ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว
หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว
จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน
แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True IDC สู่ Data Center ระดับสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกวางให้เป็นฐานรองรับ Big Data, Cloud และ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
เทคโนโลยีในมุมของคุณศุภชัย ต้อง “สร้างโอกาส” ไม่ใช่แค่สร้างมูลค่า
อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนวิธีคิดของคุณศุภชัย คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ความสำเร็จของ TrueMoney ซึ่งเป็น Wallet รายแรกของไทย และ Ascend Money ในฐานะฟินเทคยูนิคอร์น จึงมีความหมายมากกว่ามูลค่าทางธุรกิจ เพราะช่วยเปิดโอกาสให้ประชากรจำนวนมากที่เคยอยู่นอกระบบธนาคาร สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะเดียวกัน การขยายบริการสู่ภูมิภาคอาเซียน ยังช่วยเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ใกล้ชิดและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น
ถ้าอยากเห็นนวัตกรรมเกิด ประเทศต้องมี “สเปซ”
คุณศุภชัยมองว่า นวัตกรรมจะไม่สามารถเติบโตได้ หากขาดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทดลองและการต่อยอด การพัฒนา True Digital Park ที่สุขุมวิท 101 จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงศูนย์รวมอาคารสำนักงาน แต่ทำหน้าที่เป็น Tech Hub และ Sandbox ที่เชื่อมโยงสตาร์ทอัพ นักลงทุน บริษัทเทคโนโลยี และภาครัฐเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีเป้าหมายคือการยกระดับบทบาทของประเทศไทย จากประเทศผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่ประเทศที่มีศักยภาพในการสร้างและแข่งขันในเวทีโลก และจากวิสัยทัศน์นี้ จึงนำมาสู่การต่อยอดและจะขยายพื้นที่ True Digital Park และบริเวณใกล้เคียงให้กลายเป็น Innovation District ในอนาคต
การลงทุนที่สำคัญที่สุด คือการลงทุนกับ “คน”
เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศทั้งหมด คุณศุภชัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในฐานะรากฐานของความยั่งยืน โครงการ Connext ED ซึ่งเป็นความร่วมมือของภาคเอกชนกว่า 60 องค์กร โดยมีคุณศุภชัยเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน ถูกวางให้เป็นกลไกระยะยาวในการยกระดับการศึกษาในโรงเรียนประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมกว่า 7,000 แห่งแล้ว รวมถึงมีบุคลากรทางการศึกษากว่า 82,000 คน และนักเรียนกว่า 2.47 ล้านคนทั่วประเทศ ได้รับประโยชน์จากครงการนี้ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและปูพื้นฐานทักษะดิจิทัลให้เยาวชนไทยพร้อมรับโลกอนาคต
ก้าวต่อไป: เมื่อผู้นำมองนวัตกรรมเป็น “ระบบ”
ล่าสุด คุณศุภชัยและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ต่อยอดวิสัยทัศน์ Tech-Driven Company ด้วยการจัดตั้ง CP–Center of Excellence (CP-CoE) ณ True Digital Park ทั้งนี้ CP-CoE ถูกออกแบบให้เป็นระบบนิเวศแห่งอนาคตที่หลอมรวม 3 เสาหลัก ได้แก่ Bio-Technology Lab เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ, Digital & AI Lab สำหรับการพัฒนาระบบอัจฉริยะ และ Data Center & Cloud COE ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของ Big Data, Cloud และ Cybersecurity บทบาทของศูนย์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่คือการสร้างกลไกเชิงระบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสร้างธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรทั้งจากภาครัฐ ภาคการศึกษา บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีระดับโลก
บทสรุป: บทบาทผู้นำที่เชื่อมองค์กรเข้ากับอนาคตประเทศ
ภาพรวมของการขับเคลื่อนทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า สำหรับคุณศุภชัย การเติบโตขององค์กรต้องควบคู่ไปกับ การยกระดับศักยภาพของประเทศ และเมื่อเป้าหมายของภาคเอกชนถูกเชื่อมโยงเข้ากับเป้าหมายระดับชาติ บทบาทของผู้นำองค์กรจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การบริหารธุรกิจ แต่กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจนวัตกรรม และอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย










