เลือกตั้งพร้อมออกเสียงประชามติ ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ประชาชนคนไทยทุกคนจะมีส่วนร่วมทำสิ่งสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเลือกผู้นำประเทศคนใหม่ นอกจากนี้ยังมีวาระในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง
โดย กกต. ได้กำหนดไทม์ไลน์สำคัญของการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ไว้ด้วยกัน 2 วัน นั่นคือวันเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และวันเลือกตั้งทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. ตามความสะดวกในการเดินทางไปเลือกตั้งตามภูมิลำเนา
และเนื่องจากการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการพ่วงออกเสียงลงประชามติ ซึ่งต้องออกเสียงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น ทำให้การเข้าคูหาของ 2 กลุ่มแตกต่างกัน ดังนี้
- กลุ่มที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จะต้องเลือกตั้ง สส. แบ่งเขต และบัญชีรายชื่อในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วจะต้องเดินทางไปคูหาในพื้นที่ที่ลงทะเบียนลงประชามติล่วงหน้า เพื่อออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยเช่นเดียวกัน
- กลุ่มที่เลือกตั้งพร้อมออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ภูมิลำเนา เมื่อทำการเลือกตั้ง สส. แบ่งเขต และบัญชีรายชื่อแล้ว อย่าเพิ่งกลับบ้าน ต้องเข้าคูหาอีกครั้งเพื่อออกเสียงประชามติ เมื่อครบทุกขั้นตอน จึงจะถือว่าเสร็จสิ้น
ขั้นตอนเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ. 2569
การเข้าคูหารอบนี้มี 2 ส่วนสำคัญ คือการเลือก สส. และออกเสียงประชามติ ทำให้ต้องมีการเข้าคูหาถึง 2 รอบด้วยกัน ซึ่งอาจทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเกิดความสับสนได้ BT สรุปขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนออกจากคูหา เพื่อให้ผู้มีสิทธิใช้สิทธิได้ครบถ้วนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนี้
1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ
- เช็กรายชื่อตัวเอง ก่อนเข้าคูหาให้ผู้มีสิทธิตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี อยู่ด้วยกัน 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
(ส่วนนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบและแจ้งลำดับที่ให้ทราบ)
2. การเตรียมตัวก่อนเข้าคูหา
- จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และหมายเลขหรือโลโก้ของพรรคการเมืองที่จะเลือก
- เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้ถือบัตร (ที่ยังไม่หมดอายุ) หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaID, DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ
3. แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
- ยื่นหลักฐานแสดงตนและแจ้งลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
- ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
4. ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง สส. และรับบัตรเลือกตั้ง สส.
- ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ประเภท
- รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ
5. เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.
- เข้าคูหาลงคะแนน และทำเครื่องหมายกากบาท X ลงในช่องทำเครื่องหมาย ในบัตรทั้ง 2 ใบ โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คนเท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียง 1 พรรคเท่านั้น
หมายเหตุ : กรณีไม่ประสงค์เลือกใครให้กากบาท X ในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” และหากไม่ประสงค์เลือกพรรคใดให้กากบาท X ในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับ แล้วออกจากคูหา
6. หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงในหีบบัตรเลือกตั้ง
- นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง (ซึ่งจะตั้งไว้ 2 หีบต่างกันตามสีของบัตรแต่ละแบบ)
7. ออกเสียงประชามติ
- หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยยื่นหลักฐานแสดงตน (บัตรประชาชน) และแจ้งลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
8. ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
- รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
9. เข้าคูหาลงคะแนนออกเสียงประชามติ
- เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท X เพียงช่องเดียวในช่อง “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”
- พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับ
10. หย่อนบัตรประชามติ และออกจากที่เลือกตั้ง
- นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด
แม้การเลือกตั้งพ่วงประชามติในปีนี้จะมีความซับซ้อน แต่การเปลี่ยนแปลงของประเทศชาติขึ้นอยู่กับปลายปากกาของคนไทยทุกคน เรามักจะมีคำพูดติดปากทุกปีว่า อย่านอนหลับทับสิทธิ และปีนี้ก็อยากจะย้ำเช่นเดิมอีกครั้ง อย่าชะล่าใจ ตรวจสอบทุกอย่างให้ถูกต้องครบถ้วน ทั้งวันเวลา และที่สำคัญคือกากบาทให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดกรณีบัตรเสีย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้มีสิทธิและเตรียมจะใช้สิทธิพึงตระหนัก เนื่องจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เราต้องใช้เวลามากกว่าเดิมในการรอคอยให้ประเทศชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง













