพื่อให้เข้ากับผู้ใช้มากที่สุด และทาง L’Oréal ได้สาธิตวิธีการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นนี้ในงาน CES รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันดึงสีลิปสติกที่เป็นที่ต้องการจากโซเชียลมีเดีย เพื่อใช้เป็นสีต้นแบบในการผสมสีลิปสติกของตัวคุณเองควบคู่กับตัวเครื่องอีกด้วย ถึงแม้ว่าในการแสดงแอปต้นแบบในงาน CES ครั้งนี้ทางบริษัทจะต้องทำการเซฟรูปมาเก็บไว้ก่อนทำการดึงสี แต่โฆษกได้บอกกับ The Verge ว่าภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 ผู้ใช้จะสามารถผูกบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ กับตัวแอป และสามารถดึงสีจากภาพบนโซเชียลเพื่อผสมสีลิปที่ต้องการได้โดยตรง คุณจึงสามารถผสมสีลิปตามอย่างคนดังในโซเชียล หรือแม้กระทั่งผสมสีใหม่ที่บ่งบอกถึงความเป็นคุณได้ด้วยตัวเอง https://youtu.be/kfRGxkllF5M ที่สำคัญคือคุณสามารถดูสีตัวอย่างก่อนที่คุณจะตัดสินใจสั่งให้ Perso ผสมสีลิปที่คุณเลือกได้ หลังจากนั้นเมื่อคุณตัดสินใจแน่แล้วว่าอยากได้สีนั้น Perso จะทำการผสมสีจากหัวผสมถอดเปลี่ยนได้ทั้งสามกลักสี และจะจ่ายลิปที่มีปริมาณมากพอสำหรับการใช้งาน 30 ครั้งออกมาให้ผู้ใช้งาน ส่วนการผสมรองพื้นทางบริษัทไม่ได้ทำการสาธิต แต่จากการอธิบายนี้เราก็สามารถคาดเดาได้ว่าน่าจะใช้หลักการเดียวกันในการผลิตสีรองพื้นที่เข้ากับผิวหน้าของคุณ ส่วนในเรื่องของการบำรุงผิว Perso จะต้องทำงานร่วมกับแอปที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้สแกนปัญหาผิวหน้าเพื่อผลิต Day cream และ Night cream ที่เหมาะสมกับสภาพผิวนั้น ๆ ซึ่งหัวผสมของตัวครีมบำรุงนั้นจะแตกต่างออกไปจากหัวผสมของรองพื้นและลิปสติก ที่จะมีการผสม SPF, serum…Natnaree TK | 2196 days ago
Read More03/12/2019
นักวิทยาศาสตร์เผยวิธีการตรวจสุขภาพแบบใหม่ด้วยเลือดเพียงหลอดเดียว!
วงการแพทย์ยังคงมีการพัฒนาต่ออยู่เรื่อย ๆ โดยวิธีการตรวจแบบใหม่นี้จะนำพลาสมา หรือน้ำเลือดของผู้ป่วยมาทำการตรวจสุขภาพ และทำนายความน่าจะเป็นของโรคที่อาจเกิดกับบุคคลนั้น ๆ ในอนาคตซึ่งวิธีการดังกล่าวได้รับการรับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว งานวิจัยดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกันของนักวิจัยจาก UC San Francisco, มหาวิทยาลัย Cambridge และ SomaLogic บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในโคโลราโด โดยใช้การสแกนพลาสม่าเพื่อหา Aptamers ที่สามารถจับกับโปรตีนเป้าหมายได้อย่างจำเพาะเจาะจง ดังนั้นการสแกนหาโปรตีนที่ต้องการด้วย Aptamers จึงทำให้นักวิจัยสามารถทราบประเภทและความเข้มข้นของโปรตีนที่ต้องการตรวจหาได้ หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้กับ Machine Learning เพื่อใช้ในการตรวจโรคในผู้ป่วย เช่นความเสี่ยงที่อาจเกิดโรคเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ เป็นต้นถึงแม้ว่านี้จะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของงานวิจัย แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ด้วยการสนับสนุนจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจะสามารถช่วยให้แพทย์ตรวจสอบแนวโน้มการเกิดโรคด้วยการใช้เลือดเพียงแค่หลอดเดียวได้ในอนาคต และพวกเขาเรียกมันว่า 'liquid health check' จริง ๆ มีวิธีการตรวจเลือดมากมายที่ใช้การตรวจโปรตีนในพลาสม่า ก่อนหน้านี้กลุ่มนักวิจัยของ IBM ใช้การวิจัยเลือดเพื่อหาสายโปรตีนที่เรียกว่า amyloid-beta ที่มีความเชื่อมโยงกับโรคอัลไซเมอร์และใช้เครื่องเรียนรู้เพื่อทำนายโอกาสที่โรคดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ดังนั้นในทางทฤษฎีแล้วการใช้ Aptamers จะสามารถช่วยนักวิจัยในการตรวจทำนายโรคที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ในการตรวจเลือดเพียงแค่หลอดเดียวเท่านั้น เพิ่มเติม: Aptamer คือ DNA หรือ RNA ที่มีคุณสมบัติในการจับโมเลกุลของสารต่าง ๆ ได้อย่างจำเพาะเจาะจงและหลากหลาย…Natnaree TK | 2231 days ago
Read More01/11/2019
พร้อมหรือยัง? กับปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการไอทีไทยใน OIIO โดย ซี-ฉัตรปวีณ์ Ceemeagain
พร้อมหรือยัง? กับการเปิดประสบการณ์ใหม่ด้านเทคโนโลยี ผ่านปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในไทย!? บริษัท โซเชียลแล็บ จำกัด และ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งประเทศไทย พร้อมองค์กรภาครัฐ และเอกชน ร่วมกันจัดงาน OIIO Thailand TECHLAND 2019 ภายใต้แนวคิด The future is now ยกทัพเทคโนโลยี นวัตกรรม เหล่าแกดเจ็ต และซอฟต์แวร์สุดล้ำมาให้สัมผัสภายในงานนี้เป็นที่แรก! ครบรสทั้งความสนุก อัดแน่นด้วยเนื้อหากับ 6 โซนนิทรรศการไฮไลท์ จากหน่วยงาน สถาบันและบริษัทเอกชนชั้นนำที่เข้าใจและเปิดรับนวัตกรรมสุดล้ำสมัยมาปรับใช้ก่อนใครในวงการกว่า 300 ราย ที่พร้อมนำเสนอสัมผัสแห่งอนาคตให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน บนพื้นที่กว่า 4,400 ตารางเมตร ระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2562 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ “ซี” ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซเชียลแล็บ จำกัด กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจจากงานแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค หรือ Consumer Electronics Show (CES)…Pornnapat Kaewbandit | 2263 days ago
