จากวินาทีประวัติศาสตร์ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เข้าพบ สี จิ้นผิง พร้อมกลุ่ม CEO บิ๊กเทคฯ จากสหรัฐฯ นำโดยทิม คุก (Tim Cook), เจนเซ่น หวง (Jensen Huang), อีลอน มัสก์ (Elon Musk), แลรรี่ ฟิงก์ (Larry Fink), เจพี มอร์แกน (JP Morgan) และอื่น ๆ
โดยการพบกันครั้งนี้เป็นการหารือ 3 เสาหลักสำคัญ คือ การค้า เทคโนโลยี และการลงทุน หัวใจสำคัญของการพูดคุยคือการพยายามจัดระเบียบความสัมพันธ์ท่ามกลางความตึงเครียดที่เรื้อรัง ฝั่งสหรัฐฯ พยายามรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและปกป้องความมั่นคงของชาติ ในขณะที่จีนต้องการเปิดทางให้การลงทุนและการส่งออกราบรื่นขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การเจรจานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขกำไรขาดทุน คาดว่าเป็นการกำหนดทิศทาง ‘ห่วงโซ่อุปทานโลก’ ว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางใด ท่ามกลางกระแสการกีดกันทางเทคโนโลยีที่นับวันจะยิ่งซับซ้อนขึ้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากการเจรจาคือ บุคคลสำคัญทางเทคโนโลยีเหล่านี้ทิ้งมือถือส่วนตัวเอาไว้ที่บ้าน และเลือกหยิบมือถือ ‘Burner Phones’ คือเป็นมือถือทื่อ ๆ ที่ล้างเครื่อง ไร้ข้อมูลติดต่อเพื่อป้องกันการถูกแฮกหรือฝังมัลแวร์ขโมยข้อมูลสำคัญ โดยมือถือเหล่านี้จะถูกกำหนดการใช้งานเฉพาะเท่านั้น เช่น การใช้สายสัญญาณที่มีการเข้ารหัสพิเศษ หรือการจำกัดไม่ให้ใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะ เพื่อป้องกันการดักฟัง แม้ขนาด ทิม คุก เองก็ยังไม่สามารถใช้ iPhone ได้เพราะถือว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกดักฟัง และขโมยข้อมูลสำคัญ
เข้าใจ ‘อธิปไตยทางไซเบอร์’ ของจีน
จีนยังคงรักษากรอบการกำกับดูแลดิจิทัลที่นำโดยรัฐอย่างกว้างขวาง ภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่ประกาศใช้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์, กฎหมายความปลอดภัยของข้อมูล และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ ทำหน้าที่ควบคุมวิธีการรวบรวม จัดเก็บ และถ่ายโอนข้อมูลภายในประเทศจีน
นอกจากนี้ ทางการจีนยังดำเนินการควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างครอบคลุมภายใต้รูปแบบที่ปักกิ่งเรียกว่า ‘อธิปไตยทางไซเบอร์’ (Cyber Sovereignty) ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบเนื้อหาออนไลน์และการจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างประเทศหลายแห่ง
เอกสารทางการของรัฐบาลจีนระบุว่ามาตรการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ รักษาเสถียรภาพทางสังคม และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ปักกิ่งยังได้ปกป้องการใช้เทคโนโลยีสอดแนม รวมถึงระบบจดจำใบหน้าและเครื่องมือตรวจสอบอินเทอร์เน็ต ว่ามีความจำเป็นต่อความปลอดภัยสาธารณะและการป้องกันอาชญากรรมด้วย
เพราะแบบนี้ในโลกดิจิทัลของจีน รัฐบาลมองเห็นทุกความเคลื่อนไหวจริง ๆ จึงไม่แปลกใจที่ CEO บิ๊กเทคฯ จะเลือกใช้ Burner Phones กันถ้วนหน้า







