หากต้องยกตัวอย่างบุคคลที่ไปสุดทุกทาง และทำสิ่งหนึ่งได้ดีจนน่าอิจฉา หนึ่งในบุคคลที่น่าสนใจคือ จอนนี่ คิม (Jonny Kim) ชายเกาหลีใต้-อเมริกัน อายุ 42 ปี ที่แม้จะอายุเพียงเท่านี้ แต่กลับมีโอกาสได้ทำอาชีพเจ๋ง ๆ หลายครั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสมัคร สัมภาษณ์ แล้วเข้าไปทำได้เลย แต่เป็นอาชีพที่ต้องอาศัยการศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยซีลสหรัฐฯ แพทย์ หรือนักบินอวกาศ NASA
BT Source Code คัมแบ็กอีกครั้งพร้อมบุคคลน่าสนใจคนนี้ เราจะพาผู้อ่านมาสำรวจแนวคิด ไอเดีย และมุมมองต่อโลกของผู้ชายที่ผ่าน 3 อาชีพสุดโหดจากการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Harvard Alumni Day 2026 (งานศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด)
‘ฮีโร’ ไม่ได้เกิดจากตัวคนเดียว แต่มาจากการยอมรับว่าเราไม่สามารถทำได้ตามลำพัง
คิมเล่าว่าเหตุผลเดียวที่เขาเลือกทำงานในหน่วยซีล คือความคิดที่อยากจะเป็น ‘ซูเปอร์ฮีโร’ เขาอยากช่วยชีวิตคนด้วยพละกำลังของเขาคนเดียว แต่สิ่งที่เขาคิดผิดที่สุดคือ ‘เราไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว’
จากประสบการณ์ในสมรภูมิ ห้องฉุกเฉิน และในอวกาศ สอนให้รู้ว่าความอยู่รอดต้องการ ‘ความเชื่อใจ’ ในผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ และความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือการยอมรับว่าเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง
ความผิดพลาด อาจนำไปสู่เป้าหมายใหม่
หนึ่งในประเด็นที่คิมบอกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเขาขณะทำหน้าที่ในหน่วยซีล คือการตัดสินใจพลาดด้วยข้อมูลและความสามารถที่มีในขณะนั้น สิ่งนี้กลายเป็นตราบาปที่เขายังคงรู้สึกผิดตลอดชีวิต แต่มันก็นำทางให้เขาไปสู่การเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยชีวิตคน
อย่างไรก็ตาม เขายังคงคิดว่าการจะเป็นฮีโรต้องเป็นด้วยตัวเอง ช่วยคนด้วยตัวเอง และต้องแข็งแกร่ง แต่กลับลืมไปว่าการจะรักษาคนที่อ่อนแอได้ คุณต้องเข้าใจความอ่อนแอด้วยเหมือนกัน
เพราะคำถามนี้เองที่เปิดโลกของเขาให้เข้าใจความหมายของคำว่า ‘Empathy’ หรือความเห็นอกเห็นใจ สิ่งสำคัญที่สุดที่เขาได้รับจากฮาร์วาร์ดไม่ใช่ความรู้แพทย์หรือชื่อเสียง แต่คือการที่อาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นช่วยดึงเขาออกจากความมืดมิดและเกราะปลอม ๆ ที่สร้างขึ้นมา
เขากล่าวว่า เกราะกำบังไม่ได้ช่วยให้เรามีพลัง แต่การถอดเกราะออกต่างหากคือพลังที่แท้จริง ความเห็นอกเห็นใจคือเครื่องมือสร้างความเชื่อมโยงและสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
สิ่งที่ทุกอาชีพควรมี ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแต่คือ ‘ความเห็นอกเห็นใจ’
ในอดีตเขาเคยคิดว่า ‘ความเป็นพี่น้อง’ ในหน่วยซีล คือความจงรักภักดีต่อตัวบุคคลอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ปัจจุบันเขาตระหนักว่ามนุษย์มีข้อบกพร่อง การมอบความจงรักภักดีอย่างไม่มีเงื่อนไขให้กับมนุษย์จึงเป็นภาระที่หนักเกินไป สิ่งที่เราควรยึดมั่นอย่างไม่มีเงื่อนไขคือ อุดมคติ คุณค่าทางศีลธรรม และจริยธรรมร่วมกัน
ดังนั้นการรับใช้หรือการบริการที่แท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องแบบ ตำแหน่ง หรือระดับความสูงที่ไปถึง แต่คือการใส่ใจคนข้าง ๆ ผ่านการกระทำเล็ก ๆ ที่เปี่ยมด้วยความเมตตาในทุก ๆ วัน
หนึ่งในฮีโรที่เขานับถือมากที่สุดในชีวิตคือคุณแม่ แม้เธอไม่ใช่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตคนหรือเป็นทหาร แต่เธอคือคนที่แข็งแกร่งและมีเมตตาที่สุด แม้เงื่อนไขในชีวิตจะไม่เอื้อต่อการเป็นคนดีเลย แต่เธอก็เลือกที่จะยืนหยัด ยึดมั่นในความเมตตา และมีความเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่นเสมอ
ทั้งหมดนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีและ AI ก้าวหน้า สิ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้คือ ความเห็นอกเห็นใจ ความซื่อสัตย์ ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความไว้วางใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปัญญาประดิษฐ์ให้ไม่ได้ และจอนนี่ คิม อยากให้ทุกคนได้นึกถึงพร้อมทั้งให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ให้มาก