Read More27/10/2019
ตอบคำถาม! อันตรายหรือไม่หากเรายืนอยู่หน้าไมโครเวฟขณะเปิดใช้งาน
ในปัจจุบันนี้ไมโครเวฟกลายเป็นหนึ่งในเครื่องครัวที่ทุกบ้านแทบจะต้องมี ด้วยความสะดวกสบายในการใช้งานทำให้มันเป็นที่นิยมได้อย่างไม่ต้องสงสัย ว่าแต่ในขณะที่คุณกำลังอุ่นมื้ออาหารแสนอร่อยของคุณอยู่นั้น คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเราควรยืนอยู่ห่างจากไมโครเวฟหรือไม่ถึงจะไม่ได้รับอันตรายจากมัน? บางคนแทบไม่คิดมากกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ในขณะที่หลายคนตั้งคำถามและกังวลกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคลื่นไมโครเวฟต่าง ๆ นานา เราอยากจะบอกคุณว่า 'ไม่ต้องกังวล' อันตรายที่เกิดจากคลื่นไมโครเวฟนั้นเป็นไปได้น้อยมาก อ้างอิงจากกรมอาหารและยาในอเมริกา แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าพอพูดแบบนี้แล้วคุณจะใช้ไมโครเวฟอย่างประมาทได้ อย่างไรก็ตามมันก็มีข้อควรระวังเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะใช้ไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นอยู่ด้วย คลื่นไมโครเวฟ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มีหลายรูปแบบเช่น คลื่นวิทยุ คลื่นแสง รังสี X (X-ray) และรังสีแกรมม่า คลื่นไมโครเวฟก็เหมือนคลื่นวิทยุ มันเป็น non-ionizing radiation หรือหมายความว่ามันไม่สามารถดึงอิเล็กตรอนออกจากอะตอมได้ดังนั้นมันจึงไม่ส่งผลต่อ DNA ของมนุษย์ (อ้างอิงจาก American Cancer Society) ในขณะที่รังสี X (X-ray) และรังสีแกรมม่าสามารถส่งผลต่อ DNA มนุษย์ได้ ถึงแม้ว่าคลื่นไมโครเวฟไม่ได้อันตรายเหมือนรังสี X แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีความเสี่ยง ไมโครเวฟอุ่นอาหารได้ด้วยการสั่นสะเทือนโมเลกุลของน้ำในอาหารทำให้เกิดพลังงานความร้อน โดยทางทฤษฎีมันสามารถอุ่นเซลล์ของเราได้เหมือนกับที่มันอุ่นอาหารเช่นกัน เพราะฉะนั้นมันอาจทำให้เกิดแผลไหม้ หรือต้อกระจกได้ในกรณีที่คลื่นไมโครเวฟเกิดการรั่วไหล (ในกรณีที่ยากมาก ๆ) แน่นอนว่าการผลิตค่อนข้างจะรัดกุมทำให้การรั่วไหลแทบไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถึงอย่างนั้น FDA ก็ออกมาเตือนว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คุณไม่ควรยืนพิง หรือยืนอยู่หน้าไมโครเวฟเป็นเวลานานขณะที่มันถูกใช้งานอยู่…Natnaree TK | 2268 days ago
Read More25/10/2019
นักวิจัยจาก Google พัฒนา AI ที่สามารถวิเคราะห์กลิ่นต่าง ๆ จากโครงสร้างโมเลกุล!
เป็นเวลาหลายสิบปีที่นักทำน้ำหอม และนักวิทยาศาสตร์ต้องเจอปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของโมเลกุลและกลิ่น ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจดูความยาวของคลื่นแสงเพื่อระบุสีได้ แต่เมื่อมาเป็นเรื่องของกลิ่นนักวิทยาศาสตร์กลับไม่สามารถตรวจดูเพียงแค่โมเลกุลแล้วระบุกลิ่นออกมาได้ แต่ตอนนี้นักวิจัยจาก Google Brain Team กำลังทำในสิ่งที่แตกต่าง! เมื่อพวกเขาคาดว่า พวกเขาสามารถสร้าง AI ที่แยกแยะกลิ่นได้ งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ใน Arxiv พวกเขาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบว่า ทีมวิจัยจะสร้างข้อมูลเซ็ตโมเลกุลกว่า 5,000 แบบที่ได้จากน้ำหอม และตั้งชื่อโมเลกุลเหล่านั้นตามกลิ่น เช่น buttery, tropical และ weedy เพื่อใช้ในการฝึก AI ทีมใช้ข้อมูลประมาณ 2-3 ชุดในการฝึกให้ AI เชื่อมโยงโมเลกุลกับกลิ่น หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบระบบและ AI ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว AI สามารถจับคู่โมเลกุลกลิ่น กับโครงสร้างได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงมีกลิ่นบางกลิ่นที่ยากต่อการแยก เช่น กลิ่น woody และ earthy หรือบางครั้งก็มีกลิ่นที่มีอะตอมเหมือนกัน มีพันธะเหมือนกัน แต่มีตำแหน่งการจัดเรียงที่เหมือนกระจก สะท้อนกันและกัน ทำให้ได้กลิ่นที่แตกต่าง พวกมันถูกเรียกว่า Chiral เป็นเหมือนคู่กลิ่นที่ยากต่อการแยก และมันจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อกลิ่นต่าง ๆ ถูกรวมเข้าด้วยกัน…Natnaree TK | 2270 days ago
Read More25/10/2019
AI สามารถช่วยแพทย์ตรวจหาตำแหน่งที่เลือดออกในสมองได้เร็วขึ้น!
ในปัจจุบันความสามารถของ AI มีส่วนช่วยในการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก และในตอนนี้ระบบ AI ก็พัฒนาไปถึงขั้นที่สามารถช่วยแพทย์ระบุถึงตำแหน่งที่เกิดอาการเลือดออกภายในสมองของผู้ป่วยได้แล้ว สภาวะเลือดออกในสมอง เป็นอาการที่ท้าทายการตรวจวินิจฉัยของแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะหากเราตรวจเจอมันช้าไป หรือแม้แต่พลาดจุดเล็ก ๆ ไปเพียงแค่จุดเดียวนั่นอาจหมายถึงชีวิตของผู้ป่วยที่กำลังก้าวเข้าสู่ความตายอย่างช้า ๆ แต่ในตอนนี้เทคโนโลยีกำลังก้าวเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว นักวิจัยจาก UC Berkeley และ UCSF ได้ออกแบบระบบที่สามารถตรวจหาอาการเลือดออกในสมองได้แม่นยำไม่แพ้กับนักรังสีวิทยา จากการทดสอบมันทำงานได้ดีไม่แพ้นักรังสีวิทยา 2 ใน 4 คนเลยทีเดียว กระบวนการทำงานของ AI อาศัยการวิเคราะห์ CT Scans กว่า 4,396 ครั้งเพื่อเรียนรู้ ถึงจะเป็นจำนวนที่น้อย แต่นักวิจัยจาก UCSF กล่าวว่า ความผิดปกติที่มองเห็นอยู่ในระดับ Pixel การเรียนรู้ดังกล่าวจะทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยมาก แต่ก็เหมือนกับระบบ AI อื่น ๆ มันไม่สามาถทำงานแทนที่แพทย์ได้ 100% เพียงแต่ว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะช่วยประหยัดเวลาในการตรวจหา และวินิจฉัยของแพทย์ในกรณีฉุกเฉินมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบนี้ยังคงถูกพัฒนาต่อไปแต่เชื่อว่าในอนาคตมันจะถูกนำเข้ามาประยุกต์ใช้กับวงการแพทย์ เพื่อช่วยย่นระยะเวลาในการคัดกรองผู้ป่วยได้มากขึ้น อ้างอิง Engadget พิสูจน์อักษร…Natnaree TK | 2270 days ago
Read More23/10/2019
ดูกันหรือยัง! MV เพลงใหม่ของ Selena Gomez ที่ถูกถ่ายทำด้วย iPhone 11 Pro
ในวันอังคารที่ 22 ตุลาคม นักร้องสาวเสียงดี Selena Gomez ได้ปล่อย MV เพลง "Lose You to Love Me" ออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามชมกัน ด้วยภาพ และเสียงที่ดูเพลินและสวยงาม อาจไม่มีใครรู้เลยว่า MV เพลงนี้ถูกถ่ายทำจาก iPhon 11 Pro! Apple ได้เปิดตัวคลิปวิดีโอหนึ่งนาทีที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ ขาว-ดำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน MV ของสาว Selena ที่ได้ Sophie Muller มานั่งกำกับ ตามรายงานของ Billboard ที่สำคัญคือ MV นี้ถูกถ่ายทำด้วย iPhone 11 Pro คลิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ "Shot on iPhone" ที่จะรวบภาพภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่ายนักกีฬา หนังสั้น ที่ได้จากการ iPhone และอีกไม่นาน…Natnaree TK | 2272 days ago
Read More21/10/2019
เตรียมพบส้วมอัจฉริยะ! ที่สามารถสแกนโรคภัยไข้เจ็บผ่านการขับถ่ายของคุณ
มันอาจฟังดูแปลกแต่ในอนาคตส้วมอาจกลายเป็นเหมือนหมอส่วนตัวของคุณ โดยบริษัท Micron กำลังพัฒนาส้วมอัจฉริยะที่ใช้ระบบ AI เข้าประมวลอาการเจ็บป่วยผ่านของเสีย เพื่อประเมิณความเสี่ยง และสภาวะสุขภาพของคุณ ส้วมอัจฉริยะนี้จริง ๆ แล้วมันถูกผลิตมาเพื่อประเมิณสภาวะความเจ็บป่วยในช่วงแรกเริ่มของร่างกาย นอกจากนี้ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถเก็บเป็นข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกับอาการแรกเริ่มของโรคบางโรคเพื่อให้เราสามารถทำความเข้าใจอาการแสดงของโรคได้ชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย หัวหน้าผู้บริหารของหน่วยความจำเทคโนโลยีชิปไมครอน Sanjay Mehrotra กล่าวว่า ในขณะที่แพทย์กำลังเดินหน้าเพื่อที่จะหาสาเหตุ และวิธีการป้องกันของโรคภัยต่าง ๆ ส้วมอัจฉริยะนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพให้กับคนทั่วไป พวกเขาสามารถตรวจเช็คสุขภาพของเขาได้วันต่อวันแทนที่จะต้องไปหาหมอทุก ๆ 6 เดือน คุณสามารถรับรู้สถานะสุขภาพของคุณได้ผ่านการตรวจปัสสาวะ และอุจจาระ นั่นทำให้ผู้ใช้งานสามารถรู้ถึงโรคภัยที่กำลังจะเกิดได้เร็วขึ้น และวางแผนการรักษาได้ทัน อย่างที่กล่าวไปข้างต้นส้วมอัจฉริยะนี้จะใช้การตรวจวิเคราะห์ผ่านปัสสาวะ และอุจาระ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่แพทย์ใช้ในการตรวจวิเคราะห์สุขภาพของผู้ป่วยมากที่สุด การตรวจอุจจาระจะทำให้เราทราบถึงการทำงานของระบบย่อยอาหาร การทำงานของลำไส้ และการตรวจปัสสาวะจะทำให้เรารู้ถึงสุขภาพของไต ตับ และเบาหวาน ที่สำคัญผู้ผลิตเชื่อว่าส้วมอัจฉริยะนี้จะสามารถทำให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นได้ในอนาคต คุณต้องไม่เชื่อแน่ว่าในอุจจาระของเรานั้นมีแบคทีเรียเป็นส่วนประกอบมากกว่าอาหารเก่ามากถึง 50-80% เมื่ออุจจาระถูกขับออกมาแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ก็จะเคลื่อนผ่านออกมาด้วย และนั่นจะเป็นตัวบอกเราว่าตอนนี้ในร่างกายของคุณเป็นอย่างไร ผลการประเมิณจะถูกส่งเข้าไปยังมือถือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วแต่บริษัทจะพัฒนาในอนาคต ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่กว่าที่เราจะได้เห็นส้วมอัจฉริยะนี้ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์นี้จะถูกนำออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพแน่ ๆ อ้างอิง Techgrabyte พิสูจน์อักษร : สุชยา…Natnaree TK | 2274 days ago
Read More24/09/2019
หนุ่มยกความดีความชอบให้ Apple Watch! หลังช่วยหาพ่อที่ขาดการติดต่อเพราะประสบอุบัติเหตุ
เทคโนโลยีกับผู้สูงอายุ เหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวแต่หากเราใช้ให้เป็นมันก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ในการดูแลผู้สูงอายุในทางอ้อมด้วยเช่นกัน เหมือนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพ่อลูกชาวอเมริกันคู่นี้ Gabe Burdett ได้โพสต์ลง Facebook ส่วนตัวถึงเรื่องราวการช่วยตามหาพ่อของเขาผ่าน Apple Watch โดยเขาเล่าว่า วันที่เกิดเหตุนั้นเขากำลังจะไปพบกับ Bobพ่อของเขาในสวนสาธารณะ Riverside State Park เพื่อปั่นจักรยานเสือภูเขาในรัฐ Washington แต่เมื่อเขาไปถึงจุดนัดพบเขากลับไม่เจอพ่อ และในขณะที่ Burdett กำลังยืนรออยู่นั่นเองเขาก็ได้รับข้อความฉุกเฉินจาก Apple Watch ของพ่อว่า "สัญญาณฉุกเฉิน Bob Burdett เรียกบริการฉุกเฉินจากสถานที่ดังกล่าว หลังจากตรวจพบการกระแทกอย่างรุนแรง" นาฬิกาได้ส่งข้อความแจ้ง Burdett ว่า เขาได้ทำการเรียก 911 พร้อมส่งตำแหน่งที่อยู่ของพ่อ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่นัดพบเท่าไหร่นัก ภายหลัง Burdett พบว่าพ่อของเขาประสบอุบัติเหตุรถจักรยานล้มและศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงทำให้เขาไม่ได้สติ https://www.facebook.com/theburdetts/posts/10214583646975103 โชคดีที่รถพยาบาลงสามารถนำพ่อของเขาส่งโรงพยาบาลได้ภายในเวลา 30 นาทีหลังจากการล้ม ผลการ X-ray และ การทำ CT Scan ออกมาปกติ Gabe Burdett กล่าวว่า พ่อของเขาจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย…Natnaree TK | 2301 days ago
Read More07/08/2019
เปิดตัว SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox ที่ T77 พร้อมโชว์ 3 Startup Tech ล่าสุดเพื่อลูกบ้านแสนสิริ
สิริ เวนเจอร์สประกาศร่วมเป็นพันธมิตรกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ 3 สตาร์ตอัปที่น่าสนใจ เพื่อเข้าร่วมพัฒนาและทดลองใช้นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยแห่งอนาคตในช่วงครึ่งปีหลัง ภายในพื้นที่ SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox ที่โครงการ T77 ซึ่งจะมี Startup ที่กำลังจะเปิดตัวภายในปี 2019 ช่วง Q4 นี้ได้แก่ AIROVR เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับสำหรับการเดินทางภายในเส้นทางที่ต้องการเช่น เดินทางจาก T77 ไป - กลับ Bts ได้โดยง่าย แบบไม่ต้องขับด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาในการเดินทางได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มทดสอบแล้วภายใน SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox โดย สวทช. เข้ามาร่วมพัฒนาในด้าน Drive-by-Wire การบูรณาการเซนเซอร์สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ ระบบบ่งชี้ตำแหน่งและการนำทาง ระบบควบคุมและสั่งการ และ แผนที่3Dความละเอียดสูง เพื่อให้สามารถวิ่งได้จริงในโครงการ T77 Fling นวัตกรรมโดรนเดลิเวอรี่ ระบบการส่งของด้วยโดรน ในการส่งจากที่หนึ่ง ไปสู่อีกที่หนึ่งได้อย่างรวดเร็ว…Totsapon Kritsadangphorn | 2349 days ago
Read More07/07/2019
ระบบ Alipay เพิ่มฟิลเตอร์สแกนใบหน้า หลังผลสำรวจจากผู้ใช้บอกว่าพวกเขาดูน่าเกลียดเกินไป!
