ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็เจอแต่วัยรุ่นใส่หูฟังมีสายห้อยระโยงระยางกันไปหมด เปิดโซเชียลมีเดียก็เจอเหล่าเซเลบริตีใช้หูฟังมีสายกัน ทั้งฝั่ง K-pop และฝั่งฮอลลีวูด หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2010 ภาพแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะในยุคนั้นตัวเลือกหูฟังยังไม่ได้หลากหลายนัก
แต่ในยุคที่โลกมีหูฟังไร้สาย และหูฟังประเภทอื่น ๆ ที่สะดวกกว่ามากมาย แต่ทำไมหูฟังมีสายกลับกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ?
แฟชั่น Nostalgic : ความชิกแบบไม่ต้องพยายาม
ประเด็นแรกที่คาดว่าเป็นสาเหตุของการกลับมาของหูฟังมีสายคือความ ‘Aesthetic’ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เริ่มมาจากฝั่งตะวันตกและแพร่มาที่ฝั่งเอเชียตามลำดับ ตั้งแต่ภาพที่ปาปารัซซีแอบถ่ายเหล่าเซเลบริตีและแฟชั่นไอคอนอย่าง เบลลา ฮาดิด (Bella Hadid), ลิลี-โรส เดปป์ (Lily-Rose Depp) ไปจนถึง เจนนี่ วง BLACKPINK และ สตีเฟน เคอร์รี (Stephen Curry)

การที่เหล่าคนดังเริ่มกลับมาใช้หูฟังแบบมีสาย นอกจากจะทำให้พวกเขาดูชิกแล้ว ยังเสริมภาพลักษณ์แบบ ‘คนรวยที่เลือกใช้ชีวิตเรียบง่าย’ ให้ดูมีมิติมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีบัญชี Instagram อย่าง @wireditgirls ที่คอยสนับสนุนผู้หญิงเท่ ๆ ที่เลือกใช้หูฟังมีสายมาตั้งแต่ปี 2021 โดยมักจะโพสต์ภาพที่ปรับมูดแอนด์โทนให้ดูเรโทรและมีความเป็นแฟชั่นแบบไม่พยายาม (Effortless)

แม้สาเหตุการใช้งานของแต่ละคนจะต่างกัน แต่ภาพที่ออกมากลับดูเก๋และกลายเป็นเครื่องประดับที่ส่งให้ลุกดูคอมพลีตมากขึ้น แต่จะบอกว่าเป็นเพราะเซเลบริตีอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะช่วงนี้แบรนด์อุปกรณ์ไอทีก็หันมาผลิตสินค้าในแนว ‘Nostalgic’ หรือย้อนยุคมากขึ้นเช่นกัน
อย่างแบรนด์ ‘Nothing’ ที่เจาะกลุ่ม Gen Z ก็มักผลิตสินค้าที่มีความเรโทร กลิ่นอายยุค 80-90 หรือพาวเวอร์แบงก์จากแบรนด์ ‘Trok’ ที่ตั้งใจออกแบบให้เหมือนเพจเจอร์ยุค 90 สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากกลับมาสัมผัสเสน่ห์ของหูฟังมีสาย


ฟังก์ชันที่คุ้มเกินราคา และทางออกของคนขี้เกียจชาร์จ
อีกสาเหตุที่น่าเป็นไปได้คือเรื่องฟังก์ชัน หูฟังมีสายให้คุณภาพเสียงที่เสถียร และถ้าใครเคยใช้ EarPods จาก Apple ก็จะทราบดีว่าไมโครโฟนนั้นคุณภาพดีมากในราคาเพียงหลักร้อย
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนเบื่อหูฟังไร้สายคือ ‘ปัญหาการชาร์จแบตเตอรี่’ ลองนึกภาพวันที่ต้องรีบเข้าประชุมหรือกำลังอินกับเพลงโปรด แต่กลับเจอแจ้งเตือน ‘Battery Low’ จนแบตฯ หมดกลางคัน ความหงุดหงิดนี้ทำให้หลายคนเลือกกลับมาซบหูฟังมีสายที่ ‘เสียบปุ๊บ ติดปั๊บ’ ไม่ต้องรอชาร์จให้เสียอารมณ์ แถมหูฟังยังไม่หายไปทีละข้างจนต้องเสียเวลาตามหาเหมือนหูฟังไร้สายประเภท Earbuds (แม้อาจจะต้องทนแกะสายที่พันกันบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นการฝึกสมาธิก่อนใช้งาน)
ไม่ใช่แค่หูฟัง แต่คือสัญลักษณ์ ‘ห้ามรบกวน’
เคยไหม ? ใส่หูฟังไร้สายเพื่อบอกเป็นนัยว่า ‘ห้ามรบกวน’ แต่ก็ยังโดนทักตลอดเพราะคนอื่นมองไม่เห็นว่าเราใส่อยู่ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลหลักที่คนหันกลับมาหาหูฟังแบบมีสาย
แดเนียล ร็อดเจอร์ส (Daniel Rodgers) บรรณาธิการข่าวแฟชั่นจาก British Vogue มองว่า ในยุคที่สังคมบีบบังคับให้เราต้องก้าวตามเทคโนโลยีให้ทันตลอดเวลา หูฟังมีสายทำหน้าที่ได้มากกว่าแค่ความสวยงาม เขาให้ความเห็นว่า “มันคือการปฏิเสธโลกดิจิทัลด้วยวิธีแบบแอนะล็อก” เพราะสายหูฟังที่พาดผ่านตัวเรานั้นเห็นชัดเจนกว่าหูฟังไร้สายมาก เป็นการส่งสัญญาณบอกคนรอบข้างอย่างชัดเจนว่า ‘Do Not Disturb’ และเป็นการขอปลีกตัวออกจากความวุ่นวายของเทคโนโลยีได้อย่างมีชั้นเชิง

การกลับมาของหูฟังมีสาย จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่นหรือคุณภาพเสียง แต่มันคือสัญลักษณ์ของการขีดเส้นแบ่งระหว่างตัวเรากับโลกที่หมุนไวเกินไป เพราะบางครั้งการยอม ‘มีสาย’ ผูกมัด ก็อาจเป็นทางเลือกที่มอบอิสระให้เราได้มากกว่าเดิม













