ซีแดนซ์ 2.0 (Seedance 2.0) โมเดล AI ตัวใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดยไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของ TikTok จากประเทศจีน ทำเอาวงการฮอลลีวูดสั่นสะเทือน ด้วยความสามารถที่สร้างวิดีโอคุณภาพระดับภาพยนตร์ เอฟเฟกต์เสียง บทสนทนา เพียงแค่ป้อนพรอมต์คำสั่งสั้น ๆ
ที่ผ่านมาเราจะเห็นโมเดลฝั่งตะวันตก อย่าง Sora ของ OpenAI ที่สามารถสร้างภาพและวิดีโอจากพรอมต์ได้ดีเช่นกัน แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า Seedance 2.0 ก้าวกระโดดไปอีกขั้นด้วยการนำเอาภาพ เสียง บทสนทนาออกมาได้สมูทกว่าจริง ๆ ด้วยความสามารถในการเรียงวิดีโอหลายมุมกล้องให้เป็นเรื่องเดียวกัน โดยที่หน้าตาตัวละคร แสง และพื้นหลังไม่ผิดเพี้ยนหรือบิดเบี้ยวเมื่อมีการเคลื่อนไหว ต่างจาก AI วิดีโอโมเดลอื่น ๆ จนผู้ผลิตสื่อบางรายถึงกับยอมรับว่า เป็นครั้งแรกที่ผลงานจาก AI ดูสมจริงเหมือนกับผลงานที่มาจากกระบวนการผลิตภาพยนตร์
มีคลิปวิดีโอที่สร้างจาก Seedance กลายเป็นไวรัลบนอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก โดยมีการดึงเอาตัวละครฮีโรชื่อดังอย่าง Spider-Man และ Deadpool รวมไปถึงตัวละครอนิเมะมาใช้งาน จนทำให้สตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Disney และ Paramount ต้องออกมากล่าวหา ByteDance ว่าทำการละเมิดลิขสิทธิ์ จนต้องส่งหนังสือสั่งหยุดใช้ (Cease and desist) และทางฝั่งญี่ปุ่นเองก็เริ่มตรวจสอบกรณีวิดีโอที่สร้างจาก AI ด้วยเช่นกัน
แม้ประเด็นเรื่องการฟ้องร้องกันในเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ อาจจะไม่ใช่ประเด็นใหม่ อย่าง Disney เองก็เคยลงนามทำข้อตกลงมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กับ OpenAI เพื่อให้ใช้ตัวละครจาก สตาร์ วอร์ส (Star Wars), พิกซาร์ (Pixar) และ มาร์เวล (Marvel) ได้ แต่ทาง ByteDance ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ออกมายอมรับถึงความกังวล โดยจะเพิ่มมาตรการป้องกัน ไม่ให้ผู้ใช้งานนำ AI ไปสร้างผลงานที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและภาพลักษณ์ของบุคคลอื่นได้ง่าย ๆ อีก
การมาถึงของ Seedance 2.0 อาจเป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับค่ายหนังใหญ่ที่ต้องปกป้องลิขสิทธิ์และคนทำงานเบื้องหลัง แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือโอกาสสำคัญสำหรับครีเอเตอร์และสตูดิโอขนาดเล็ก ที่จะสามารถปลดปล่อยจินตนาการและสร้างภาพยนตร์คุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาทุนสร้างมหาศาลอีกต่อไป