เราทุกคนรู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราบังเอิญเปิดกล้องหน้าขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว เราจะได้ภาพ เออ... จะว่าอย่างไรดี เป็นภาพหน้าของเรามุมเสยบ้าง มุมเงยบ้าง หรือหน้าสด แล้วลองจินตนาการว่าคุณจะเห็นภาพเช่นนั้นทุกครั้งที่คุณทำการชำระเงินสิ แค่คิดก็เหนื่อยใจแล้ว แต่ระบบ e-wallet ของอาลีบาบา Alipay ในประเทศจีนเข้าใจความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี จึงเปิดตัวระบบเพิ่มฟิลเตอร์เสริมความงามให้กับคุณ เมื่อคุณต้องชำระเงินผ่านระบบจดจำใบหน้า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากผลสำรวจการใช้เทคโนโลยีของ Sina พบว่า 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่า พวกเขาดูน่าเกลียดเกินความเป็นจริงในระบบชำระเงินที่ใช้การยืนยันตัวตนผ่านเทคโนโลยีจดจำใบหน้า เมื่อผลสำรวจมาแบบนี้ อาลีบาบาก็ไม่เพิกเฉย ทางบริษัทจึงได้ทำการประกาศปรับปรุงระบบ Alipay ผ่านเว็บ Weibo และจะทำการอัปเดทไปที่รานค้าภายในหนึ่งสัปดาห์ หลายคนอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มฟิลเตอร์ให้แก่ภาพใบหน้าของบุคคล แต่การใส่ฟิลเตอร์ใบหน้าก็ทำให้ผู้ใช้หลายคนมีความสุข และความมั่นใจมากขึ้นเมื่อพวกเขาต้องใช้งานการสแกนใบหน้าเพื่อจ่ายเงิน อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 2380 days ago
Read More06/07/2019
Pentagon เปิดตัวเลเซอร์สแกนผู้ก่อการร้ายระยะไกลแล้ว!
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Pentagon (กระทรวงกลาโหมอเมริกา) ได้เปิดตัวอุปกรณ์เลเซอร์ระยะไกลที่สามารถสแกนลักษณะการเต้นของหัวใจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล เพื่อวางมาตราการในการป้องกันผู้ก่อการร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น เราอาจคุ้นเคยกับอุปกรณ์เลเซอร์ตามนิยายวิทยาศาสตร์ หรือ การ์ตูนมาเป็นจำนวนมาก แต่ใครจะคิดว่า Pentagon จะประยุกต์ใช้มันเพื่อเอามาสแกนลักษณะการเต้นของหัวใจเพื่อระบุตัวบุคคล เลเซอร์นี้ถูกเรียกว่า Jetson ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า vibrometry ทำให้ Jetson สามารถตรวจจับการสั่นสะเทือนที่ละเอียดอ่อนของร่างกาย ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของเลือดทั่วทั้งระบบไหลเวียนโลหิตได้ ใจความสำคัญของมันคือหัวใจของเราทุกคนนั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวมันเอง มันไม่ซ้ำกัน นั่นจึงใช้สามารถระบุตัวตนของคนๆนั้นได้ Jetson ใช้งานได้ดีในระยะ 200 เมตร โดยหลักการมันจะทำงานคล้าย sniper มนุษย์จะเป็นคนเล็งเป้าหมายที่ต้องการสแกน เมื่อเป้าหมายถูกล็อคเครื่องจะทำการสแกนซ้ำภายในเวลา 30 วินาที เพื่อทำการเก็บข้อมูล และประมาลผลว่าคนคนนั้นคือใครในภายหลัง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ที่ทำได้มากกว่าการช่วยทหารสอดแนม อย่างแรกคือเรื่องของความเป็นส่วนตัว เทคโนโลยีนี้ไม่มีชิป ไม่มีรหัส ไม่มีกุญแจ มันเป็นลักษณะทางกายภาพของคุณที่ไม่มีใครสามารถมาขโมยไปได้ และคุณก็ไม่สามารถปิดบังมันได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งแตกต่างจากระบบการจดจำใบหน้าที่ยังคงมีข้อผิดพลาดมากทีเดียว อย่างที่สองคือเรื่องของการพยาบาล อย่างที่เราทราบการสแกนการเต้นของหัวใจแต่ละครั้งเราต้องติดตั้งเครื่องสแกนขนาดใหญ่วุ่นวายมากมาย หรือสะดวกกว่านั้นก็ Apple Watch แต่หากเราใช้อุปกรณ์นี้ติดตั้งในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล มันก็จะสามารถสแกนการเต้นหัวใจของผู้ป่วยได้ทั้นทีโดยไม่ต้องเสียเวลามากมายเลย อย่างที่สามการระบุตัวบุคคลดำเนินคดีทางกฏหมาย และ ด้านจริยธรรม แน่นอนว่าเราไม่ได้อยู๋ในสังคมที่สมบูรณ์แบบอาชญากรรมย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาและตำรวจก็พยายามใช้ทุกเทคโนโลยีที่มีเพื่อทำการระบุจับตัวคนร้าย ถึงแม้บางอย่างจะมีการละเมิดจริยธรรมก็ตาม ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้เพราะเราสามารถใช้ Jetson ในการระบุตัวตนหากเราสงสัยว่าเขามีความผิดได้ ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า…Natnaree TK | 2381 days ago
Read More05/07/2019
สื่อรายงาน! ระบบจดจำใบหน้าของตำรวจอังกฤษมีความผิดพลาดกว่า 81%
