Connect with us

ข่าววิทยาการ

WHO เตือนคนกว่า 1 ล้านคน ได้รับผลกระทบจากการใช้ Smartphone และการฟังเพลงที่ดังเกินไป!

เป็นที่รู้กันดีว่าการฟังเพลงเสียงดังมากเกินไปและการใช้หูฟังเป็นระยะเวลานานจะส่งผลเสียต่อการได้ยินของคุณ และยิ่งในยุคที่ Smartphone เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์แล้วความเสี่ยงก็ยิ่งมากขึ้น

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทางสหรัฐอเมริกาออกมาเตือนว่าคนอายุน้อยมากกว่า 1 ล้านคน กำลังเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางการได้ยินจากการฟังเพลงเสียงดังและใช้ Smartphone เป็นระยะเวลานาน ในปัจจุบัน 5% ของคนทั่วโลก (คิดเป็น 466 ล้านคนและในนั้นเป็นเด็กถึง 34 ล้านคน) มีประสาทการได้ยินเสี่อม ถึงแม้สาเหตุหลัก ๆ ของการทำให้การได้ยินเสื่อมยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ WHO ก็บอกว่า อย่างน้อยการควบคุมระยะเวลาการใช้งานและระดับเสียงที่ได้ฟัง ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันการเสื่อมได้

เพื่อป้องกันผลกระทบทางการได้ยินที่อาจเกิดขึ้นตามมา องค์การอาหารและยา (WHO) และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้ออกมาตรฐานสากลในการใช้เครื่องเสียง หรือ Smartphone ทั้งหลายไว้ว่า ผู้ใช้งานไม่ควรฟังเสียงที่มีความดัง 85 เดซิเบล มากเกิน 8 ชั่วโมง หรือไม่ควรฟังที่ความดัง 100 เดซิเบล มากกว่า 15 นาที เพื่อความปลอดภัย

หลาย ๆ คนพออ่านถึงตรงนี้แล้วคงเริ่มมีคำถามแล้วสินะคะว่า เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราฟังไปกี่เดซิเบล? ทั้งนี้ทาง WHO และ ITU ได้ทำการเรียกร้องไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีการติดตั้งค่าเผื่อเสียง (sound allowance) ซอฟต์แวร์ที่จะอยู่ในอุปกรณ์เสียงทั้งหมด เพื่อคอยดูระดับเสียงและระยะเวลาที่ผู้ใช้ได้ฟังเสียง เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และมันจะคอยเตือนผู้ใช้งานหากอยู่ในภาวะเสี่ยง ซึ่งใน Smartphone บางรุ่นในอเมริกาจะมีระบบนี้อยู่แล้ว

เพราะการสูญเสียการได้ยินไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่คุณฟังเพลงเสียงดัง ๆ หรือฟังระยะเวลานาน แต่ทุกอย่างมันจะค่อย ๆ เกิดขึ้น ดังนั้นอย่ามองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ไม่เช่นนั้นวันหนึ่งคุณอาจจะสูญเสียการได้ยินไป โดยที่คุณไม่คาดคิด

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

อีกหนึ่งความสามารถของ AI กับการสร้างใบหน้าที่ไม่มีอยู่จริงให้เหมือนจริงจนน่าตกใจ!

Published

on

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า AI สามารถเอาใบหน้าของคนจริง ๆ ไปใส่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่น่าเชื่อได้ แต่ตอนนี้นักพัฒนาระบบ Phillip Wang ได้ทำการนำ AI มาสร้างใบหน้าเหมือนจริงที่ไม่เคยมีอยู่จริงขึ้นมา!

อย่าเพิ่งสับสน สิ่งที่นักพัฒนาคนนี้ทำคือโปรแกรม ThisPersonDoesNotExist เป็นการใช้ NVIDIA GPU (หน่วยประมวลผลด้านกราฟฟิค) เพื่อสร้างใบหน้าจากแคตตาล็อกรูปภาพขนาดใหญ่ขึ้นมาทุก ๆ 2 วินาที และในความเป็นจริงแล้ว นี่ไม่ใช่ความก้าวหน้าของนวัตกรรม AI แต่อย่างใดเลย มันเป็นเพียงแค่การเสนอผลงานเพื่อให้เราตระหนักถึงสิ่งที่ AI สามารถทำได้เท่านั้นเอง

ถึงแม้รูปที่ออกมาในตอนแรกจะยังไม่สมบูรณ์แบบ (สังเกตได้จากใต้ตาของรูปผู้หญิง) แต่เมื่อมันถูกนำมาจัดองค์ประกอบ ฉาก แสง และเงา มันกลับดูเหมือนของจริงขึ้นมาจนแทบไม่รู้เลยว่านั้นเป็นรูปภาพที่ถูกสร้างขึ้นมา และคน ๆ นี้ไม่เคยมีตัวตน

