บางครั้งนักวิทยาศาสตร์ก็ชวนให้เราตะลึงพรึงเพริศกับผลการวิจัยที่ฟังดูสุดย้อนแย้ง อย่างเช่นเรื่องนี้นักวิจัยประกาศออกมาว่า คนที่ชอบมาช้ากว่าเวลานัดหมาย คนหล่านี้มักจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในอาชีพการงานกว่าคนที่มาตรงเวลาหรือมาก่อนเวลา ห๊ะ! ทำไมผลการวิจัยถึงสนับสนุนให้ท้ายคนแบบนี้ ๆๆๆๆๆ ในบรรดาแก๊งเพื่อนก็มักจะมีอยู่หนึ่งถึงสองคนเสมอ เป็นที่รู้กันว่าไอ้นี่หรือยัยนี่มักจะมาสายเวลานัดประจำ ถ้าโทรไปจิกก็จะบอกว่า “ใกล้ถึงแล้ว” ทั้งที่บางทีเพิ่งตื่นนอนด้วยซ้ำ และมักจะเป็นคนที่เพื่อนเอือมระอาเวลานัดอยู่เสมอ เพราะบางทีคนทั้งกลุ่มต้องรอเจ้าเพื่อนรายนี้อยู่คนเดียว แต่แล้วผลการวิจัยก็ออกมาว่าไอ้คนที่มาสายเนี่ยแหละ จะประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน

อ่านบทความนี้แล้วลองพิจารณามองเพื่อนในกลุ่มเรา หรือว่าเป็นตัวเราเองที่ชอบมาสายเป็นประจำ ว่าคนที่มีนิสัยแบบนี้ ตอนนี้เป็นระดับผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจพันล้านไปแล้วหรือยัง พิสูจน์ว่าผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์นี้จริงหรือไม่ ตอนนี้มาอ่านเหตุผลของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่บรรยายสนับสนุนผลการวิจัยฉบับนี้กัน ว่าคนที่เพื่อนระอาทำไมถึงมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานไปได้นะ

ก่อนอื่นนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอย่างเพิ่งด่วนตัดสินเพื่อน ที่เขามาสายไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้เกรงใจคุณ แต่มันมีเหตุผลทางด้านจิตวิทยา ซึ่งนักจิตวิทยาได้แบ่งแยกมนุษย์ไว้ 2 ประเภท อิงตามบุคลิก และลักษณะนิสัย

  • คนประเภท A มีความก้าวร้าว ดุดัน ชอบตัดสินตัวเอง ชอบการแข่งขัน และให้ความสำคัญกับเงื่อนไขเวลา
  • คนประเภท B ตรงกันข้ามกับ A เลย ประเภทนี้แหละที่ชอบมาสาย เป็นคนง่าย ๆ แต่มีความอดทนสูง และคุณลักษณะเหล่านี้ล่ะ ที่ช่วยส่งเสริมให้คนในกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน

เรามาลงรายละเอียดกันว่าเพราะเหตุใด

เพราะคนประเภทนี้มีความคิดสร้างสรรค์

มนุษย์ประเภท B มีระดับจินตนาการที่สูงส่ง ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้น มนุษย์ประเภทนี้ไม่แคร์ที่จะแหกกฏ ไม่สนใจกรอบ หรือระเบียบที่มีมาแต่ดั้งเดิมในองค์กร คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ในภาพรวม ไม่ใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับรายละเอียดหยุมหยิม นักจิตวิทยาบอกว่าคุณสมบัติเหล่านี้ล่ะ เป็นองค์ประกอบสำคัญของคนประเภทผู้นำ และระดับผู้บริหาร แล้วคนที่มีบุคลิกลักษณะดังกล่าวนี้จะมีแนวโน้มประสบความสำเร็จกว่าเพื่อนฝูงรอบข้าง ในขณะที่ลงมือทำงานคนกลุ่มนี้จะลืมเงื่อนไขเวลาไปหมดสิ้น แต่นั่นจะทำให้เขามีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น และได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม

พวกเขามองโลกในแง่ดี

ผลการวิจัยยังบอกอีกว่า มนุษย์สายตลอดกาลเนี่ยพวกเขาเป็นคนมองโลกในแง่ดี แล้วไอ้การมองโลกในแง่ดีนี่ล่ะ ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ แล้วก็จะไปสู่เป้าหมายที่สำเร็จในชีวิต

