เมื่อวัน 28 พฤษภาคม 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ คนทั่วโลกที่ชมไลฟ์การทดสอบปล่อยจรวด นิวเกล็นน์ (New Glenn) ของ Blue Origin ต่างตกตะลึงกับภาพลูกไฟขนาดยักษ์และกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือแหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ภาพการระเบิดอย่างรุนแรงของจรวดท่อนบนที่เอียงล้มลงมา หลังเกิดความผิดปกติระหว่างการทดสอบจุดเครื่องยนต์ภาคพื้นดินบนฐานปล่อย Complex 36
เหตุการณ์นี้สะเทือนตลาดหุ้นทันที โดยเฉพาะหุ้นของ AST SpaceMobile (ASTS) ร่วงดิ่งลงทันทีประมาณ 7% ในระยะเวลาไม่นาน ด้านเจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง ได้ออกมาโพสต์ผ่าน X “เนักงานทุกคนปลอดภัยและได้รับการยืนยันตัวตนครบถ้วนแล้ว ยังเร็วเกินไปที่จะทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เรากำลังดำเนินการเพื่อค้นหาสาเหตุนั้นอยู่ เป็นวันที่ยากลำบากมาก แต่เราจะสร้างสิ่งที่จำเป็นต้องสร้างใหม่ขึ้นมาใหม่ และจะกลับไปทำการบินอีกครั้ง มันคุ้มค่า”
คำถามคือ จรวด New Glenn สำคัญอย่างไร ? และทำไม Blue Origin ถึงยอมเดิมพันหมดหน้าตักและบอกว่าคุ้มค่าในการสร้างมันขึ้นมาใหม่ ?
New Glenn กับแผนท้าชน SpaceX
Blue Origin สร้างจรวด New Glenn ขึ้นมาเพื่อเป็นระบบขนส่งอวกาศขนาดใหญ่ที่เน้นความคุ้มค่า โดยจุดเด่นสำคัญของรุ่นมาตรฐานคือ “จรวดท่อนแรกสามารถบินกลับมาลงจอดในทะเลได้” ซึ่งออกแบบมาให้เอากลับมาใช้งานซ้ำได้ไม่ต่ำกว่า 25 ครั้ง ช่วยลดต้นทุนในการปล่อยจรวดแต่ละครั้งไปได้มหาศาล ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระตรงหัวจรวดก็มีความกว้างพอที่จะขนส่งดาวเทียมหนัก ๆ ไปปล่อยในอวกาศได้พร้อมกันทีละมากๆ
แต่ เจฟฟ์ เบโซส์ มองไกลกว่านั้น นอกจาก New Glenn 7×2 รุ่นปัจจุบันที่ระเบิดไป พวกเขากำลังพัฒนาโปรเจกต์เวอร์ชันอัปเกรดในรหัส “New Glenn 9×4” ที่ถูกขยายให้สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเพิ่มจำนวนเครื่องยนต์ทั้งท่อนบนและท่อนล่างเพื่อพละกำลังที่สูงขึ้น รวมถึงขยายพื้นที่เก็บของตรงหัวจรวดให้กว้างขึ้นอีกเกือบเท่าตัว
ในแง่ของพิกัดบรรทุก (Payload Capacity) จรวด New Glenn สามารถบรรทุกสัมภาระสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) ได้ประมาณ 45 Metric Tons ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Heavy-lift คู่แข่งโดยตรงในตลาดเชิงพาณิชย์คือ Falcon Heavy ของ SpaceX และ Vulcan Centaur ของ ULA
การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่นี้ ช่วยเพิ่มความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักขึ้นอย่างมาก ทำให้จรวด New Glenn มีกำลังมากพอที่จะขนส่งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นสู่วงโคจรโลก และทรงพลังพอที่จะส่งสัมภาระหนัก ๆ มุ่งหน้าไปปฏิบัติภารกิจที่ดวงจันทร์ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้
New Glenn to The Moon
เป้าหมายที่แท้จริงของจรวด New Glenn คือการสร้างโอกาสในภารกิจอวกาศยุคใหม่ ทั้งในแง่ธุรกิจและวิทยาศาสตร์ให้กับ Blue Origin ตั้งแต่การขนส่งดาวเทียมจำนวนมากในเที่ยวบินเดียว โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียม BlueBird ของ AST SpaceMobile ที่จะช่วยยิงสัญญาณอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายมือถือตรงสู่สมาร์ตโฟนจากนอกโลก รวมถึงโครงการดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Project Kuiper ของ Amazon ด้วย
New Glenn ได้รับความไว้วางใจจาก NASA ให้รับหน้าที่ขนส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในภารกิจ ESCAPADE เพื่อเดินทางไปศึกษาชั้นบรรยากาศและสนามแม่เหล็กของดาวอังคาร นอกจากนี้ New Glenn จะกลายเป็นกำลังหลักในการขนส่งระบบลงจอดดวงจันทร์เพื่อสนับสนุนโครงการ Artemis ในการพามนุษย์กลับไปตั้งรกรากบนดวงจันทร์อย่างยั่งยืน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนฐานปล่อยและการพบปัญหาในภารกิจก่อนหน้านี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าการบุกเบิกอวกาศไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย และทุกความสำเร็จต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงและการทดสอบอย่างเข้มงวด
ต้องรอดูกันต่อไปว่า Blue Origin จะมีแผนยังไงต่อกับจรวด New Glenn ในเบื้องต้นต้องรอดูทีท่าและการแถลงถึงสาเหตุการระเบิดของจรวดว่าจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ไหม แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ Blue Origin จะอยู่ห่างจากความฝันในการไปดวงจันทร์อีกก้าวหนึ่ง