ระบบนี้ไม่จำกัดเพียงแค่การสร้างใบหน้าเหมือนจริงเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ สัตว์ หรือสิ่งของมันก็สามารถสร้างขึ้นมาให้เหมือนของจริงได้เช่นกัน แต่ข้อดีย่อมมีข้อเสีย เพราะการจำลองใบหน้าขึ้นมาอาจส่งผลต่อระบบความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวได้

หากโครงการนี้จะพัฒนาต่อยอด จึงควรศึกษาในเรื่องของจริยธรรมของการจัดภาพ AI ก่อนที่โครงการจะพัฒนาไปไกลจนสวนทางกับจริยธรรมได้
อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

Tesla เอาใจคนรักสัตว์ด้วย “Dog Mode” ให้เจ้าของอุ่นใจเมื่อทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ

Published

on

สำหรับคนที่ชอบพาสัตว์เลี้ยงของคุณออกไปข้างนอกคงจะต้องถูกใจกับระบบนี้จาก Tesla บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากอเมริกาแน่นอน เพราะตอนนี้ทางบริษัทได้เปิดตัว Dog Mode สำหรับเจ้าของที่ต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณไว้ที่รถอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Tesla ได้แสดงคุณสมบัติ Dog Mode บนทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในการการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่บริษัทมุ่งเน้นการปรับปรุงความปลอดภัย Dog Mode จะควบคุมสภาพอากาศภายในรถในขณะที่จอดรถทิ้งไว้ และมีหน้าจอแสดงอุณหภูมิภายในรถเพื่อให้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นปลอดภัยดี

Dog Mode สามารถเปิดใช้งานโดยการสัมผัสที่ไอคอนรูปพัดลมด้านล่างของหน้าจอแสดงผลภายในรถ และหากแบตเตอรี่รถยนต์ต่ำกว่า 20% เจ้าของจะได้รับการแจ้งเตือนไปยังแอปบนโทรศัพท์มือถือของพวกเขา แต่ Tesla ได้เตือนการเปิดใช้งานโหมดนี้ไว้ว่า เจ้าของควรตรวจสอบกฏหมายในแต่ละพื้นที่ด้วยว่า สามารถทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถได้ด้วยหรือไม่

ไม่เพียง Dog Mode Tesla ยังเตรียมเปิดตัว ‘Sentry Mode’ เพื่อใช้ในการดูพื้นที่รอบ ๆ ผ่านกล้องที่ถูกติดอยู่ด้านนอกของรถ เมื่อคุณจอดรถทิ้งไว้ และหากเกิดอะไรขึ้นมันจะส่งการแจ้งเตือนไปยังแอปในโทรศัพท์ของคุณเช่นกัน แต่สำหรับคุณสมบัตินี้ Elon Musk ประกาศไว้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่าจะเปิดตัวภายในอาทิตย์นี้แน่ ๆ เพราะฉะนั้นอดใจรอกันไปก่อนนะ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

Apple เตรียมรองรับให้ทหารผ่านศึกเข้าถึงบันทึกเวชระเบียนของตนเองบน iPhone!

Published

on

หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องนี้มาเป็นเวลานานในที่สุด Apple ก็เผยถึงการร่วมมือกับสถาบันสุขภาพโดยจะให้ทหารผ่านศึก 9 ล้านนาย ได้ใช้ประโยขน์จากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้

Apple ประกาศจะจับมือกับสถาบันสุขภาพ 39 แห่งและ โรงพยาบาลอีก 100 แห่ง จัดทำเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บข้อมูลแบบเก่า โดยผู้ใช้งาน และ แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาต่างๆ ผลแลป ใบจ่ายยา และอื่นๆ ได้ผ่านแอปบน iPhone Apple คาดหวังว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และป้องกันข้อมูลตกหล่นได้ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ตัวผู้ใช้งานแอป และแพทย์ผู้ทำการรักษา นอกจากนี้ข้อมูลเหล่านั้นจะสามารแชร์ไปยังแอปสุขภาพอื่นๆบนโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพองค์รวมจากหลายๆแอปได้

แต่ Apple ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังให้ความสนใจเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Amazon เพิ่งประกาศขายซอฟต์แวร์ที่สามารถอ่านเวชระเบียน และให้คำแนะนำวิธีการรักาษาในผู้ป่วยที่มีงบประมานจำกัด ส่วนทาง Google ก็ได้ยื่นจดสิทธิบัตรสำหรับระบบ AI ที่ออกแบบมาให้สามารถเตือนแพทย์ถึงเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้อีกด้วย

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!