รายงานจากมหาวิทยาลัย Essex บอกว่าระบบการตรวจจับใบหน้าของตำรวจ Scotland Yard ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นมีความผิดพลาดในการตรวดจับใบหน้ามากถึง81% จากรายงานของ Sky News หลังจากที่มีการนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้าเข้ามาใช้ที่ Notting Hill Carnival ในเดือนสิงหาคม 2559 เป็นครั้งแรกก็ได้มีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้ในอีก10 พื้นที่รวมถึง Leicester Square ด้วยแต่ในระหว่างที่มีการใช้เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้านักวิทยาศาสตร์ก็ได้เข้าตรวจสอบความแม่นยำของระบบและพบว่ามีใบหน้าเพียง42 ใบหน้าเท่านั้นที่ถูกตรวจจับได้ถูกต้องตามบุคคลจริงส่วนที่เหลือการตรวจจับไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามหากระบบประมวลผลโดยการจับคู่ใบหน้าที่มีความคล้ายคลึงกันอัตราความผิดพลาดจะอยู่ที่ 0.1% เท่านั้นแต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบจะทำการประมวลผลหลากหลายวิธีนั่นทำให้ข้อมูลที่ได้มาไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความกังวลตามมาเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีรายงานเช่นนี้ ในปี2018 ตำรวจที่ South Wales ระบุตัวผู้กระทำความผิดผิดจากเทคโนโลยีจดจำใบหน้าถึง 2,300 คนถึงแม้จะเป็นจำนวนไม่มากแต่สำหรับคดีความทางศาล หรือผู้เสียหายแล้วสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ควรตระหนักเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาระบบจดจำใบหน้ากลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางระบบถูกติดตั้งในพื้นที่สาธารณะมากมาย และถึงแม้บางพื้นที่จะประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายของการติดตั้งแต่ในบางที่มันก็ละเลยกฏหมายและจริยธรรมบางส่วนเช่นกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2382 days ago
Read More04/07/2019
อเมริกาติดหนึ่งในประเทศที่ทิ้งขยะมากที่สุดของโลก!
ปัจจุบันได้มีการรณรงค์ลดการทิ้งขยะและการใช้ถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากแต่คุณรู้หรือไม่ว่าในทุกๆวันนี้เราก็ยังผลิตขยะมากกว่า 2 พันล้านตันภายใน 1 ปีและนั่นเป็นปริมาณมากพอที่จะเติมสระว่ายน้ำโอลิมปิกให้เต็มได้ถึง 800,000 สระเลยทีเดียว และหนึ่งในประเทศที่มีขยะเฉลี่ยต่อประชากรมากที่สุดคืออเมริกาเนื่องจากชาวอเมริกันผลิตขยะเฉลี่ยมากกว่าประชากรทั่วโลกถึง 3 เท่า (ขยะในที่นี้นับรวมพลาสติกและเศษอาหารด้วย) แต่เมื่อพูดถึงการรีไซเคิลอเมริกากลับเป็นประเทศที่มีการรีไซเคิลน้อยกว่าประเทศอื่นๆโดยคิดเป็นขยะเพียง 35% เท่านั้นในขณะที่เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการรีไซเคิลขยะถึง 68% ของปริมาณขยะทั้งหมด งานวิจัยได้ทำการศึกษาถึงการดำเนินการและการจัดการต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศต่อวิกฤติขยะที่โลกกำลังเผชิญที่ส่วนมากเป็นปัญหาของการใช้พลาสติกเป็นส่วนใหญ่ในขณะที่มนุษย์ผลิตขยะเหล่านี้ออกมามากกว่า 2.1 พันล้านตันทุกปีแต่มีเพียง 16% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิล 46% ที่มีการจัดการไม่ดีพอส่วนที่เหลือ... ไม่ได้ถูกจัดการอะไรเลย กระโดดข้ามจากอเมริกามาดูแถบบ้านเรากันบ้างทางด้านประชากรของจีนและอินเดียที่คิดเป็น 36% ของประชากรโลกผลิตขยะได้ 27% ของขยะทั้งหมด ภายหลังจากที่จีนปฏิเสธการนำเข้าขยะจากอเมริกา (ก่อนหน้านี้อเมริกาจะทำการส่งขยะมารีไซเคิลที่จีน) ส่งผลกระทบขนาดใหญ่ต่อวงการการจัดการสิ่งแวดล้อมในอเมริกาและนั่นทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกมากเท่าไหร่ในการจัดการขยะเหล่านั้นและทำให้ในบางครั้งอเมริกาจำเป็นต้องเผาขยะเพื่อจัดการกับขยะ อย่างไรก็ตามปัญหาขยะพลาสติกและการรีไซเคิลยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่จะส่งผลในระยะยาวการจัดการที่ดีของประเทศก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดการทิ้งขยะได้แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือประชากรทุกคนที่จะช่วยกันลดการทิ้งขยะและใช้ถุงพลาสติกให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้รักโลกร่วมกันลดใช้ถุงพลาสติกกันนะคะ อ้างอิงNatnaree TK | 2383 days ago
Read More02/07/2019
GANpaint! AI ใหม่ที่สามารถแก้ไขภาพ และ อาจตรวจจับภาพที่ถูกปรับแต่งได้ในโปรแกรมเดียว