มาร์ติน เซลิกแมน นักจิตวิทยาที่เป็นผู้นำในการค้นคว้าเรื่องนี้ ยกตัวอย่างให้ฟังว่า พนักงานขายที่มองโลกในแง่ดีนั้น จะทำยอดขายได้สูงกว่ากลุ่มที่มองโลกในแง่ร้ายถึง 88% เหตุผลง่าย ๆ เลย คนที่มองโลกในแง่ดี จะมีความมานะพยายามไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ต่อให้ประสบอุปสรรคในการทำงาน พวกเขาก็จะเชื่อเสมอว่า “มันต้องมีทางออกของปัญหา”

พวกเขาทำงานได้หลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

นักจิตวิทยาเตือนอีกแล้วว่า เพื่อนที่ชอบมาสายน่ะ เขาไม่ได้ขี้เกียจนะ แต่คนพวกเนี้ยเป็นคนประเภทชอบทำนู่นทำนี่หลาย ๆ อย่างพร้อมกัน แล้วอุปนิสัยแบบนี้ก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ไอ้การที่ทำนู่นทำนี่พร้อมกันก็เป็นเหตุให้พวกเขาหลงลืมในเรื่องเวลาไปเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญสุด ต่อให้คุณจะทำงานกี่อย่างไปพร้อมกัน ผลงานที่ออกมาจะต้องมีคุณภาพด้วยนะ แต่ทางที่ดีที่สุด คุณควรที่จะบริหารจัดการทุกอย่างให้สำเร็จเสร็จสิ้นในเวลาที่จำกัด เพื่อที่จะไม่ต้องให้ใครมาคอยคุณ ( เพิ่งจะเห็นคำลงท้ายนี่ล่ะ ที่ฟังดูเข้าท่า)

เพราะพวกเขาพอใจที่จะผ่อนคลาย

กลุ่มคนประเภท B เป็นคนนิสัยง่าย ๆ สบาย ๆ ทำให้คนกลุ่มนี้มีระดับความเครียดที่ต่ำ และรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดได้อย่างมีสติ ถ้าประสบสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน มนุษย์ประเภท B จะไม่ตื่นตระหนก แต่สามารถควบคุมสติและควบคุมประสิทธิภาพการทำงานให้ออกมาสัมฤทธิ์ผลได้ดี นั่นสรุปได้ว่ามนุษย์ที่มักมาสาย เป็นคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีอัตราการผิดพลาดต่ำ เพราะพวกนี้ยึดคติที่ว่า “ไม่มีอะไรที่ไม่สามารถรอคอยได้” อ้าว ! ไอ้คติแบบนี้ไม่น่าคบนะ

เป็นมนุษย์ประเภทสมบูรณ์แบบ Perfectionist

ถ้ามนุษย์ประเภท B จะไปออกงานพบปะสังสรรค์ พวกเขาจะเปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เช็กหน้าตาที่แต่งแล้วอีกรอบซิ สวยเริดหรือยัง เดินออกมาแล้วกลับไปเช็กอีกรอบซิว่าปิดสวิตช์เตารีดหรือยัง พอจบสิ้นทุกกระบวนการนี้ กว่าจะออกจากบ้านได้ ก็เลยเวลานัดแระ ก็เพราะนิสัยแบบเนี้ยแหละ เพื่อน ๆ ถึงต้องรอกัน สอดคล้องกับผลการวิจัยที่ว่าคนประเภทนี้จะต้องทำภารกิจทุกอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ จนสบายใจ ก็เลยเป็นเหตุผลให้พวกนี้ผิดเวลานัดหมายเป็นประจำ แต่ในทางตรงกันข้าม นิสัยพวกนี้พอไปอยู่ในโหมดการทำงาน ก็เลยทำให้เขาเป็นพนักงาน เป็นคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ทิ้งงานไว้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่จะปิดจ๊อบอย่างสมบูรณ์แบบ ก็ถ้าเห็นคนประเภท B ได้รับการเลื่อนขั้นก็ไม่ต้องสงสัยหรอกนะ

อ่านมาครบทั้ง 5 เหตุผล ก็หันมามองตัวเราเองซิ ว่าอยู่ในกลุ่มคนประเภทนี้หรือไม่ เป็นคนชอบมาสายเวลานัดกับเพื่อนไหม ในการทำงานเราทำได้ดีไหม ประสบความสำเร็จหรือยัง ทางที่ดีควรอยู่ตรงกลางครับ ทั้งการเป็นคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ และบริหารจัดการเวลาได้ตรงตามนัด จะเพียบพร้อมทั้งอาชีพการงานที่ดี และเป็นคนที่เพื่อน ๆ รัก ดีกว่าครับ

 

อ้างอิง