การขยับตัวครั้งล่าสุดของ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งจากไต้หวัน กำลังกลายเป็นสปอตไลต์ดวงใหญ่ของโลกเทคโนโลยี เพราะงานนี้ไม่ใช่แค่การขยายโรงงานธรรมดา แต่คือการวางหมากชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนญี่ปุ่นให้กลายเป็น ‘ฮับเซมิคอนดักเตอร์’ ระดับโลกอีกครั้ง
เดิมพันด้วยงบ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ย้อนกลับไปในปี 2024 TSMC เคยประกาศไว้ว่ายอดลงทุนรวมสำหรับโรงงานแห่งที่ 1 และ 2 ในจังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น จะสูงเกินกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 6.6 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินที่มหาศาลมากสำหรับการลงทุนในต่างแดน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้
ล่าสุดมีรายงานว่า TSMC ตัดสินใจอัปเกรดแผนการผลิต จากเดิมที่ตั้งใจจะทำชิปขนาดทั่วไปเปลี่ยนมาลุย เทคโนโลยี 3 นาโนเมตร (3nm) ซึ่งเป็นชิปที่ล้ำที่สุดในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มผลิตจริงในปี 2028
ทำไมต้องเป็น 3 นาโนเมตร และต้องที่ญี่ปุ่น ?
ตอนนี้โลกกำลังกระหายชิป AI จึงทำให้ชิป 3 นาโนเมตรนี่แหละ ที่จะเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนระบบ AI ที่ซับซ้อน รวมถึงระบบขับขี่อัตโนมัติ (ADAS) ในรถยนต์ยุคใหม่
เดิมที TSMC ผลิตชิปตัวท็อปแค่ในไต้หวัน แต่ด้วยสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ การมีฐานผลิตในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรที่ไว้ใจได้ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ป้องกันและกระจายความเสี่ยงของ TSMC เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ระหว่างประเทศ
และโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่ TSMC แต่ยังมี Sony, Denso และ Toyota มาร่วมถือหุ้นในชื่อ JASM (Japan Advanced Semiconductor Manufacturing) เพื่อให้มั่นใจว่าอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นจะมีชิปใช้แบบไม่ขาดมือ
รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมเปย์
ต้องบอกก่อนว่างานนี้รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ได้แค่นั่งมองเฉย ๆ แต่มีการอัดฉีดงบอุดหนุนช่วยเหลือมหาศาล เพื่อดึงดูดเทคโนโลยีระดับโลกให้มาตั้งฐานการผลิตในประเทศ เพราะทางญี่ปุ่นเองก็มองว่าชิปเท่ากับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติเช่นกัน













