ในหลายประเทศ ปัญหาอาจเป็นการผลิตไฟฟ้าไม่พอใช้ แต่สำหรับออสเตรเลีย ปัญหากลับตรงกันข้าม เพราะช่วงเวลากลางวันมีไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากจนบางช่วงผลิตได้เกินความต้องการ
ล่าสุด รัฐบาลออสเตรเลียจึงออกมาตรการ Solar Sharer Offer (SSO) กำหนดให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าในบางพื้นที่ต้องมีแพ็กเกจที่เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้ไฟฟ้า ฟรีอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง ในช่วงกลางวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
โครงการนี้ครอบคลุมผู้ใช้ไฟใน รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) และพื้นที่เซาท์อีสต์ควีนส์แลนด์ (South East Queensland) ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของระบบกำหนดราคาค่าไฟมาตรฐาน (Default Market Offer: DMO) และมีการติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ผู้ใช้ต้องสมัครแพ็กเกจที่เข้าร่วมโครงการก่อนจึงจะได้รับสิทธิ์ ขณะที่รัฐวิกตอเรีย (Victoria) เตรียมเปิดโครงการลักษณะเดียวกันในเดือนตุลาคมนี้
ทำไมถึง “แจกฟรี”
เหตุผลสำคัญคือ ออสเตรเลียมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ช่วงสายถึงบ่ายมีไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้าสู่ระบบจำนวนมาก จนราคาค่าไฟในตลาดค้าส่งบางช่วงลดลงเหลือศูนย์ หรือแม้แต่ติดลบ
แทนที่จะปล่อยให้พลังงานส่วนเกินสูญเปล่า รัฐบาลจึงต้องการจูงใจให้ประชาชนย้ายการใช้ไฟฟ้ามาอยู่ช่วงกลางวัน เช่น เปิดเครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือเปิดแอร์ล่วงหน้า เพื่อลดภาระของระบบไฟฟ้าและใช้พลังงานหมุนเวียนให้คุ้มค่าที่สุด
ฟรีจริง แต่ก็มีสิ่งที่ควรรู้
แม้จะเรียกว่า “ไฟฟรี” แต่โครงการนี้ไม่ได้หมายความว่าค่าไฟทั้งวันจะลดลงสำหรับทุกคน
อย่างไรก็ตาม การใช้ไฟฟรีไม่ได้หมายความว่าค่าไฟทั้งบิลล์จะถูกลงเสมอไป เพราะบางแพ็กเกจอาจคิดค่าไฟแพงขึ้นในช่วงเวลาอื่น ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายโดยรวมก่อนเลือกใช้
นโยบายนี้สะท้อนว่า ปัจจุบันความท้าทายของระบบไฟฟ้าในบางประเทศไม่ใช่ “ไฟฟ้าไม่พอใช้” อีกต่อไป แต่เป็น “ไฟฟ้าจากโซลาร์มีมากเกินไปในช่วงกลางวัน” จึงต้องหาวิธีให้ประชาชนช่วยใช้ไฟในช่วงเวลาที่มีพลังงานเหลือ เพื่อให้ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่ามากที่สุด