ก่อนหน้านี้เราเคยเสนอข่าวในเรื่องของระบบ AI ที่สามารถตรวจจับภาพที่ถูกแต่งด้วยโปรแกรม Photoshop ได้ไปแล้ว แต่ในวันนี้ MIT และ IBM ได้พัฒนาความสามารถของ AI ไปอีกขั้นด้วยการตรวจสอบ และ แก้ไขภาพได้ภาพในเวลาไม่กี่นาที MIT (สถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์) และ IBM (International Business Machines) ได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบ AI ที่สามารถตรวจจับการแก้ไขภาพ รวมถึงแก้ไขภาพดังกล่าวได้โดยไม่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการนั่งตัดต่อเหมือนแต่ก่อนภายใต้ชื่อโปรแกรม GANpaint ที่ตอนนี้มีตัวทดลองใช้ให้เราลองโหลดมาเล่นแบบฟรีๆด้วย การใช้งานก็ง่ายแสนง่ายเพียงแค่คุณบอกกับโปรแกรมนี้ว่าคุณต้องการวัตถุอะไรเติมลงในภาพ เช่นหากคุณต้องการต้นไม้ โปรแกรมจะทำการสรรหาภาพต้นไม้ที่เข้ากับฉากของคุณมาเพิ่มลงในภาพให้ทันที หรือหากคุณต้องการจะลบรอยเปื้อนในภาพห้องครัวคุณก็สามารถทำได้ง่ายแสนง่ายเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามโปรแกรมตัวนี้ยังเป็นเพียงแค่ขั้นทดลองเท่านั้น เพราะในอนาคตทีมคาดว่าจะพัฒนาให้สามารถแก้ไขคลิปวีดีโอได้อีกด้วย https://youtu.be/YEfuuvLw9F4 แต่ในระหว่างการพัฒนาทีมก็ได้ค้นพบอีกหนึ่งความสามารถของโปรแกรมนี้ด้วยเช่นกัน! AI ของ GANpaint ได้เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของฉากและวัตถุ (ด้วยระบบ AI ที่ทีมแข่งกันพัฒนาทำให้ระบบสามารถรู้กฏพื้นฐานง่ายๆทำให้ระบบจะไม่เซตให้ประตูอยู่บนท้องฟ้า หรือก้อนเมฆอยู่บนพื้นหญ้า เป็นต้น) ทำให้ระบบเรียนรู้ที่จะสามารถตรวจจับภาพปลอมได้ในอนาคตเช่นกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2385 days ago
Read More02/07/2019
Esqapes ศูนย์การนวดที่จะทำให้คุณผ่อนคลายมากขึ้นด้วยระบบ VR กำลังจะเปิดให้บริการแล้วในสัปดาห์นี้!
การนวดดูเป็นศาสตร์การรักษาเพื่อบรรเทาอาการปวดที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน แต่ไม่ใช่แค่คนในแถบเอเชียเท่านั้นที่ชื่นชอบการนวด ต่างประเทศเค้าก็ชอบที่จะนวดผ่อนคลายด้วยเช่นกัน แต่ในตอนนี้ลอส แอนเจลิส ได้ยกระดับอีกขั้นของการนวดบรรเทาอาการปวด ด้วยการผสานความสามารถของ VR จำลองสภาพแวดล้อมให้ผู้เข้ารับการบำบัดรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นที่ Esqapes Immersive Relaxation Center ในลอส แอนเจลิส ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 5 กรกฎาคมที่กำลังจะถึงนี้ และที่สำคัญที่ Esqapes นี้จะเป็นศูนย์ให้บริการการนวดที่ผสานการทำงานของ VR แห่งแรกของโลกอีกด้วย ในระหว่างที่ผู้รับการบำบัดได้รับบริการการพวกเขาสามารถที่จะเลือกดูภาพจำลองธรรมชาติต่างๆได้ตามที่พวกเขาชอบ เช่น บ่อปลาคาร์พ รีสอร์ตริมทะเล หรือแม้กระทั้งเตาผิงในหน้าหนาว ระหว่างนั้นทางศูนย์จะมีการใช้กลิ่นบำบัดที่สอดคล้องกับภาพ VR ที่ผู้บำบัดเลือกเข้าช่วยให้เกิดการผ่อนคลายมากขึ้น แต่การนวดที่ใช้ในศูนย์ไม่ใช่การนวดจากมนุษย์ ใช่แล้ว! พวกเขาจะใช้เก้าอี้ไฟฟ้าในการบำบัด แต่ไม่ต้องห่วงคุณภาพมันดีกว่าที่ตั้งตามร้านสรรพสินค้าทั่วไปแน่นอน อ้างอิงNatnaree TK | 2385 days ago
Read More23/06/2019
ทั่วโลกวิตก! หากเราไม่ลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมน้ำแข็งกรีนแลนด์จะละลายจนไม่เหลือ
ค่าก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันมีปริมาณสูงมากจนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสภาพแวดล้อม และชั้นบรรยากาศของโลกมาเป็นเวลานาน และในวันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนถึงภาวะวิกฤติที่หากเราไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่บรรยากาศอย่างจริงจัง ในอีก 1,000 ปีข้างหน้า น้ำแข็งที่กรีนแลนด์ได้ละลายหายไปหมดแน่ๆ! แรกเริ่มเดิมทีแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์มีขนาดใหญ่พอๆ กับอลาสกา แต่หลังจากที่อุณหภูมิกระแสน้ำของมหาสมุทรสูงขึ้น 1.5 C (ตามอากาศที่ร้อนขึ้น) ในช่วงปี 1996-1998 ทำให้แผ่นน้ำแข็งเริ่มละลายและบางลง ส่งผลให้น้ำท่วมในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) จึงทำการจำลองสภาพอากาศและความเป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อแผ่นน้ำแข็งในอนาคต พวกเขาพบว่า หากมนุษย์ยังคงปล่อยก๊าซในลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 2.6-4.8 C แต่หากมนุษย์สามารถลดการปล่อยก๊าซลงได้อุณหภูมิโลกจะลดลง 0.3-1.7 C แต่ถ้ามีการปล่อยก๊าซในปริมาณสูงในช่วง 50 ปีแรกและลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยอุณหภูมิโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้น 1.1-2.6 C เช่นกัน ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Alaska Fairbanks ได้ทำการจำลองการละลายของน้ำแข็งในกรีนแลนด์ พวกเขาพบว่าหากเรายังคงปล่อยก๊าซขึ้นสู่บรรยากาศแบบปัจจุบันนี้ในปี 3000 น้ำแข็งที่กรีนแลนด์จะละลายหายไปแบบ 100% แน่ๆ และที่มากกว่านั้นคือน้ำแข็งเหล่านี้จะไหลลงสู่มหาสมุทรทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่า 7 เมตรอีกด้วย! อ้างอิงNatnaree TK | 2394 days ago
Read More18/06/2019
Adobe เตรียมลงสนามแข่งแอปวาดรูปบน iPad ให้สวยสมจริงด้วย ‘Adobe Fresco’ สิ้นปีนี้!
