เกิดเหตุภัยพิบัติบริเวณพรมแดนทิเบตและเนปาล เมื่อมวลน้ำและโคลนจำนวนมากไหลจากเทือกเขาสูงลงมาตามหุบเขา เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 160 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ฝั่งเนปาล และผู้สูญหายรวมเกือบ 1,500 คน ในทั้งสองฝั่ง ซึ่งมีทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว และผู้แสวงบุญชาวต่างชาติที่เดินทางไปเขาไกรลาส
สิ่งที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากพายุฝนตกหนักหรือแผ่นดินไหวโดยตรง แต่เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติบนยอดเขาสูง bt beartai สรุปเหตุการณ์มาให้แล้ว พร้อมพาไปดูต้นตอกันครับว่าเกิดจากอะไร
ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ภัยพิบัติครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นและพัฒนาไปอย่างรวดเร็วผ่าน 6 ขั้นตอน ดังนี้
- ธารน้ำแข็งหักลงมา : ส่วนปลายของธารน้ำแข็งที่อยู่บนหน้าผาสูงประมาณ 5,200 เมตร เกิดร่วงหล่นลงมาสู่ก้นหุบเขาในแนวดิ่งเป็นระยะทางกว่า 1,200 เมตร
- เปลี่ยนสภาพเป็นมวลน้ำแข็งปนหิน : ก้อนน้ำแข็งที่ตกลงมากวาดเอาหินและหน้าดินลงมาด้วย (เรียกว่าปรากฏการณ์หิมะถล่มแบบน้ำแข็งปนหิน) เมื่อกระแทกพื้น มวลเหล่านี้ก็แตก ละลาย และกลายเป็นของเหลวข้นที่ไหลลงมาอย่างรวดเร็ว
- เกิดแรงสั่นสะเทือน : แรงกระแทกจากการถล่มทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาล จนตอนแรกหลายหน่วยงานเข้าใจผิดว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.4 แต่ต่อมาทางสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ยืนยันว่าไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นสัญญาณจากแรงธารน้ำแข็งพังซึ่งเทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 5.2
- เกิด ‘เขื่อนธรรมชาติ’ กั้นแม่น้ำ : มวลน้ำแข็งและโคลนไหลไปกองรวมกันในแม่น้ำเลนเด กลายเป็นเขื่อนดินที่กั้นน้ำไว้ชั่วคราว ทำให้ระดับน้ำด้านหลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- เขื่อนธรรมชาติรับน้ำไม่ไหว : เมื่อน้ำสะสมมากเกินไป เขื่อนดินก็แตกออก มวลน้ำโคลนปริมาณมหาศาลจึงพุ่งลงสู่หุบเขาด้านล่าง ผู้เชี่ยวชาญจาก ICIMOD ระบุว่าระดับแม่น้ำเพิ่มสูงถึง 9 เมตรในเวลาเพียง 30 นาที
- มวลน้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ด้านล่าง : น้ำและโคลนไหลเข้าท่วมด่านจี๋หลงฝั่งทิเบต (บางจุดโคลนหนาถึง 1.5 เมตร) ทำให้ระบบสาธารณูปโภคและถนนเสียหาย ก่อนจะไหลต่อไปยังอำเภอราสุวาของเนปาล เข้าสู่แม่น้ำตรีสุลี สร้างความเสียหายต่อหมู่บ้าน สะพานรถยนต์อย่างน้อย 19 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเสียหายจนไฟฟ้าของเนปาลหายไปกว่าร้อยละ 12

ธารน้ำแข็งถล่มเกิดจากอะไร
แม้สาเหตุโดยตรงจะมาจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง แต่นักวิทยาศาสตร์มองว่ามีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างที่ซ้อนทับกันอยู่
อย่างแรกเลยคือสภาพภูมิประเทศ ธารน้ำแข็งตั้งอยู่บนหน้าผาชันที่ฐานไม่ค่อยมั่นคงตั้งแต่แรก ประกอบกับลักษณะหุบเขาที่แคบและชัน จึงบีบให้มวลน้ำที่ไหลลงมามีแรงปะทะสูงขึ้น ไม่กระจายออกด้านข้าง
ต่อมาคืออุณหภูมิที่สูงขึ้น ด้วยภาวะโลกร้อนทำให้เทือกเขาหิมาลัยอุ่นขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก น้ำจากหิมะและน้ำแข็งที่ละลายจึงซึมลงไปหล่อลื่นฐานของธารน้ำแข็ง ทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่ายกว่าปกติ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องทำเลที่ตั้งของชุมชนร่วมด้วย เนื่องจากพื้นที่ริมแม่น้ำเป็นที่ตั้งของชุมชน ด่านพรมแดน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และเส้นทางแสวงบุญเขาไกรลาส เมื่อมวลน้ำพุ่งลงมา จึงเกิดความสูญเสียเป็นวงกว้าง
ตอนนี้สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง ทางการจีนเตือนว่าเหนือจุดเกิดเหตุยังมีทะเลสาบที่ถูกเศษซากขวางทางน้ำอยู่อีก ซึ่งหากพังลงมาซ้ำ ประกอบกับฝนที่ตกต่อเนื่อง ก็อาจเป็นอุปสรรคและเพิ่มความเสี่ยงให้กับการค้นหาผู้สูญหาย
ทาง bt beartai ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ทุกท่านให้ผ่านสถานการณ์ภัยพิบัติไปได้โดยเร็วครับ