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้ iPad เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ที่คนหลายคนชื่นชอบ ด้วยความที่มีขนาดใหญ่ใช้งานสะดวก และการมาพร้อมกับ Apple Pencil ยิ่งทำให้ iPad เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ชอบวาดรูปและจดบันทึกได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่ชอบวาดรูปด้วย iPad ละก็ตอนนี้ Adobe เค้ามีข่าวดี เพราะเค้ากำลังจะเปิดตัวแอปที่ชื่อว่า 'Adobe Fresco' แอปที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการวาดรูปโดยเฉพาะ (ก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Project Gemini) ตัวแอปจะรวบรวมเทคนิคการวาดภาพของอิตาลีที่มีอายุยาวนานหลายศตวรรษให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสร้างสรรค์ผลงานของตนเองได้ บริษัทเปิดเผยว่า ล่าสุด Creative Cloud กำลังเปิดให้บริการทดสอบขั้น Beta เพื่อการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายปีนี้ ตัวแอปมีจุดประสงค์ในการรองรับการใช้งานของศิลปินมืออาชีพเป็นหลัก พวกเขาสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่หลากหลายนอกเดสก์ท็อปเพื่อสร้างผลงานได้อย่างอิสระ Fresco จะรวมแปรงแรสเตอร์ เวกเตอร์ และ ไดนามิค ไว้ในแอพเดียว และแอปอนุญาตให้ศิลปินซิงค์แปรงของพวกเขาใน Photoshop CC มาใช้งานแอปได้อีกด้วย Scott Belsky รองประธานบริหาร Creative Cloud กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือนักวิทยาศาสตร์จาก Adobe ทำงานกันอย่างหนักในการสังเกตและจำลองลักษณะเม็ดสี การกระจายตัว และการซึมเข้ากระดาษหลังการระบายสีบนโลกความเป็นจริง เพื่อให้ได้แอปที่มีการลงสีที่สมจริงมากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะสามารถทำได้ในตอนนี้ พวดเราเรียกมันว่า 'Live Brush' ซึ่งสามารถเลียนแบบการวาดภาพสีน้ำ…Natnaree TK | 2399 days ago
Read More13/06/2019
อัลกอริทึ่มใหม่จาก MIT จะทำให้หุ่นยนต์สามารถคาดเดาได้ว่าเราจะไปที่ไหนต่อ!
ปัจจุบันนี้ระบบอัตโนมัติถูกผลิต และ พัฒนาขึ้นมาแทนที่ระบบต่างๆในสังคมมนุษย์มากขึ้นนั่นหมายถึงการพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถทำงานได้ดีขึ้นเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่หุ่นเหล่านั้นมักจะเดินชนกันเอง หรือไม่ก็ชนกับเราเข้าซะก่อนที่จะได้เริ่มงานเสียอีก แต่วันนี้ MIT ได้พัฒนาระบบคำนวนเพื่อให้หุ่นยนต์สามารถคาดคะเนทิศทางที่เราจะเดินเพื่อไม่ให้ชนกับเราได้แล้ว! สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ได้พัฒนาอัลกอลิทึ่ม ให้หุ่นยนต์สามารถคาดคะเนเส้นทางการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ มันไม่เพียงแค่กะระยะห่างของร่างกายเรา แต่มันจะดึงข้อมูลการเคลื่อนที่ที่ถูกอ้างอิง เพื่อคาดว่าเราจะเดินไปทางไหนต่อ มันสามารถรู้ได้ว่าคุณกำลังจะเดินไปที่อื่น ได้เพียงแค่ดูท่าทางที่เปลี่ยนไปของคุณเท่านั้น จากการทดสอบหุ่นยนตน์มีความรวดเร็ว และมั่นใจในการตัดสินใจว่ามนุษย์จะเดินไปทางไหนมากขึ้นกว่าในระยะพัฒนามาก มันสามารถกลับมาทำงานได้อย่างต่อเนื่องทันทีที่มนุษย์เดินผ่านซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่จะมีการกระตุกเล็กน้อยก่อนที่ระบบจะดึงหุ่นยนต์ให้กลับมาทำงานได้อีกครั้งหนึ่ง แต่หากจะนำระบบนี้เข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอาจจะยังคงห่างไกล แต่หากสามารถทำได้อัลกอริทึ่มนี้จะช่วยย่นระยะห่างระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ ทำให้สามารถร่วมงานกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น MIT เสริมว่าในอนาคตอัลกอริทึ่มนี้อาจสามารถนำมาใช้งานอย่างอื่นเพิ่มเติิมได้ เช่น การตอบโต้ และการจดจำท่าทางต่างๆของมนุษย์ หรืออาจกล่าวได้ว่า ในอนาคตหุ่นยนต์จะเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ได้มากขึ้นนั่นเอง https://youtu.be/mGEq6ou31mI อ้างอิงNatnaree TK | 2404 days ago
Read MorePR Partners
See All26/12/2025
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago


























